Creative Knowledge

« Back to Result | List

“มินเง” ศิลปะฝีมือแห่งสามัญชน The Unknown Craftsman

เรื่อง: พลอย มัลลิกะมาส

การได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับบรรดาศิลปินใหญ่หลายๆ ท่าน ทำให้ฉันค้นพบสิ่งที่น่าสนใจเรื่องหนึ่งที่ว่า อิทธิพลสำคัญในการสร้างสรรค์งานศิลปะของศิลปินระดับเวิลด์คลาสทั้งหลายนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประจำวันและเรื่องราวอันแสนจะธรรมดาสามัญที่รายล้อมอยู่รอบๆ ตัวเราทั้งสิ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความงดงามที่แฝงตัวอยู่ภายใต้ความธรรมดาของวัตถุ อุปกรณ์ ถ้วย ชาม ราม ไห ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “Arts for Living” (งานฝีมือที่ทั้งงดงามและใช้งานได้จริง)

A way of Making, A way of Living
การเคลื่อนไหวของศิลปะและงานฝีมือภายใต้แนวคิด Arts for Living นั้นเกิดขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย William Morris นักคิดและกวีชาวอังกฤษที่รู้สึกว่า ศิลปะอันเกิดจากฝีมือมนุษย์ (Craftsman) ซึ่งมีความเป็นธรรมชาติ เรียบง่าย งดงาม อิสระ และบริสุทธิ์นั้นกำลังจะเลือนหายไปจากสังคม (เขาเรียกศิลปะที่มีคุณลักษณะดังกล่าวว่า Eternal Now) ด้วยความพยายามของ William Morris จึงก่อให้เกิดการค้นพบความงดงามตามธรรมชาติขึ้นอีกครั้ง และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของ “วิถีแห่งการทำ วิถีแห่งการใช้ชีวิต” (A way of Making , A way of Living) หรือที่เราเรียกกันว่า “มินเง (Min Gei)”

ศิลปะฝีมือแห่งสามัญชน
เมื่อเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ภายหลังจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 วัฒนธรรมตะวันตกได้หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นแบบไม่ยั้ง ผู้คนต่างพากันละทิ้งวัฒนธรรมดั้งเดิม และเกิดอาการที่เรียกกันว่า “เห่อฝรั่ง” โชคดีของประเทศญี่ปุ่นที่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งพยายามรักษาขนบธรรมเนียมและประเพณีแบบเก่าๆ เอาไว้

ภายใต้การนำของ Soetsu Yanagi และนักปั้นเซรามิคอีก 2 คนนาม Kanjiro Kawai และ Shoji Hamada ความฝันที่อยากจะช่วยเหลืองานฝีมือธรรมดาๆ ของชาวบ้านญี่ปุ่นที่กำลังจะสาบสูญก็ได้เริ่มต้นขึ้น พวกเขาทั้งสามตระหนักเห็นถึง “ความงามแบบธรรมดาสามัญที่มีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์” จึงได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานซึ่งเกิดจากสัญชาตญาณ การประดิษฐ์ และการฝึกฝนอันยาวนาน บวกกับศรัทธาที่มีอย่างแรงกล้าต่อปรัชญาความคิดใหม่ที่เชื่อว่า “ศิลปะเป็นของผู้คน” งานฝีมือต่างๆ ภายใต้หลักคิดแบบ “มินเง” ของ Yanagi จึงมีลักษณะที่สังเกตเห็นได้เด่นชัด นั่นก็คือ …เป็นงานที่ทำขึ้นโดยช่างที่ไม่มีชื่อเสียง

…ทำด้วยมือ
…ราคาไม่แพง
…ถูกใช้สอยโดยคนจำนวนมาก
…มีบทบาทในชีวิตประจำวัน

ปรัชญาความคิดแบบ “มินเง”นี้ ได้ถูกระบุไว้ในหนังสือ The Unknown Craftsman ของ Yanagi ที่กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า “เราต้องนำของที่มีราคาถูกและมีประโยชน์มาใช้ในครัวเรือน การปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เข้ามามีบทบาทกับมนุษย์ ทำให้จิตใจที่สวยงาม ความอบอุ่น และความเป็นมิตร กำลังจะถูกลบเลือน ซึ่งในทางตรงกันข้าม ของที่ทำด้วยมือ แม้จะมีราคาสูง แต่ถ้าสามารถใช้ไปได้ชั่วลูกชั่วหลาน นั่นก็ถือว่า ไม่ใช่ ของแพงเลย”

ในช่วง 2 – 3 ทศวรรษที่ผ่านมา วิธีคิดแบบมินเงได้รับการยอมรับนับถือจากบรรดานักปรัชญาและศิลปินในโลกตะวันตกจำนวนไม่น้อย อาทิเช่น Peter Rushforth, Mary Taguchi และ Masayuki Ogura ศิลปินทั้ง 3 ท่านนี้เป็นผู้ที่มีความศรัทธาและสร้างสรรค์งานภายใต้หลักการของมินเงมาโดยตลอด พวกเขาเลือกที่จะอาศัยและทำงานในชนบท ที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ขุนเขา และทุ่งหญ้า มากกว่าที่จะพักพิงอยู่ในเมืองใหญ่ ทุกคนเริ่มต้นจากการเป็นช่างฝีมือที่มีความชำนาญ จากนั้นจึงค่อยๆ ถ่ายทอดความคิดและความเป็นศิลปะลงไปในงานฝีมือของตน

สำหรับศิลปินไทยผู้สร้างสรรค์งานภายใต้แนวคิดมินเงนี้ ก็มีอาทิเช่น อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินเครื่องเคลือบดินเผาชาวเชียงรายแห่งบ้านดอยดินแดง ผู้สร้างสรรค์ถ้วย ชาม ราม ไห แสนสวยงาม ที่ตอบสนองการใช้งานจริงได้อย่างดีเยี่ยม อาจารย์สมลักษณ์นั้นทำงานภายใต้กรอบความคิดที่ว่า “ทุกอย่างต้องสอดคล้องกลมกลืนกันกับธรรมชาติ ในท่วงทำนองที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ระหว่างวิถีชีวิต และวิถีธรรมชาติ”

บทความที่เกี่ยวข้อง
สมลักษณ์ ปันติบุญ นักธุรกิจเครื่องปั้นดินเผา ผู้สร้างสรรค์โครงการ “เจดีย์ไม้ไผ่”
คลิปวิดีโอการสร้างเจดีย์ไม้ไผ่แห่งแรกของโลก


Tags: art, craft

« Back to Result

  • Published Date: 2011-03-14
  • Resource: www.tcdcconnect.com