Creative Knowledge

« Back to Result | List

“แสงสร้างความทรงจำ” เทคนิคการถ่ายภาพในไตล์ “Tammfotografie”

สัมภาษณ์โดย : ชัชรพล เพ็ญโฉม



ช่างภาพหนุ่มอายุเพียง 22 ปี เจ้าของผลงานหนังสือ ‘Speed of Light’ เขาไม่เคยเรียนถ่ายภาพจากที่ไหน แต่เรื่องฝีมือนั้นเรียกได้ว่าอยู่ในระดับ “โปร” ถึงขั้นจัดเวิร์คชอปสอนถ่ายภาพและการจัดแสงได้ TCDCCONNECT ขอพาท่านไปสัมผัสกับมุมมองผ่านเลนส์ของ “พศิน อัธยาตมวิทยา” หรือที่ใครๆ รู้จักเขาในนาม Tammfotografie


ก่อนจะมาเป็น Tammfotographie

ผมเกิดและเติบโตที่ภูเก็ตครับ จากนั้นค่อยไปเรียนต่อไฮสคูลที่สวิตเซอร์แลนด์ อยู่ที่นั่นเห็นว่าภูมิประเทศสวยดี ผมจึงเริ่มถ่ายรูป แล้วพอเอารูปไปล้างที่ร้านเขาชมว่ารูปสวย เลยแนะนำผมให้กับคนที่ซื้อรูปไปทำ stock photos นั่นทำให้ผมได้ขายรูปเป็นครั้งแรก ทีนี้พอได้ทำสิ่งที่ชอบแถมมีรายได้ด้วย ผมก็เลยติดใจและถ่ายรูปเป็นงานอดิเรกมาตลอด ซึ่งก็ได้นำเงินตรงนั้นมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานหลายๆ ที่

เคยเรียนถ่ายรูปไหม
ไม่เคยครับ อาศัยอ่านหนังสือเอาเอง ค้นคว้าจากอินเตอร์เน็ต แล้วก็ดัดแปลงจากประสบการณ์ที่เคยเห็น คือผมดูหนังและมิวสิควีดีโอเยอะ ก็สังเกตมุมกล้อง การใช้แสง แล้วนำมาใช้กับการถ่ายภาพ

นิยามของคำว่า “การถ่ายภาพ”
โอ้โห (หัวเราะ) ผมไม่คิดว่า การถ่ายภาพคือการเก็บช่วงเวลานั้นๆ ไว้ แล้วเอารูปมาเปิดดูเพื่อรำลึกถึงความทรงจำอะไรทำนองนั้นนะครับ แต่คิดว่ามันเป็น “การสร้างความทรงจำ” มากกว่า ผมคิดว่าเมื่อผมเห็นคนคนหนึ่ง ผมอยากจำเขาให้ได ้ผมก็จะถ่ายรูปเขา ผมอยากเห็นเขาแบบไหน ก็จะถ่ายเขาแบบนั้น เพราะฉะนั้นผมจึงไม่ได้เก็บความเป็นจริง 100% เข้ามาในภาพ แต่เราอยากจะจำแบบไหนเราก็ถ่ายแบบนั้น

ใส่ใจกับองค์ประกอบใดเป็นพิเศษในการถ่ายภาพ
เรื่องแสงครับ เพราะถ้าไม่มีแสงเราก็แทบจะไม่เห็นอะไรเลย ผมคิดว่าแสงเป็นตัวขับอารมณ์ที่ดีที่สุดของภาพถ่าย ผมเคยสังเกตว่าองค์ประกอบของภาพที่เหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นตัวแบบเดียวกัน เสื้อผ้าเหมือนกัน สถานที่เดียวกัน แต่ถ้าแสงไม่เหมือนกันแล้ว อารมณ์ของภาพจะต่างกันมาก

เวลาถ่ายภาพที่มีข้อจำกัดมากๆ แก้ไขสถานการณ์อย่างไร
ผมจะเอาข้อจำกัดที่ว่ามาใช้ให้เป็นประโยชน์ครับ อย่างเช่น มีครั้งหนึ่งผมไปถ่ายงานแล้วแฟลชระเบิด ผมก็พลิกแพลงโดยเปลี่ยนไปถ่ายในสไตล์ที่ใช้แสงน้อย อารมณ์เหมือนหนังสมัยก่อนที่เรียกว่า “Day for Night” คือถ่ายให้มันมืดกว่าปกติไปเลย เอาความมืดมาเป็นประโยชน์และสร้างอีกอารมณ์หนึ่งขึ้นมา การถ่ายภาพมันพลิกแพลงกันได้ตลอดแหละครับ

ภาพถ่ายที่ดีและที่ไม่ดี ?
ผมไม่เคยเชื่อว่ามีภาพถ่ายที่ดีหรือไม่ดีนะครับ คิดว่ามันขึ้นอยู่กับใครมอง อย่างถ้าผมมองว่าภาพภาพหนึ่งสวย และผมมีความสุขที่ได้สร้างมันขึ้นมา ถ้ามีคนมาบอกว่ามันไม่ดี ผมก็คงจะฟังบ้างว่าทำไมถึงไม่ดี ไม่ดีทางเทคนิค หรือไม่ดีทางอารมณ์ หรือเพราะสาเหตุใด แต่สุดท้ายถ้ามันทำให้ผมมีความสุขแล้ว ผมก็โอเค สำหรับผมภาพที่ไม่ดีคือภาพที่เราฝืนตัวเองเพื่อไปเลียนแบบใครสักคน แล้วเราก็ทำให้เหมือนเขาไม่ได้ แล้วก็กลายเป็นเบอร์ 2 ของเขา

สิ่งที่ผู้เริ่มหัดถ่ายภาพ (หรือแม้แต่ช่างภาพ) มักจะละเลย
ความเอาใจใส่และการฝึกฝนครับ คนที่ถ่ายภาพใหม่ๆ แล้วงานไม่ดีก็มักจะโทษอุปกรณ์ แต่ผมเริ่มจากอุปกรณ์น้อยมาก เวลาทำงานผมจะฝึกฝนเยอะ เพราะเชื่อว่าทุกอย่างเกิดจากการฝึกฝน เวลาเล่นดนตรีผมก็ฝึกกับเครื่องดนตรีชิ้นนั้นชิ้นเดียวจนเล่นเก่งขึ้น การถ่ายภาพก็น่าจะเหมือนกัน บางคนวิ่งตามกระแสอยู่ตลอดเวลา ใครบอกว่าอะไรดีก็ทำ แต่ไม่เคยเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง ปัจจุบันมีช่างภาพเยอะมากครับ แต่ช่างภาพที่มีสไตล์เป็นของตัวเองนั้นมีแค่ไม่กี่คน

มองความแตกต่างของการถ่ายภาพด้วยฟิล์มเนกาทีฟและดิจิตอลอย่างไร
ผมขอเรียกตัวเองว่าเป็นคนรุ่นใหม่แล้วกัน ผมเริ่มจากกล้องที่ใช้ฟิล์มก็จริง แต่เวลาผมทำงานกับกล้องดิจิตอลแล้ว ผมรู้สึกว่าทำงานง่ายและมีความปลอดภัยในการทำงาน เวลาทำงานเราอาจจะมีพลาดบ้าง แต่เราก็ต้องพยายามเลี่ยงให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ผมว่าการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลช่วยลดความเสี่ยงในการทำงานพลาดได้สูงมาก สำหรับคนที่เริ่มต้นใหม่กล้องฟิล์มราคาถูกกว่าก็จริง แต่ในระยะยาวอย่างเช่นสักครึ่งปี กล้องดิจิตอลก็จะประหยัดกว่า ส่วนกล้องฟิล์มนั้นเป็นเหมือนศิลปะและความชอบส่วนบุคคลมากกว่า สุดท้ายมันก็ไม่ได้มีอันไหนดีกว่ากันนะครับ ทุกวันนี้บางงานผมก็ใช้กล้องฟิล์มถ่ายเหมือนกัน

กล้องถ่ายรูปในดวงใจ
ผมใช้กล้องอะไรทำงานก็ได้ ผมเคยตั้งโจทย์ให้ตัวเองว่า จะถ่ายภาพใต้น้ำโดยใช้กล้องที่ราคาถูกที่สุด แล้วงานออกมาก็โอเค ไม่มีใครสนใจว่าใช้อุปกรณ์อะไรถ่าย ดังนั้นถ้าจะให้แนะนำ ผมขอแนะนำให้คุณศึกษาหาความรู้เยอะๆ ฝึกฝนเยอะๆ เพราะถ้าคุณถ่ายรูปบ่อยแต่ถ่ายเหมือนเดิมร้อยครั้ง มันก็อยู่กับที่ ทุกวันนี้เวลาผมทำงานผมก็ยังต้องหาความรู้เพิ่มเติมตลอด อีกอย่างคือต้องพบปะช่างภาพเยอะๆ เพื่อแบ่งปันความรู้กัน มันจะทำให้เราโตขึ้นมาก

แรงบันดาลใจในการจัดทำหนังสือ Speed of Light
ผมเคยเปิดสอนการถ่ายภาพ จำไม่ได้ว่ากี่รอบแต่มีนักเรียนเป็นร้อยคนเลยครับ ผมสอนครั้งหนึ่งค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและสอนได้เฉพาะในกรุงเทพฯ พอดีมีเด็กรุ่นน้อง 2-3 คนอยู่ที่ปัตตานีหรือยะลาถามผมว่าลงมาสอนได้ไหม ผมก็บอกตามตรงว่าคงไม่ได้จริงๆ เพราะมีค่าใช้จ่ายเยอะ แต่ผมก็คิดว่าตอนผมเริ่มถ่ายรูปใหม่ๆ ผมก็ไม่ค่อยมีเงินเหมือนกัน ผมจึงคิดทำหนังสือเรื่องที่เรากำลังสอนขึ้นมาเล่มหนึ่ง โดยขายในราคา 10% ของค่าทำเวิร์คช็อป ก็ออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ ซึ่งผมตั้งใจทำเต็มที่มาก ใช้เวลาทำ 6 เดือนนะครับ

การถ่ายภาพที่เป็น “ซิกเนเจอร์” ของคุณ
ซิกเนเจอร์ของผมคือการใช้แสงสร้างอารมณ์ให้กับภาพถ่ายครับ เราใช้แสงสร้างภาพที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ ยกตัวอย่างเช่น ภาพที่มีแสงเข้ามา 2-3 ทิศทาง ภาพที่ฉากหลังมืดแต่มีแสงสว่างข้างหน้า อะไรทำนองนี้

จับประเด็นเด็ด เคล็ดลับการถ่ายภาพแบบ ‘Tammfotografie’
• แสงเป็นตัวขับอารมณ์ของภาพได้ดีที่สุด หากแสงน้อยก็จงแปรวิกฤตเป็นโอกาสด้วยการสร้างภาพอีกอารมณ์ (อารมณ์แสงน้อย, ฟิล์มนัวร์)
• การฝึกฝน + การศึกษาหาความรู้อย่างจริงจัง สำคัญกว่าอุปกรณ์แพงๆ
• ค้นหา/สร้างสไตล์ของตัวเอง ไม่เลียนแบบใคร ลองผิด ลองถูก ให้ประสบการณ์สอนเรา
• ใจกว้าง แบ่งปันความรู้กับช่างภาพคนอื่นๆ

« Back to Result

  • Published Date: 2011-03-02
  • Resource: www.tcdcconnect.com