Creative Knowledge

« Back to Result | List

Design Icon: แอนเดรีย แบรนซี (Andrea Branzi)

เรียบเรียง: ณัฏฐินี กาญจนาภรณ์

เรียบเรียง: ณัฏฐินี กาญจนาภรณ์
“หากเราไม่สามารถใส่ใจกับรายละเอียดในของเล็กๆ ได้แล้ว เรื่องสำคัญที่เป็นเรื่องใหญ่ก็มักจะพังเสมอ”
Andrea Branzi เกิดเมื่อปีค.ศ.1938 ในประเทศอิตาลี เขาคือผู้ที่เชื่อว่าสิ่งของทุกอย่างในโลกจะทำงานได้ดี
ก็ต่อเมื่อชิ้นส่วนต่างๆ ของมันถูกประกอบเข้าไว้ด้วยกันอย่างดี ไม่ว่าสิ่งๆ นั้นจะเป็นเมืองทั้งเมือง
หรือเป็นเพียงมือจับประตูก็ตาม อาจกล่าวได้ว่า “ความเข้าใจในรายละเอียด”
คือหัวใจที่สำคัญที่สุดในการออกแบบของ Branzi
Branzi จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมจากเมือง Florence เขาทำงานเป็นสถาปนิกและนักทฤษฎีไปพร้อมๆ กัน
ที่ผ่านมา Branzi มีผลงานตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ No Stop City (1969)
ซึ่งนำเสนอปรัชญาแนวคิดของเขาต่ออนาคตของสถาปัตยกรรมและเมือง โดย Branzi
มองว่าเมืองในอนาคตจะทำงานเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถตั้งโปรแกรมให้ตอบสนองต่อความต้องการของ
มนุษย์ได้ ในขณะเดียวกันมนุษย์เองก็จะต้องการพื้นที่ที่เล็กลง
และเป็นพื้นที่ที่ตอบสนองแค่ความต้องการขั้นพื้นฐานของชีวิตเท่านั้น
เมืองจะไม่มีคอนโดมิเนียมหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกต่อไป แต่มันจะ “ปรับตัวได้” ตามการใช้ชีวิตของมนุษย์
ผลงานส่วนมากของ Branzi ไม่ได้เป็นแค่งานออกแบบ แต่เป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับมุมมองในชีวิตประจำวัน
ยกตัวอย่างเช่น Reverse chair ที่เขาออกแบบในปีค.ศ.1983 เก้าอี้ตัวนี้สร้างความรู้สึกที่กำกวมเป็นอย่างยิ่ง
เพราะเราจะไม่สามารถแน่ใจว่ากำลังมองที่ “ด้านหน้า” หรือ “ด้านหลัง” ของมันอยู่ Branzi
ชี้ว่าการมองลึกในรายละเอียดของเก้าอี้ตัวนี้เท่านั้นที่จะทำให้เราเข้าใจ "ภาพรวม" ของมัน
Branzi ได้รับรางวัล Compasso d'Oro Speciale ในปีค.ศ.1987
ในฐานะนักออกแบบและนักคิดคนสำคัญของประเทศอิตาล

andree-branzi

“หากเราไม่สามารถใส่ใจกับรายละเอียดในของเล็กๆ ได้แล้ว เรื่องสำคัญที่เป็นเรื่องใหญ่ก็มักจะพังเสมอ”

Andrea Branzi เกิดเมื่อปีค.ศ.1938 ในประเทศอิตาลี เขาคือผู้ที่เชื่อว่าสิ่งของทุกอย่างในโลกจะทำงานได้ดี ก็ต่อเมื่อชิ้นส่วนต่างๆ ของมันถูกประกอบเข้าไว้ด้วยกันอย่างดี ไม่ว่าสิ่งๆ นั้นจะเป็นเมืองทั้งเมือง หรือเป็นเพียงมือจับประตูก็ตาม อาจกล่าวได้ว่า “ความเข้าใจในรายละเอียด” คือหัวใจที่สำคัญที่สุดในการออกแบบของ Branzi

Branzi จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมจากเมือง Florence เขาทำงานเป็นสถาปนิกและนักทฤษฎีไปพร้อมๆ กัน ที่ผ่านมา Branzi มีผลงานตีพิมพ์เป็นหนังสือชื่อ No Stop City (1969) ซึ่งนำเสนอปรัชญาแนวคิดของเขาต่ออนาคตของสถาปัตยกรรมและเมือง โดย Branzi มองว่าเมืองในอนาคตจะทำงานเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถตั้งโปรแกรมให้ตอบสนองต่อความต้องการของ มนุษย์ได้ ในขณะเดียวกันมนุษย์เองก็จะต้องการพื้นที่ที่เล็กลง และเป็นพื้นที่ที่ตอบสนองแค่ความต้องการขั้นพื้นฐานของชีวิตเท่านั้น เมืองจะไม่มีคอนโดมิเนียมหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตอีกต่อไป แต่มันจะ “ปรับตัวได้” ตามการใช้ชีวิตของมนุษย์

ผลงานส่วนมากของ Branzi ไม่ได้เป็นแค่งานออกแบบ แต่เป็นการตั้งคำถามเกี่ยวกับมุมมองในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างเช่น Reverse chair ที่เขาออกแบบในปีค.ศ.1983 เก้าอี้ตัวนี้สร้างความรู้สึกที่กำกวมเป็นอย่างยิ่ง เพราะเราจะไม่สามารถแน่ใจว่ากำลังมองที่ “ด้านหน้า” หรือ “ด้านหลัง” ของมันอยู่ Branzi ชี้ว่าการมองลึกในรายละเอียดของเก้าอี้ตัวนี้เท่านั้นที่จะทำให้เราเข้าใจ "ภาพรวม" ของมัน

Branzi ได้รับรางวัล Compasso d'Oro Speciale ในปีค.ศ.1987 ในฐานะนักออกแบบและนักคิดคนสำคัญของประเทศอิตาลี



« Back to Result

  • Published Date: 2010-02-18
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป