Creative Knowledge

« Back to Result | List

สร้างภาพ เปลี่ยนโลก โดย ทรงกลด บางยี่ขัน “CAN ART CHANGE THE WORLD” – JR

สร้างภาพ เปลี่ยนโลก
เรื่อง : ทรงกลด บางยี่ขัน

JR เป็นศิลปินแนวสตรีท (street artist) ที่มาพูดในงาน TED TALK เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 54 ซึ่ง TEDxBKK ได้รับอนุญาตให้สามารถถ่ายทอดสดได้ จังหวะดีที่เขาเลือกที่ TCDC (ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ) จึงทำให้ทีมงานได้มีโอกาสร่วมฟังถ่ายทอดสดครั้งนี้ (ยิ้มเลย) และขณะที่ JR พูดถึงทัศนติของการเปลี่ยนสังคมให้น่าอยู่ขึ้น คุณ ทรงกลดบางยี่ขันก็เขียนใน twitter ขึ้นมาว่า นึกถึงเรื่องที่เคยเขียนถึง JR ทำให้เราอยากนำเรื่องราวที่เขาเขียนขึ้นใน เครือข่ายต้นไม้ขี้เหงา มาแบ่งปันให้ผู้อ่านใน TCDCCONNECT ได้เปิดมุมความคิดว่า ศิลปะสามารถเปลี่ยนโลกได้ เป็นไปได้หรือไม่

ถึงจะมีคำว่า art ต่อท้าย แต่หลายคนก็ไม่คิดว่า street art เป็นศิลปะ เพราะการสร้างสรรค์งานบนพื้นที่สาธารณะมันเข้าข่ายเสื่อมโทรมมากกว่าสร้างสรรค์ศิลปินส่วนใหญ่ก็ฝีมือไม่ดีบ้าง ไอเดียไม่ถึงบ้าง และทำไปโดยไม่เคารพพื้นที่บ้าง ศิลปินสตรีทอาร์ตที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นศิลปินจริงๆ จึงมีน้อยมาก ชื่อแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึงคงเป็น Banksy ที่นอกจากจะมีงานที่สวยแล้ว งานของเขาหลายต่อหลายชิ้นยังแสดงออกถึงทัศนคติที่มีต่อเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม อย่างเผ็ดร้อน งานของศิลปินชาวอังกฤษคนนี้ส่วนใหญ่เป็นงาน stencil ชิ้นเล็กๆ ที่มีไอเดียคมคาย และเล่นกับความรู้สึกของคนที่เดินผ่านไปมา

แต่นาทีนี้มีศิลปินสตรีทอาร์ตที่ได้รับการยกย่องมากกว่า Banksy แล้ว นั่นก็คือศิลปินและช่างภาพชาวฝรั่งเศสนาม JR ชายวัย 27 ปีคนนี้ปิดบังตัวเองเช่นเดียวกับศิลปินสตรีทอาร์ตทั่วไป ไม่มีใครเคยเห็นหน้าของเขา แต่ถึงไม่เคยเห็นหน้า แต่ก็น่าจะเห็นงานของเขาที่สร้างสรรค์มาอย่างยาวนานร่วม 10 ปี งานของ JR ส่วนใหญ่เป็นการนำภาพถ่ายมาพิมพ์ลงบนผ้าใบหรือกระดาษขนาดใหญ่ยักษ์ แล้วนำไปติดในจุดต่างๆ ของเมือง เนื่องจากต้องใช้การเซ็ตที่จริงจังและใช้เวลา งานส่วนใหญ่ของเขาเลยได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว หรือไม่ก็ขอโดยตรงจากคนในชุมชน แต่ก็มีบ้างที่แอบติดแอบทำกันแบบผิดกฎหมาย

ด้วยพลังจากภาพถ่ายและขนาดที่ใหญ่โตทำให้งานของ JR สวยงาม มีเสน่ห์ แปลกตา และเตะตา ถึงขนาดว่า งานชุด Portrait of a Generation ที่เขาแอบแปะรูปเหล่านักเลงขนาดยักษ์ในที่สาธารณะในเมืองปารีส สวยจนเจ้าหน้าที่รัฐขอให้เอามาหุ้มศาลาว่าการเมืองปารีสทั้งหลัง ความพิเศษในงานของ JR คือ ประเด็นทางสังคมที่เฉียบขาดอย่างเช่น งานชุด Wrinkles of the City เขาเอารูปถ่ายคนแก่มาตกแต่งบริเวณซากชุมชนแบบโบราณของเซี่ยงไฮ้ที่ถูกทุบไปกว่า 3 ใน 4 ของเมืองแล้ว พร้อมกับตั้งคำถามถึงความทรงจำของเมืองที่กำลังจะหายไป

หรืองานที่ทำบนกำแพงซึ่งกันระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เขาไปที่นั่นเพราะอยากรู้ว่า ทำไมคน 2 ชาตินี้ถึงปรองดองกันไม่ได้ แล้วก็พบว่า คนทั้ง 2 ฝั่งช่างเหมือนกันเหลือเกิน ทั้งรูปร่างหน้าตา ภาษาพูด เหมือนฝาแฝดที่ไปโตกันคนละที่ ไม่ว่าอาชีพไหนๆ คนทั้ง 2 ฝั่งก็ดูเหมือนกัน น่าเสียดายที่ฝาแฝดคู่นี้ต้องมาสู้กันเอง และน่าเสียดายยิ่งกว่าที่พวกเขาไม่รู้ว่า พวกเขาเป็นฝาแฝดกัน ว่าแล้ว JR ก็เลยนำภาพถ่ายขนาดบิ๊กเบิ้มของคนจากฝั่งหนึ่งข้ามแอบติดที่กำแพงอีกฝั่ง หนึ่ง ใน 8 เมือง จะได้เห็นกันว่า คนอีกฝั่งเขาเหมือนเราขนาดไหน ว่ากันว่างาน FACE2FACE ชุดนี้ นับได้ว่าเป็นการแสดงภาพถ่ายแบบผิดกฎหมายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

งานของ JR ไม่ได้ใหญ่แค่ชิ้นงานเท่านั้น แต่พื้นที่แสดงงานทั้งหมดก็ใหญ่โตมาก หลายงานของเขาติดอยู่บนชุมชนแออัดทั้งหมด เช่นงานที่เขาทำในเคนย่า ริโอเดอจาเนโร ที่บราซิล เขาเข้าไปเปลี่ยนแปลงชุมชนแออัดที่ทรุดโทรมเหล่านี้ให้มีชีวิตชีวาด้วยสตรีทอาร์ต เขาทำงานร่วมกับชุมชนอย่างสนุกสนาน ถ่ายรูปคนแก่ แล้วชวนเด็กๆ มาช่วยติดรูปผ้าใบที่เขาใช้พิมพ์รูปก็คงทนมาก จนกลายเป็นหลังคาบ้านและฝาบ้านใหม่ให้กับชาวบ้านที่ไม่มีเงินซ่อมบ้านตัวเอง อีกโปรเจกต์ที่ยิ่งใหญ่มากของ JR คือ Woman are Heroes ที่พยายามเชิดชูศักดิ์ศรีของผู้หญิงในเคนย่า เขาทำผ่านงานสตรีทอาร์ตที่หุ้มทั้งบ้านและรถไฟรวมไปถึงการทำหนังสารคดีซึ่งได้ฉายในเทศกาลคานส์ครั้งที่ผ่านมา โดยได้รับการยืนปรบมือให้อย่างยาวนาน

ด้วยความโดดเด่นของงาน ทำให้มีหลายองค์กรและหลายสินค้าอยากร่วมงานด้วย พูดง่ายๆ ก็คืออยากเป็นสปอนเซอร์งานของเขา แต่ JR ปฏิเสธเรียบ เขาว่า เขาไม่อยากให้งานศิลปะของเขาโฆษณาอะไร นอกจากตัวมันเอง ทุกวันนี้รายได้หลักของเขาจึงมาจากการขายงาน ประมูลงาน ถ้าคิดเป็นเงินบาท ชิ้นนึงก็เหยียบล้านบาททีเดียว
ถึงใครจะมองว่าสตรีทอาร์ตเป็นขยะ แต่ JR มองว่า นี่คือเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นของเขา เป็นเครื่องมือที่ใหม่มาก มีพลัง มีชีวิตชีวา เตะตา และเป็นกระบวนการให้ชุมชนทำร่วมกัน JR เลยได้รับรางวัล TED Prize ปี 2011 ไปครอง (เจ้าของรางวัลนี้ในปีที่แล้วคือเจมี่ โอลิเวอร์) ผมคงเล่ามากเกินไปแล้ว ที่เหลือให้งานของเขาเล่าเองดีกว่า

photos credit : © JR – credits: BasilicStudio // aKkY

« Back to Result

  • Published Date: 2011-03-10
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป