Creative Knowledge

« Back to Result | List

สืบสานคุณค่ามรดกไทยในประติมากรรมบนก้อนน้ำแข็งและจานอาหาร

เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม

2

ใช่แล้วครับ เรากำลังพูดถึงฝีไม้ลายมือในการแกะสลักผักผลไม้และน้ำแข็งเพื่อประดับมื้ออาหารและงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้ “คนไทย” ขึ้นชื่อมากในเรื่องความวิฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งในระดับเยาวชนเราก็ยังคว้ารางวัลชนะเลิศและรางวัล Popular Vote ในการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็ง “The 2010 Harbin International Collegiate Snow Sculpture Contest” ที่เมืองฮาร์บิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย นี่เป็นการคอนเฟิร์มว่าฝีมือด้านหัตถกรรมของไทยเราได้รับการยอมรับจากนานาชาติอย่างแท้จริง ทั้งๆ ที่บ้านเราไม่ได้อุดมไปด้วยหิมะหรือน้ำแข็งให้ฝึกฝนเหมือนอย่างจีนหรือรัสเซีย ซึ่งครองรางวัลที่ 1 ร่วมกับเยาวชนไทย

จิตรบรรจง ดังจะเห็นได้จากรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 “Grand Champion” 3 ปีซ้อนใน “การแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งนานาชาติในเทศกาลหิมะซัปโปโร” (International Snow Sculpture Contest) ณ เมืองซัปโปโร จังหวัด

มรดกทางวัฒนธรรมไทยอย่างหนึ่งที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นบรรพกาลและยังคงเป็นส่วนหนึ่งของ “บุคลิกลักษณะประจำชาติไทย” ทุกวันนี้ ก็คือ ความสามารถในการสร้างงานฝีมือที่ต้องใช้ความประณีตและพิถีพิถันจนได้ผลงานวิจิตรตระการตา แม้ว่าผลงานบางชิ้นจะมีค่าแค่เพียงไว้ประดับจานกับข้าว หรือวางโชว์ไว้กลางงานมงคลสมรสเพื่อรอเวลาละลาย...

นอกจากน้ำแข็งแกะสลักแล้ว “ผักและผลไม้แกะสลัก” นับเป็นสมบัติของชาติอีกชิ้นที่ไม่ว่าคนชาติใดเห็นแล้วก็ต้องนึกถึงประเทศไทยอย่างแน่นอน ยิ่งเมื่อร้านอาหารไทยในต่างแดนเผยแพร่ความวิจิตรอลังการของศิลปะบนผักและผลไม้ในจานอาหาร ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำความตระหนักในแบรนด์ “ความเป็นไทย” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทักษะความสามารถดังกล่าวนี้ถึงกับก่อให้เกิดตำแหน่งงานเฉพาะทางขึ้นมาใหม่ เช่น ตำแหน่ง “คนจัดหัวจาน” ที่พบได้ตามร้านอาหารไทยขนาดใหญ่ในต่างประเทศ (อาทิ Thai Square ในกรุงลอนดอน) ซึ่งหน้าที่ของคนจัดหัวจาน ก็คือ การนำผักผลไม้มาแกะสลักและจัดเรียงในจานอาหาร ก่อนที่จะส่งจานให้เชฟนำอาหารลงจานเพื่อออกเสิร์ฟให้ลูกค้าต่อไป

Untitled-1

ปัจจุบันนี้ การจัดหัวจานในรูปแบบที่แปลกตาและสร้างสรรค์ (อาทิเช่น แกะสลักผักผลไม้ท้องถิ่นอย่าง reddish ให้เป็นรูปนก ฯลฯ) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากตามร้านอาหารไทยในต่างประเทศ แม้แต่ร้านเล็กๆ ที่เจ้าของเป็นพ่อครัว/แม่ครัว (หรือเสิร์ฟเองด้วย) ก็ต้องหันมาประดิบประดอยจานอาหารของตน เพื่อสร้างความประทับใจทางสายตาให้กับลูกค้า ก่อนที่จะมัดใจให้อยู่หมัดอีกครั้งด้วยรสชาติอันกลมกล่อม

แม้การจัดหัวจานจะเป็นอาชีพที่ “แสนจะธรรมดา” ในโรงแรมหรือร้านอาหารขนาดใหญ่ของเมืองไทย แต่สำหรับในต่างประเทศซึ่งต้นทุน (ค่าจ้างแรงงาน, ค่าสินค้า, ค่าสาธารณูปโภค ฯลฯ) มีราคาแพงแล้ว การให้ความสำคัญต่อการจัดหัวจาน (ถึงกับต้องจ้างคนมาทำงานนี้โดยเฉพาะนั้น) ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง เพราะในวัฒนธรรมตะวันตกที่ปกติ “เชฟ” จะเป็นผู้รับหน้าที่แต่งหน้าทาปากอาหาร (food presentation) ด้วยตนเองแล้ว การถือกำเนิดขึ้นของอาชีพนี้ อาจนำมาซึ่งโอกาสในการจ้างงานใหม่ๆ สำหรับคนไทยก็เป็นได้

ในประเทศไทย การแกะสลักน้ำแข็ง การแกะสลักผักผลไม้ รวมถึงเทคนิคการจัดจานอาหาร ได้ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมของหลายสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาในระบบ เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต หรือนอกระบบ เช่น สถาบัน กศน. ภาคตะวันออก อีกทั้งยังมีผู้รับสอนแบบอิสระอีกหลายรายซึ่งลงประกาศไว้บนอินเตอร์เน็ต

เป็นที่ทราบกันดีว่า การที่อาหารไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกโดยไม่ต้องพึ่งพากลยุทธ์การตลาดใดๆ นั้น สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะอาหารของเรามีรสชาติที่อร่อยถูกปากคนส่วนใหญ่ในโลก เช่นเดียวกัน ฝีมือในการสร้างสรรค์ผลงานที่ประณีตบรรจง ก็นับเป็นข้อได้เปรียบของแรงงานไทยที่ประเทศอื่นๆ ไม่สามารถแข่งขันได้โดยง่าย ดังนั้น โอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจมากกว่าการเป็นแรงงานรับจ้างผลิต ก็คือ การพัฒนางานฝีมือโดยการสร้างคุณค่า (value creation) ให้กับผลิตภัณฑ์ และการเป็นศูนย์กลางการฝึกฝนงานหัตถกรรมที่ต้องใช้ทักษะความชำนาญเฉพาะตัวสูง

ถ้าให้คุณลองนึกถึงประเทศสวิสเซอร์แลนด์ คุณจะนึกถึงอะไร? นอกจากทิวทัศน์อันงดงามตามธรรมชาติ แน่นอนว่า “นาฬิกา” (ที่มีราคาเท่ากับรถยนต์หรือคอนโด) ก็คงเป็นสิ่งแรกๆ ที่คุณจะนึกถึงเช่นกัน นาฬิกาสวิสฯ ราคาแพงลิบลิ่วเหล่านี้นอกจากจะบ่งบอกถึงรสนิยมและความเป็นตัวตนของผู้สวมใส่แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ “ความมหัศจรรย์ของกลไกภายใน” ที่ไม่มีใครทำได้เหมือนชาวสวิส นี่เองคืออีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ “เครื่องบอกเวลาของสวิส” ทรงคุณค่าความพิเศษสุดไว้ได้ตลอดมา

เท่าที่ผ่านมา แม้ไทยเราจะมีโรงเรียนและหลักสูตรวิชาชีพที่สอนงานฝีมือมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแกะสลักสบู่ การวาดลวดลายและติดเครื่องประดับลงบนเปลือกไข่ ฯลฯ แต่หากถามว่าสินค้าที่ผลิตออกมาจากหลักสูตรเหล่านี้ “ขายได้หรือไม่?” คำตอบที่ได้อาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่ เวลาการผลิต กลยุทธ์การขาย ฯลฯ ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราคนไทยต้องมาคิดกันต่อว่า เราจะทำอย่างไรเพื่อให้งานฝีมือและศิลปะชั้นสูง อันเป็นมรดกที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษนั้น มีทั้ง “คุณค่า” และ “ราคา” ในสายตาชาวโลก

เพราะหากเราสร้างกระแส “ไทยฟีเวอร์” ขึ้นได้สำเร็จ ใครจะไปรู้นะครับ ในอนาคตเราอาจได้เห็นความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ในสังคม ยกตัวอย่างเช่น คุณแม่บ้านหรือเด็กวัยรุ่นที่นั่ง “แกะสลักผลไม้ฆ่าเวลา” ตามห้างสรรพสินค้า (แทนที่จะนั่งถักนิตติ้งแบบในปัจจุบัน) หรือความต้องการ “ผ้าม่านปักมือแบรนด์ไทย” ที่เฉพาะลูกค้าระดับไฮเอนด์เท่านั้นจึงจะเป็นเจ้าของได้ อะไรอย่างนี้เป็นต้น

ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ

กลุ่มเป้าหมาย

โรงเรียนฝึกสอนการแกะสลักผัก ผลไม้ สบู่ ฯลฯ ในรูปแบบโรงเรียน คาเฟ่ ไลฟ์สไตล์ช้อป คิออสกลางห้าง ฯลฯ

- แม่บ้านต่างชาติ (เช่น ญี่ปุ่น) ที่ต้องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
- ผู้ที่ทำงานหรือต้องการทำงานด้านแกะสลักในร้านอาหาร หรือโรงแรม
- ผู้ที่ต้องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ซัพพลายเออร์ “จัดหัวจาน” ให้กับธุรกิจ catering, food stylists ฯลฯ

- ธุรกิจ catering

สินค้าที่ต้องใช้งานฝีมือชั้นสูงระดับไฮเอนด์ อาทิ ของตกแต่งบ้าน สินค้าแฟชั่น เครื่องประดับ ฯลฯ

- ลูกค้ากลุ่ม A, A+ ที่นิยมสินค้าแฮนด์เมด

ข้อมูลเพิ่มเติม:
http://www.ryt9.com/s/bmnd/791493
http://news.mthai.com/general-news/65721.html
http://www.newswit.com/news/2010-02-16/3c263907d2dee49d18220e51e2d73b9a/ http://www.nokroo.com/BrowseContent.php?cat_id=1&id=5959

เครดิตรูปภาพ:
http://www.thaibev.com/StoreFile/image_detail/group_2ImageDetail_001018.jpg http://www.flickr.com/photos/48257518@N05/4437628615/sizes/o/ http://www.psevikul.net/pic/Oboard/Veranda/21.jpg http://market.yellowpages.co.th/photo/0000/0129/129960/129960o.jpg http://www.flickr.com/photos/lunchinabox/2840839706/sizes/o/in/photostream/


« Back to Result

  • Published Date: 2010-11-04
  • Resource: www.tcdcconnect.com