Creative Knowledge

« Back to Result | List

เจาะใจดาวิด โตปปานี “นักขึ้นงานต้นแบบ” (Prototypist) มือทองชาวฝรั่งเศส

เรื่องและภาพ : สร้างสรรค์ ณ สุนทร

prototype1

อูฟากโต (Ûfacto) เป็นชื่อที่ ดาวิด โตปปานี (David Toppani) ช่างทำงานต้นแบบชาวฝรั่งเศสเชื้อสายอิตาเลียนตั้งให้กับอะเตอลิเยร์ (atelier) ของเขา ชื่อ อูฟากโต (Ûfacto) เป็นคำที่เขาประกอบขึ้นโดยมีรากศัพท์มาจากคำว่า“ฟากโต” (facto) ในภาษาละตินซึ่งแปลว่า “ทำ” ส่วน “อะเตอลิเยร์” (atelier) นั้น หมายถึง เวิร์คชอป หรือ สตูดิโอศัพท์ที่เราเรียกทับกันตามภาษาอังกฤษนั่นเอง

ปัจจุบันนักออกแบบชื่อดังที่ทำงานให้กับผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่อย่าง Vitra, Cassina, Kartell, หรือ Ligne Roset ล้วนนำงานออกแบบของตนมาผลิตตัวต้นแบบที่สตูดิโอของดาวิด นอกจากนั้นแล้วสตูดิโอแห่งนี้ยังรับงานผลิตสินค้า Limited Edition (สินค้าตัวจริงที่ทำออกมาในจำนวนจำกัด) ให้กับแกลเลอรี่ต่างๆ อาทิเช่น ผลงานของสองพี่น้อง Bouroulle, Pierre Charpin, Hella Jongerius, และ Front Design เป็นต้น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ ดาวิด โตปปานี ตัวจริงเสียงจริง ที่สตูดิโอของเขาในกรุงปารีส

prototype2

ช่วยเล่าถึงที่มาของ ‘อูฟากโต’ ในวันนี้ให้ฟังหน่อยครับ
ผมจบมาจาก École Bulle (โรงเรียนวิชาชีพระดับสูงด้านศิลปะ ศิลปะประยุกต์ สถาปัตยกรรมภายใน และการออกแบบผลิตภัณท์) หลังเรียนจบผมก็ทำงานและก่อตั้ง อูฟากโต ขึ้นในปีค.ศ.1988 เราเริ่มจากการทำแบบจำลองให้กับพวกสถาปนิกครับ แต่ด้วยความที่ขอบเขตระหว่างงานสถาปัตยกรรม งานออกแบบ และงานศิลปะนั้นไม่เคยชัดเจน เมื่อวันเวลาผ่านไปขอบเขตของสิ่งที่เราทำก็เริ่มขยาย เราเริ่มทำงานด้านเฟอร์นิเจอร์ โดยแรกๆ ก็เป็นงานสไตล์คลาสสิกตามแบบยุคศตวรรษที่ 18 จากนั้นก็ค่อยๆ มีงานร่วมสมัยเพิ่มเข้ามาตามลำดับ แต่ถึงกระนั้นงานของเราก็ยังคงมีลักษณะเป็นงานฝีมือ งานช่าง ไม่ใช่งานเชิงอุตสาหกรรมครับ

คุณมีทีมงานทั้งหมดกี่คน
หลักๆ มีห้าคนครับ หนึ่งในนั้นรับผิดชอบงานธุรการทุกอย่าง สี่คนที่เหลือทำงานในสตูดิโอ ซึ่งแต่ละคนทำงานได้หลายหน้าที่ มีความสามารถกันคนละหลายอย่าง เช่น การขึ้นรูป การประกอบ การทำสี การเก็บรายละเอียด ฯลฯ แต่จะมีอยู่คนหนึ่งที่เขาถนัดการเก็บงานขั้นสุดท้ายเป็นพิเศษ ส่วนการบริหารทีมผมก็จะพิจารณาตามลักษณะงาน จำนวนงานในแต่ละช่วงเวลา และ deadline ของงานแต่ละชิ้นครับ นอกจากสี่คนหลักๆ นี้แล้ว เราก็จะมีเด็กฝึกงานตั้งแต่หนึ่งถึงสี่คนที่หมุนเวียนกันมาทุกๆ เดือน

ในฝรั่งเศสมีคนในสายวิชาชีพนี้เยอะไหมครับ
ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะ ทุกวันนี้ก็ไม่เห็นมีการรวมตัวจัดเป็นสมาคมอะไร แต่เท่าที่ผมรู้จักจากพี่น้องร่วมสถาบันหรือจากคนในแวดวงเดียวกันมันก็มีอยู่ประมาณหนึ่ง ซึ่งแต่ละคนเขาจะมีความถนัดเฉพาะด้านที่ต่างกัน

บางคนถนัดงานทำซุ้มร้านค้า (Booth) ตามห้างฯ บางคนถนัดงานจัดหน้าร้าน (Window display) บางคนถนัดงานทำขวดน้ำหอมและเครื่องสำอาง แต่ของเราถนัดงานทำต้นแบบเฟอร์นิเจอร์ครับ

prototype3

ที่ผ่านมาคุณได้มีส่วนในการออกแบบด้วยไหม หรือทำงานตามสั่งอย่างเดียว
แล้วแต่งานครับ แบบที่แต่ละคนเอามานั้นอยู่ในพัฒนาการ (ขั้นตอน) ที่ไม่เท่ากัน บางคนมาพร้อมแบบที่ชัดเจนมาก ลงลึกถึงรายละเอียด มีการคิดถึงวัตถุดิบและเทคนิคที่จะต้องใช้ ปัญหาแทบทุกอย่างได้ถูกขบคิดหาคำตอบไว้แล้ว

อันนี้เราก็มีหน้าที่ขึ้นรูปอย่างเดียว แต่บางคนมาแค่กับภาพความคิด ไม่มีความรู้หรือไม่ได้คำนึงถึงเรื่องทางเทคนิคไว้เลย อย่างนี้เราก็พอจะมีส่วนร่วมในการออกแบบอยู่บ้าง แต่ก็เป็นในส่วนของเทคนิคการทำ ส่วนตัวแบบนั้นเราก็พยายามจะทำออกมาให้ใกล้เคียงกับภาพความคิดของเขาให้มากที่สุด

แล้วคุณไม่คิดอยากจะออกแบบเองบ้างหรือครับ
ความตั้งใจแรกเป็นอย่างนั้นครับ ตั้งใจไว้ว่าเมื่อตั้งสตูดิโอขึ้นแล้วจะให้เวลาครึ่งหนึ่งกับงานที่ตัวเองออกแบบ

แต่พอทำไปทำมางานผลิตต้นแบบมันต้องใช้เวลามาก ต้องคอยดูแล ต้องตามงาน เลยกลายเป็นว่าผมไม่เคยได้ทำงานของตัวเองเลย แต่ทุกวันนี้เอาจริงๆ ผมก็ไม่เหลือความอยากที่จะออกแบบอะไรแล้ว โลกเราเต็มไปด้วยวัตถุสิ่งของที่มากมายเกินพอ เรามีครบทุกอย่างแล้วเพื่อการใช้สอย ผมเลยไม่มีใจอยากจะออกแบบอะไรขึ้นมาอีก พอใจจะอยู่ตรงนี้ คอยขบคิดแก้ปัญหาทางเทคนิคดีกว่า น่าสนใจกว่า

พูดถึงงานที่พวกนักออกแบบนำมาทำต้นแบบที่นี่ มีงานจำพวกไหนเยอะเป็นพิเศษครับ
ส่วนใหญ่เป็นเฟอร์นิเจอร์ครับ และก็ไม่น้อยที่เป็นโคมไฟหรืออุปกรณ์ให้แสงสว่าง ผมว่า "แสง" เป็นวัตถุดิบที่น่าสนใจนะ รองลงมาก็เป็นพวกชั้นวางของ วางหนังสือ ฯลฯ แล้วก็มีพวกงานน้ำหอมอยู่บ้าง

มีการกำหนดมาตราฐานราคางานไหมครับ
ไม่มีครับ ผมจะคิดราคาจากองค์ประกอบที่ใช้ในการทำงานมากกว่า อาทิเช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าอุปกรณ์ ค่าไฟ ค่าเวลา ค่าแรงของเรา ค่าแรงของคนที่ทำงานกับเรา ฯลฯ ฉะนั้นราคาของงานแต่ละชิ้นจะต่างกันไป ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทั้งหมดที่ว่ามานี้

ตั้งแต่ทำงานมา คุณเห็นพัฒนาการอะไรในวิชาชีพนี้บ้าง
ที่เห็นชัดเจนคือเรื่องเทคโนโลยีทางดิจิตอล ล่าสุดเราต้องซื้อเครื่องแกะอัตโนมัติเพิ่มเข้ามาเพื่อรองรับงานที่ส่งมาเป็นไฟล์ดิจิตอล แต่ยังไงก็ตามสำหรับวิชาชีพทำมือแล้ว ผมว่า "ฝีมือช่าง" ก็ยังคงเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุด

ท้ายนี้มีอะไรอยากเพิ่มเติมไหมครับ
ผมว่างานในสายนี้ยังคงต้องการ "ทักษะฝีมือ" อยู่เสมอ แม้เทคโนโลยีจะถูกพัฒนาไปเรื่อยๆ แต่งานทำมือก็จะยังคงมีชีวิตของมันต่อไป อีกอย่างหนึ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจสำหรับสายอาชีพนี้ก็คือ การมีโอกาสได้เห็นและได้สัมผัสกับโลกส่วนตัวนักออกแบบแต่ละคน ซึ่งผมเห็นว่ามันสนุก แตกต่าง และเป็นเอกลักษณ์จริงๆ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
http://ufacto.canalblog.com






« Back to Result

  • Published Date: 2010-04-09
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป