Creative Knowledge

« Back to Result | List

ออกแบบความร่มรื่นให้โลกรื่นรมย์ (Green City Green Design)

เรื่องและภาพ : พลอย มัลลิกะมาส

มหานครของโลกหลายเมืองแม้จะไม่มีพื้นที่กว้างๆ สำหรับการยกป่ามาวางไว้กลางกรุง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับคนเมืองที่มีหัวใจสีเขียวหรอก ดูอย่าง Taguchi Ryo และ Imagawa Tomoko เป็นต้น ด้วยจินตนาการและความฝันที่จะกระตุ้นสำนึกรักธรรมชาติให้กับบรรดาคนเมือง ดีไซเนอร์เลือกซามูไรกลุ่มนี้ได้ร่วมกันทำโปรเจ็คท์ชื่อ “Green Island” ขึ้นตั้งแต่ปี 2008 โดยตั้งคำถามง่ายๆ ให้กับทุกคนว่า “หากเราทำเมืองให้เต็มไปด้วยสีเขียวแล้ว …มันจะสนุกแค่ไหน?” และผลงานที่คลอดออกมาก็ดูสนุกสนานดังที่เห็น

greencity1

ภาพที่ 1 : Osaka Dotonbori (โอซาก้า)
นี่คือตัวอย่างการจินตนาการถึงภาพในอุดมคติ เป็นก้าวแรกที่จะออกแบบความร่มรื่นให้กับเมือง เพื่อว่าสักวันหนึ่งความเขียวกลางเมืองนี้อาจจะเกิดขึ้นได้จริง

ภาพที่ 2 - 4 : ย่าน Roppongi, Akihabara, Shibuya (โตเกียว)
ส่วนสองภาพนี้เป็นภาพจำลองการเนรมิตถนนสีเขียวให้กับกรุงโตเกียวด้วยการนำรถยนต์และผู้คนออกไป แล้วแทนที่ด้วยพรมหญ้าสีเขียวสด เพื่อให้ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยสีเขียวนั่นเอง

สร้างพื้นที่สีเขียวให้อยู่ได้ด้วยตัวเอง

greencity2

นอกจากงานสร้างสรรค์ภาพจำลองแล้ว ในประเทศญี่ปุ่นยังมีศิลปินและนักจัดดอกไม้นามว่า Makoto Azuma ที่ถ่ายทอดแนวคิด “ทุกชีวิตในโลกต่างต้องพึ่งพาอาศัยกัน” ผ่านออกมาเป็นผลงานศิลปะเกี่ยวกับต้นไม้ภายใต้รูปแบบและข้อจำกัดที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เช่น งาน Distortion x Flowers เป็นศิลปะการจัดวางที่นำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างเสียงกับต้นไม้ Bamboo Man of Power เป็นต้นไผ่ที่มีรากงอกออกมา แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการมีชีวิต Leafman เป็นผลงานจากความฝันและจินตนาการที่แสดงให้เห็นถึงการดำรงอยู่ของมนุษย์และต้นไม้ และ Time of Moss ซึ่งเป็นนิทรรศการที่จัดแสดงขึ้นใน Milano Salone ประเทศอิตาลี

สถาปัตยกรรมบำบัดเมือง
ส่วนทางฝั่งยุโรปก็ไม่ยอมน้อยหน้า สถาปนิกชาวฝรั่งเศสนาม Edouard Francois ได้นำแนวคิดการหลอมรวมความเขียวขจีเข้ากับงานสถาปัตยกรรมมาทดลองใช้จริงตั้งแต่ปีค.ศ.2002 ผลงานการออกแบบหลายชิ้นของเขาช่วยฟื้นฟูสภาพที่พักอาศัยในกรุงปารีสให้มีความน่าอยู่ยิ่งขึ้น (ด้วยการให้ความสำคัญกับระบบนิเวศน์มากขึ้นนั่นเอง)

greencity3

ภาพที่ 1 : Labyrinthus เป็นเทศกาลประจำเมืองที่จัดขึ้นทุกปีที่ Ribeauville ในเมือง Colmar ประเทศฝรั่งเศส โดยคอนเซ็ปต์ของงานในปี 2002 คือการรำลึกถึงวันครบรอบ 200 ปีของ Victor Hugo กวีนิพนธ์ชื่อดังชาวฝรั่งเศส ซึ่งสถาปนิก Edouard Francois ได้ออกแบบสถานที่จัดงานโดยใช้ไร่ข้าวโพดมาสร้างเป็น “สวนเขาวงกตของตัวอักษร” เพื่อให้ผู้ที่มาชมงานสามารถเดินเล่นลัดเลาะไปตามมุมสีเขียวต่างๆ ได้อย่างสนุกสนาน

greencity4

ภาพที่ 2 : Montpellier หรือ Tower Flower เป็นอาคารชุดที่พักอาศัยในเขต 17 ของปารีสที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างมากในเชิงการออกแบบ โดยในงานนี้ Francois ได้นำกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่มาจัดวางเพื่อปกคลุมระเบียงด้านนอกของอาคาร พร้อมทำการติดตั้งระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติตรงราวจับเพื่อให้การดูแลต้นไม้ในระยะยาวเป็นไปได้ง่ายขึ้น

ภาพที่ 3 : L’lmmeuble qui pousse คืออาคารที่พักอาศัยอีกแห่งที่ Francois เป็นผู้ออกแบบ โดยงานนี้เขาตั้งใจจะหลอมรวมสิ่งปลูกสร้างให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ (ให้อาคารและต้นไม้เจริญเติบโตไปพร้อมๆ กันกับพื้นที่สีเขียวที่อยู่ล้อมรอบ)

ปัจจุบันเรื่องของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชนไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่เพียงเรื่องของที่พักอาศัยเท่านั้น แต่มันได้ขยายและแทรกซึมเข้าไปในพื้นที่สาธารณะตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในชีวิตประจำวันของคนเราด้วย เช่น ตามสถานีรถไฟ พิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะ ฯลฯ เราลองมาดูตัวอย่างผลงานในกลุ่มนี้จากมหานครใหญ่ๆ ของโลกกัน

สวนของผู้ลี้ภัยที่ Jewish Museum (กรุงเบอร์ลิน)

greencity5

สวนนี้สร้างขึ้นในปีค.ศ.2001 จากการออกแบบของ Daniel Libeskind สถาปนิกชาวยิวสัญชาติโปแลนด์ โดยโครงสร้างของสวนมีเสาคอนกรีตสูง 6 เมตร จำนวน 49 ต้น ตั้งตะหง่านอยู่ในแนวเฉียงทำมุม 12 องศา และมีต้นซิลเวอร์เบอรี่ อันเป็นสัญลักษณ์การลี้ภัยของชาวยิวปลูกไว้ที่ด้านบน

สถานีรถไฟ Atocha Estacion de Atocha (กรุงมาดริด)
โอเอซิสป่าร้อนชื้นที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของสถานีรถไฟใจกลางกรุดมาดริดแห่งนี้เป็นผลงานของ Alberto del Palacio สถาปนิกชื่อดังชาวสเปนที่ตั้งใจออกแบบพื้นที่ดังกล่าวให้มีลักษณะเหมือนเรือนกระจก (Greenhouse) สวนป่าขนาดมหึมานี้มีทั้งไม้ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กกว่า 300 ชนิดที่ปลูกไว้รวมกัน นอกจากนั้น ยังมีพื้นที่คาเฟ่ที่เปิดอยู่ติดกันเพื่อให้ผู้คนที่กำลังรอรถไฟได้มาใช้บริการนั่งพัก พร้อมกับชื่นชมความเขียวชอุ่มของต้นไม้ก่อนจะเดินทางต่อด้วย

เห็นชัดว่า ศิลปะและงานออกแบบหลายๆ ชิ้นในปัจจุบันกำลังตอกย้ำว่า “การดำเนินชีวิตท่ามกลางความเขียว” คือสิ่งที่คนเมืองทุกหนแห่งต่างเสาะแสวงหา ฉะนั้นเชื่อแน่ว่าในอนาคตอันไม่ใกล้ไม่ไกล ภาพของกระถางต้นไม้และการนำพืชพันธุ์มาปลูกในแนวตั้งตามป้ายรถเมล์ วงเวียนน้ำพุ ทางเท้า และที่สาธารณะต่างๆ จะกลายเป็นภาพธรรมดาสามัญที่เราสามารถเห็นได้ทั่วไปตามมหานครใหญ่ๆ ของโลก

…ถึงตรงนี้ก็ได้แต่หวังไว้ลึกๆ ว่าชาวกรุงเทพฯ เมืองเทวดาของเราจะลุกขึ้นมาเอาจริงเอาจังกับเขาบ้าง ก่อนที่ปัญหามลภาวะในเมืองจะลุกลามจนสายเกินแก้ เพราะท้ายที่สุดแล้วพวกเราเองนั่นแหละที่จะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ในตอนจบ เชื่อว่า คงไม่มีใครอยากควักกระเป๋าเพื่อ “ซื้ออากาศบริสุทธิ์” กันไปมากกว่านี้แล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติม :
- นิตยสาร PEN with New Attitude (ฉบับ 7/15)
-
Green Island


« Back to Result

  • Published Date: 2010-02-04
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป