Creative Knowledge

« Back to Result | List

แปลงสัญชาตญาณ Industrial Designer สู่ Footwear designer

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

premrudee1

ยุคนี้อาจไม่มีใครใช้คำว่า “บูรณาการ” กันมากเหมือนทศวรรษที่แล้ว แต่อันที่จริงการประสานองค์ความรู้หลายอย่างเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเป็นความรู้ใหม่ที่สมบูรณ์ขึ้น ก็ยังถือเป็นกระบวนการที่ควรอยู่คู่กับการพัฒนาทุกสิ่งบนโลกใบนี้ สำหรับการออกแบบนั้น หากนักออกแบบสามารถนำองค์ความรู้ต่างสาขามาปรับใช้ในสาขาของตนได้ ก็มักจะทำให้เกิดผลงานที่แปลกใหม่น่าสนใจหรือมีความลงตัวมากขึ้นเสมอ

เมื่อไม่นานมานี้เราได้คุยกับนักออกแบบหน้าใหม่รายหนึ่งที่มีผลงานออกแบบรองเท้าได้โดนใจ เพราะไม่ใช่แค่คอนเซ็ปท์หรือรูปแบบเท่านั้นที่มีความโดดเด่น แต่งานนี้ได้ผนวก “การทดลองใช้วัสดุ” ที่น่าทึ่งเข้าไปด้วย เรียกว่าเป็นตัวอย่างของการ “บูรณาการองค์ความรู้” ในงานออกแบบ 2 สาขาเข้าด้วยกัน 

เปรมฤดี หลีหเจริญกุล คือนักออกแบบรองเท้าคนดังกล่าว เธอจบปริญญาตรีด้านออกแบบอุตสาหกรรม (Industrial Design) แต่ด้วยความที่มีใจรักในแฟชั่นมาตลอด เปรมฤดีจึงมองหาอะไรที่อยู่ตรงกลางระหว่างงานออกแบบแฟชั่นและงานออกแบบผลิตภัณฑ์ และในที่สุดเธอก็พบว่าการออกแบบ “แอ็คเซสซอรี่ส์” น่าจะเป็นคำตอบที่ “ใช่” ที่สุดสำหรับเธอ

เปรมฤดีตัดสินใจไปเรียนต่อที่อิตาลี ดินแดนแห่งดีไซน์และเครื่องหนัง เธอเข้าเรียนวิชาแฟชั่นดีไซน์ที่ Domus Academy เมืองมิลาน ต่อจากนั้นก็เลือกคอร์สปริญญาโทด้านแอคเซสซอรี่ส์โดยตรง (ซึ่งได้เรียนทั้งการออกแบบกระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ) ไม่นานเธอก็ค้นพบว่าตนเองมีความหลงใหลในการออกแบบรองเท้าเป็นพิเศษ จึงเรียนปริญญาโทอีกใบที่สถาบัน Polimoda เมืองฟลอเรนซ์ เจาะลึกด้านการออกแบบรองเท้าโดยเฉพาะ

premrudee2

ว่าด้วย Footwear Design
ในการออกแบบรองเท้านั้นนักออกแบบต้องศึกษาถึง “สรีระศาสตร์ของเท้า” ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้สามารถออกแบบรองเท้าที่เหมาะสมสำหรับการสวมใส่ และต้องรู้จักการสร้างรองเท้าที่ช่วยปรับรูปเท้าให้ดูสวยงาม เช่น ต้องรู้ว่าส้นรองเท้าห่างจากอุ้งเท้ากี่เซนติเมตรจึงจะรับน้ำหนักแล้วใส่สบายที่สุด หรือคนเท้ากว้างจะออกแบบอย่างไรให้เท้าดูเล็กลง เป็นต้น ในกรณีนี้การออกแบบจึงไม่ใช่แค่เรื่องสวยงาม แต่เป็นเรื่องของศาสตร์และศิลป์ที่ประยุกต์เข้าหากัน ตั้งแต่การศึกษาสรีระของเท้า สู่การสร้างองค์ประกอบและแพทเทิร์นที่ชัดเจน ผนวกกับเทคนิคการตัดเย็บรองเท้าที่ปราณีต ฯลฯ เพื่อให้ได้รองเท้าที่ดีทั้งแบบและการสวมใส่ออกมาหนึ่งคู่

ผสมผสานวัสดุให้เกิดผลลัพธ์แบบใหม่
แนวทางการออกแบบของเปรมฤดีคือการทดลองใช้วัสดุใหม่ๆ และการผสมผสานวัสดุเพื่อสื่อถึงคอนเซ็ปท์ที่ตั้งไว้ เมื่อคนดูผลงานก็มักจะชื่นชอบ และมองว่าเป็นอาร์ตมากกว่าจะเป็นรองเท้า เปรมฤดีมองว่าอาจเป็นเพราะสัญชาตญาณของนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สะสมมาตั้งแต่สมัยเรียน ทำให้เธอรู้จักวัสดุเยอะ ผลงานจึงออกมาเป็นอะไรที่มากกว่ารองเท้าหนังธรรมดาๆ

ผลงานที่โดดเด่นของเปรมฤดีคืองาน Thesis ที่เธอได้แรงบันดาลใจมาจากการห่ออาหาร (Food wrapping) ซึ่งเล่นคำกับคำว่า Foot wrapping ด้วย เช่น การห่อซูชิ ข้าวห่อใบบัว กระทง 4 มุม และกะละแม เปรมฤดีสื่อสารคอนเซ็ปท์ข้างต้นด้วยเทคนิคและวัสดุหลากหลาย เช่น รองเท้าพื้นอะคริลิคสีน้ำตาลใสที่ห่อหุ้มด้วยเฟอร์สีน้ำตาล สื่อถึงห่อกาละแมที่เป็นใบไม้แห้ง หรือรองเท้ากระทง 4 มุม ที่เธอใช้เทคนิคการซ้อนทับและใส่ความเป็นมุมจีบของใบตองด้วยหนังสีเขียว และเชื่อมโยงส้นรองเท้าที่เป็นไม้แทนตัวไม้กลัด เป็นต้น

premrudee3

ส่วนผลงานที่สร้างชื่อให้เธอระดับหนึ่งในวงการแฟชั่นดีไซน์อิตาลี คือการออกแบบกระเป๋าถือสำหรับงานกลางคืนที่ชื่อ Temporary Night Clutch ซึ่งเปรมฤดีได้แนวคิดมาจากสุริยุปราคา (Eclipse) งานนี้เธอหยิบยกเรื่องแสงเงาและการซ้อนทับกันมาสื่อผ่านการผสมผสานวัสดุ ระหว่างแท่ง Alutex (วัสดุประเภทไฟเบอร์กลาสซึ่งนิยมใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์) กับผ้าโปร่งสีดำ ผลงานชิ้นนี้ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 10 ของผู้ชนะการประกวด WHAT'S MORE ALIVE THAN YOU® Collection ซึ่งเป็นการประกวดระดับนานาชาติที่เน้นแนวคิดแบบอาร์ตแฟชั่น โดยผู้ที่เข้ารอบจะได้นำผลงานไปผลิตและออกขายจริงบนเว็บไซต์ http://www.wmaty.com/

สะสมประสบการณ์สู่ร้านรองเท้าแฮนด์เมดในฝัน
ในระหว่างเรียนที่สถาบัน Polimoda เปรมฤดีได้สมัครทำงานพิเศษที่ร้าน Francesco da firenze ซึ่งเป็นร้านรองเท้าหนังแฮนด์เมดเก่าแก่ เน้นการทำรองเท้าแตะและรองเท้าผู้ชาย โดยยังคงใช้อุปกรณ์การทำรองเท้าแบบโบราณอยู่ การทำงานที่นี่ทำให้เปรมฤดีได้ซึมซับความรู้ในการผลิตรองเท้าด้วยมือ และได้เรียนรู้ความต้องการของลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวจากหลายชาติไปพร้อมๆ กัน

เช่นเดียวกับดีไซเนอร์หลายๆ คน เปรมฤดีฝันอยากมีแบรนด์รองเท้าเป็นของตนเองในวันข้างหน้า และอยากเปิดร้านรองเท้าแฮนด์เมดที่ใช้วัสดุชั้นดี เน้นคุณภาพและคุณค่าของผลงาน ทำให้ผู้คนได้เห็นถึงกระบวนการทำรองเท้าด้วยมือจริงๆ ซึ่งสิ่งนี้เองที่เธอคิดว่าจะแสดงความเป็นตัวตนของเธอได้มากที่สุด

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
http://www.wmaty.com/
http://members.virtualtourist.com/m/7bf2a/24e41/c/


« Back to Result

  • Published Date: 2010-09-16
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป