Creative Knowledge

« Back to Result | List

Design Icon : เฮลลา จองเกอเรียส (Hella Jongerius) นักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มอบเสน่ห์ให้งานผีมือ

เรียบเรียง: ณัฏฐินี กาญจนาภรณ์

เรียบเรียง: ณัฏฐินี กาญจนาภรณ์
“งานออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดีต้องแสดงถึงความตั้งใจของนักออกแบบที่จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกพอใจอย่างสูงสุด”
Hella Jongerius เกิดเมื่อปีค.ศ.1963 ในประเทศเนเธอร์แลนด์ เธอเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่รักในส่วนผสมของ
“งานฝีมือ” (Craft) และ “การผลิตแบบอุตสาหกรรม” (Industrial manufacturing) ยกตัวอย่างเช่น
ผลงานการออกแบบ “แจกันดอกไม้นุ่มนิ่ม” ที่ Jongerius นำวัสดุโพลียูริเทน (polyurethane) มาเย็บต่อกัน
(โดยตั้งใจทิ้งรอยตะเข็บไว้) เพื่อส่งผ่านแนวคิดของการผสมผสานดังกล่าว
Jongerius จบการศึกษาด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จาก Eindhoven Design Academy ในปีค.ศ.1993
โดยเธอมีความถนัดพิเศษทางด้านสิ่งทอ ผลงานยุคแรกๆ ของ Jongerius เช่น Bath Mat (1993) และ Soft Urn
(1994) เป็นผลงานการออกแบบที่เธอทำร่วมกับ Droog Design Collection
ซึ่งเป็นกลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรงของเนเธอร์แลนด์สมัยนั้น
ต่อมาในปีค.ศ.2000 Jongerius ได้แยกตัวออกมาตั้งบริษัท JongeriusLab ของตนเองที่เมือง Rotterdam
และทำงานให้กับบริษัทผู้ผลิตชื่อดังหลายแห่ง เช่น Royal Tichekar Makhum, Maharam และ Vitra
งานออกแบบสิ่งทอที่เธอทำให้กับ Maharam น่าจะเป็นผลงานที่แสดงถึงตัวตนของ Jongerius ได้ดีที่สุด
เพราะเธอได้นำเอาเสน่ห์ของความไม่สม่ำเสมอ (ในงานฝีมือ) และความสามารถในการทำซ้ำ
(ของระบบการผลิตแบบอุตสหกรรม) มาผสานกันเป็นแนวทางสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว
ในปีค.ศ.2005 จากการที่ได้รับเชิญให้เป็นผู้จัดนิทรรศการใน Cooper Hewitt National Design Museum (New
York) Jongerius ได้คิดวิธีการใส่ลวดลายบนผืนผ้าทอขึ้นใหม่ โดยเธอนำเอาวิธี “needle-punching”
มาใช้ร่วมกับเทคนิคการตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับเครื่องทอผ้า (ที่พบในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป)
ผลงานครั้งนั้นทำให้แนวคิด “การผสมผสานเทคนิคงานฝีมือและเครื่องจักร”
กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากขึ้นในวงกว้าง
Jongerius ชอบค้นคว้าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับงานฝีมือ งานออกแบบ และงานศิลปะ
สำหรับเธอแล้วรายละเอียดของงานออกแบบถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
เพราะคนแต่ละคนจะประทับใจในรายละเอียดที่ต่างกั

Hella-Jongerius2

“งานออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดีต้องแสดงถึงความตั้งใจของนักออกแบบที่จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกพอใจอย่างสูงสุด”

Hella Jongerius เกิดเมื่อปีค.ศ.1963 ในประเทศเนเธอร์แลนด์ เธอเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่รักในส่วนผสมของ “งานฝีมือ” (Craft) และ “การผลิตแบบอุตสาหกรรม” (Industrial manufacturing) ยกตัวอย่างเช่น ผลงานการออกแบบ “แจกันดอกไม้นุ่มนิ่ม” ที่ Jongerius นำวัสดุโพลียูริเทน (polyurethane) มาเย็บต่อกัน (โดยตั้งใจทิ้งรอยตะเข็บไว้) เพื่อส่งผ่านแนวคิดของการผสมผสานดังกล่าว

Jongerius จบการศึกษาด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จาก Eindhoven Design Academy ในปีค.ศ.1993 โดยเธอมีความถนัดพิเศษทางด้านสิ่งทอ ผลงานยุคแรกๆ ของ Jongerius เช่น Bath Mat (1993) และ Soft Urn (1994) เป็นผลงานการออกแบบที่เธอทำร่วมกับ Droog Design Collection ซึ่งเป็นกลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรงของเนเธอร์แลนด์สมัยนั้น

ต่อมาในปี ค.ศ.2000 Jongerius ได้แยกตัวออกมาตั้งบริษัท JongeriusLab ของตนเองที่เมือง Rotterdam และทำงานให้กับบริษัทผู้ผลิตชื่อดังหลายแห่ง เช่น Royal Tichekar Makhum, Maharam และ Vitra งานออกแบบสิ่งทอที่เธอทำให้กับ Maharam น่าจะเป็นผลงานที่แสดงถึงตัวตนของ Jongerius ได้ดีที่สุด เพราะเธอได้นำเอาเสน่ห์ของความไม่สม่ำเสมอ (ในงานฝีมือ) และความสามารถในการทำซ้ำ (ของระบบการผลิตแบบอุตสหกรรม) มาผสานกันเป็นแนวทางสร้างสรรค์ได้อย่างลงตัว

ในปี ค.ศ.2005 จากการที่ได้รับเชิญให้เป็นผู้จัดนิทรรศการใน Cooper Hewitt National Design Museum (New York) Jongerius ได้คิดวิธีการใส่ลวดลายบนผืนผ้าทอขึ้นใหม่ โดยเธอนำเอาวิธี “needle-punching” มาใช้ร่วมกับเทคนิคการตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับเครื่องทอผ้า (ที่พบในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป) ผลงานครั้งนั้นทำให้แนวคิด “การผสมผสานเทคนิคงานฝีมือและเครื่องจักร” กลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากขึ้นในวงกว้าง

Jongerius ชอบค้นคว้าเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับงานฝีมือ งานออกแบบ และงานศิลปะ สำหรับเธอแล้วรายละเอียดของงานออกแบบถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะคนแต่ละคนจะประทับใจในรายละเอียดที่ต่างกัน


« Back to Result

  • Published Date: 2010-02-25
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป