Creative Knowledge

« Back to Result | List

Design Icon : รอส เลิฟโกรฟ (Ross Lovegrove)

เรียบเรียง: ณัฏฐินี กาญจนาภรณ์

design Icon-Ross-Lovegrove

“ผลงานของผมต้องการความโค้งมน …เหมือนกับทรวดทรงของมนุษย์ที่ไม่มีเส้นตรงเลย”

Ross Lovegrove เกิดเมื่อปีค.ศ.1958 ในสหราชอาณาจักร เขานิยามผลงานของตนเองว่าเป็นสิ่งที่ “Organic” ทั้งในแง่ของปรัชญาและสุนทรียภาพ Lovegrove ยึดมั่นในแนวคิด “Form follows Emotion” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังของอารมณ์ในการสร้างและกำหนดรูปทรง นอกจากนั้นเขายังนิยมในเส้นสายที่โค้งมนและมักเลือกใช้วัสดุสมัยใหม่ที่มีคุณสมบัติเรียบและโฉบเฉี่ยว ผลงานของ Lovegrove ได้รับการสรรเสริญว่าเป็นงานที่ผสาน “ความงาม” เข้ากับ “ตรรกะ” ได้อย่างลงตัว

Studio X คือ พื้นที่ทำงานออกแบบของ Lovegrove เขาตั้งบริษัทนี้ขึ้นในปีค.ศ.1990 และทำงานออกแบบให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Sony, Apple, Peugeot, Phillips และ Kartell ผลงานของ Lovegrove เป็นที่รู้จักทั้งในด้านของฟังก์ชั่นการใช้งาน รูปแบบที่โฉบเฉี่ยวทันสมัย และการคำนึงถึงสภาพแวดล้อม

ในปีค.ศ.2001 Lovegrove ได้ออกแบบ Go chair ให้กับบริษัท Bernhardt ที่ในขณะนั้นต้องการจะปรับภาพลักษณ์ของบริษัทให้ทันสมัยขึ้น เขานำแมกนีเซียม (Magnesium) มาใช้เป็นวัสดุหลักในการออกแบบ (ซึ่ง ณ ตอนนั้นยังไม่เคยมีใครใช้แมกนีเซียมทำเก้าอี้มาก่อน) Go Chair นำเอาลักษณะโค้งมนของฟอสซิลไดโนเสาร์มาผสานเข้ากับลวดลายของศิลปะอาฟริกัน ทำให้เก้าอี้ตัวนี้ดูมีชีวิตขึ้นมาได้อย่างประหลาด แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งความทันสมัยล้ำยุคอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lovegrove ด้วย

ผลงานชิ้นสำคัญอีกชิ้นของ Lovegrove ได้แก่ ขวดน้ำแร่สำหรับดื่มของ Ty Nant (1999-2001) เขาออกแบบขวดน้ำดื่มนี้ให้มีรูปทรงบิดเป็นเกลียวโดยนำเอาสรีระของน้ำที่กำลังไหลวนมาเป็นต้นแบบ วัตถุประสงค์ข้อแรกในการออกแบบขวดเกลียวนี้คือ เพื่อให้เด็กและคนชราสามารถจับขวดน้ำได้แน่นยิ่งขึ้น (เพราะขวดน้ำปกติมักมีน้ำหนักเกินแรงของคนกลุ่มนี้ ทำให้ขวดลื่นหลุดมือง่าย) ส่วนวัตถุประสงค์ข้อที่สองคือ เขาต้องการใช้ความโค้งมนนี้เชื้อเชิญให้คนขย้ำขวดก่อนจะทิ้งลงถังขยะ ซึ่งถือเป็นการลดพื้นที่ของขยะไปในตัว โดยผลตอนรับที่ได้จากการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ครั้งนั้นคือยอดขายน้ำแร่ Ty Nant พุ่งสูงขึ้นถึง 20 ล้านขวดในระยะเวลาเพียง 1 ปี

Lovegrove มักพูดติดตลกเสมอว่า เขาเป็นนักออกแบบประเภท “Hit and Run” (ชนแล้วหนี)


« Back to Result

  • Published Date: 2010-03-19
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป