Creative Knowledge

« Back to Result | List

คุยกับนักเขียนใจกล้า Troy Chin และผลงานการ์ตูน The Residential Tourist ไตรภาค

สัมภาษณ์โดย : สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

Troychin1

แม้ว่าชื่อ Troy Chin อาจจะไม่คุ้นหูนักสำหรับนักอ่านในบ้านเรา แต่ที่สิงคโปร์เขาผู้นี้ได้สร้างความแปลกใหม่ให้เกิดขึ้นในแวดวงหนังสือ ด้วยรูปแบบการเขียนที่ดูคล้ายกับ “การ์ตูนช่อง” แต่เนื้อหากลับไม่เหมือนการ์ตูนช่องทั่วไปที่คุณเคยสัมผัส ผลงานที่ Troy Chin ขีดเขียนขึ้นนี้ คือ การตีแผ่วิถีชีวิตของชาวสิงคโปร์ที่ตัวเขารู้สึกว่า “ชีวิตของผู้คนในเกาะเล็กๆ แห่งนี้ได้ถูกตั้งโปรแกรมไว้หมดแล้ว” สำหรับตัวผมซึ่งเพิ่งอ่านการ์ตูนเรื่อง The Residential Tourist ของ Troy Chin จบไปไม่นาน ผมอยากจะให้นิยามมันว่า มันคือ “Biographic Comic” ครับ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้สนทนากับ คุณ Troy Chin ซึ่งในที่นี้ผมไม่อยากจะใช้คำว่า “สัมภาษณ์” เพราะมันฟังดูเป็นทางการมากไป ในทางตรงกันข้าม ผมว่าช่วงเวลากว่าสองชั่วโมงระหว่างเขากับผมมันเปรียบเสมือนกับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์มากกว่า โดยคุณ Troy Chin นั้นเป็นนักเล่าเรื่องที่น่าอัศจรรย์มาก วันนี้เราจะมาติดตามเบื้องหลังของการเขียนการ์ตูนเรื่อง The Residential Tourist ทั้ง 3 ภาคกันครับ

หลังจากที่ได้อ่าน The Residential Tourist ครบทั้งสามภาคแล้ว ผมรู้สึกว่า ประเทศสิงคโปร์เปลี่ยนแปลงไปเยอะมากในช่วงระยะเวลาสิบกว่าปีที่คุณไปใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกา ?
จริงๆแล้ว สิงคโปร์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากโดยตลอดนะ ตั้งแต่ก่อนผมไปแล้ว เพียงแต่ว่าตัวผมมีความหลงใหลในวัฒนธรรมอเมริกามาก ดังนั้นเมื่อผมไปถึงอเมริกา ผมจึงดูดซับเอาวัฒนธรรมของเขามาอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ การใช้ชีวิต วัฒนธรรม ที่สำคัญคือเรื่องอิสระทางความคิด ผมพูดได้ว่าผมรักอเมริกามาก ในจุดนี้เองที่ทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตในสิงคโปร์มันเหมือนถูกตีกรอบหรือตั้งโปรแกรมไว้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีนะครับ เพราะการเรียนหนังสือเก่งก็เป็นสิ่งที่การันตีได้ว่าคุณมีโอกาสจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ถึงกระนั้น ผมคิดว่ามันยังถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะชีวิตคนเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับกรอบของวิชาการเท่านั้น

ความฝันในวัยเด็กของผม คือ การได้เป็น Rock Star แต่ถ้าคุณเดินไปบอกแม่ของคุณอย่างนั้น รับรองว่าแม่จะบอกให้คุณลืมความคิดนั้นเสีย เพราะอาชีพศิลปินในสิงคโปร์มีโอกาสเติบโตได้น้อย (เมื่อเทียบกับวิชาชีพสาขาอื่น) ดังนั้น ผมจึงตั้งเป้าหมายใหม่ นั่นคือการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ และอเมริกาก็คือประเทศในฝันของผม แต่การเริ่มต้นที่จะก้าวออกจากสิงคโปร์นั้น ผมต้องทำภารกิจที่ถูกบังคับให้หมดเสียก่อน นั่นก็คือ การเป็นทหาร เพราะตามกฏของประเทศสิงคโปร์ คุณจะต้องฝึกทหารเป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งช่วงเวลานั้นทางการจะยึดพาสปอร์ตของคุณไว้ด้วย

หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจผมก็มุ่งหน้าไปอเมริกาทันที โดยในเบื้องต้นตั้งใจไว้ว่าจะเรียนแพทย์เพื่อเอาใจคุณแม่ แต่การเรียนการสอนที่ยาวนานถึง 8 ปีก็ทำให้ผมเปลี่ยนใจ ผมตัดสินใจโทรหาแม่แล้วบอกว่า ผมขอเรียนวิชาบริหารธุรกิจแทนนะ โดยจะเรียนด้านการเงินเพราะมหาวิทยาลัยที่นี่มีชื่อเสียงมาก ตรงนั้นถือเป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างแม่กับผม ซึ่งผมถือว่าตัวเองโชคดีมากที่เกิดมาเป็นลูกแม่ เพราะถ้าเป็นครอบครัวอื่นผมอาจต้องถูกกดดันให้เรียนแพทย์จนจบ

หลังจากเรียนจบ ผมก็เข้าทำงานในสายงานดนตรีที่นิวยอร์ค ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเกือบหนึ่งทศวรรษ เป็นนิวยอร์กเกอร์เต็มตัว ซึ่งนั่นได้ทำให้ผมกลายเป็น “คนแปลก” สำหรับชาวสิงคโปร์เอง ซึ่งผมสามารถสัมผัสได้ตั้งแต่วันแรกที่กลับมาถึง...

Troychin2

ทำไมคุณถึงเลือกการวาดรูปแทนการเขียนบรรยาย หรือแม้กระทั่งถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลงตามที่คุณใฝ่ฝัน ?
จริงๆ แล้วผมไม่มีทักษะด้านการวาดเลย ภาพในหนังสือ The Residential Tourist เป็นการจับดินสอวาดภาพครั้งแรกในรอบ 20 ปี เริ่มแรกการวาดภาพของผมเป็นส่วนหนึ่งของการบำบัดที่นักจิตเวชชาวอเมริกันแนะนำ เธอบอกให้ผมถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นรูปภาพ ตอนแรกผมก็รู้สึกกลัวนะ แต่ในที่สุดก็เริ่มสนุกกับมันได้ หลังจากกลับมาที่สิงคโปร์ ผมวาดภาพทุกวัน ถือเป็นกิจกรรมสำคัญอันดับหนึ่ง บางวันวาดได้ 3 หน้า บางวันวาดได้แค่กรอบเดียว ฟังดูช้ามากใช่มั้ยครับ เพราะเวลาคุณอ่านการ์ตูนคุณใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีต่อหนึ่งหน้า ในขณะที่ผมใช้เวลาวาดเป็นวันๆ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็มีความสุขและสนุกที่ได้ทำมันครับ

ตอนนี้ผมกำลังเตรียมเขียนเรื่อง The Residential Tourist ภาคที่ 4 และ 5 อยู่ครับ โดยครั้งนี้จะมีโครงเรื่องที่ชัดเจนมากขึ้น คุณจะพบกับสิ่งใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึง ซึ่งเป็นการพัฒนาทางด้านการเขียนและการวาดภาพของผมเอง

คุณมีความคิดที่จะหาคนมาช่วยวาดภาพหรือไม่ ?
จริงๆ แล้วในสิงคโปร์มีคนวาดภาพเก่งๆ เยอะนะ แต่ผมไม่รู้เขาหายไปไหนกันหมด คือเราต้องยอมรับก่อนว่าพื้นที่สำหรับงานศิลปะในสิงคโปร์มีน้อย และคนพวกนี้ก็หวังที่จะได้ค่าตอบแทนที่สูง ถ้าหนังสือผมประสบความสำเร็จ และผมจำเป็นที่จะต้องหาคนมาช่วย ผมคงไม่ไปหาคนที่วาดภาพเก่งที่สุด แต่จะไปหาคนที่ฉลาดในการถ่ายทอดเรื่องราว เพราะการวาดการ์ตูนช่องในรูปแบบบทสนทนา (เหมือนที่ผมทำอยู่นี้) เรื่องคำพูด ท่าทาง และการจัดวาง มีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น ถ้าหาคนถ่ายทอดได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีเยี่ยมสำหรับผม

คุณมองงานศิลปะเป็นอย่างไร ?
ตัวผมเองไม่ได้เติบโตมาทางสายศิลปะ แต่ผมก็อยากจะฝากไว้ว่า ถ้าคุณชอบงานศิลปะ ขอให้ใส่ใจในตัวงาน และขอให้มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนางานอย่างสม่ำเสมอ อย่ามองว่างานศิลปะเป็นเรื่องเงินทอง เพราะนั่นเท่ากับคุณมองมันเป็นธรุกิจ ซึ่งจะส่งผลทางลบกับผลงานแน่นอนไม่มากก็น้อย สำหรับผมแล้ว ผมซื่อสัตย์กับตัวงานของผมมาก ทุกภาพที่ได้วาด ทุกคำพูดที่ถูกถ่ายทอดออกมา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เป็นสิ่งที่ผมได้สัมผัสจริงๆ ไม่มีการแต่งเติมใดๆ ทั้งสิ้น มันจึงสะท้อนแนวคิดของผมต่อรูปแบบการดำเนินชีวิตของคนสิงคโปร์ โดยที่คนสิงคโปร์เองอาจจะมองข้ามไป เช่น การจองโต๊ะกินข้าวด้วยการวางทิชชูไว้ เป็นต้น

Troychin3

ณ ตอนนี้คุณกำลังจะมีการนิทรรศการงานเขียนของคุณ ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน อยากทราบว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
จริงๆ แล้วผมไม่ได้ตั้งเป้าไว้ว่าหนังสือของผมจะไปไกลถึงไหน จุดเริ่มต้นอยู่ที่ คุณเอสเตรา (หทัยรัตน์ เอสเตรา มณเฑียร) ได้ไปเห็นหนังสือของผมที่สิงคโปร์แล้วเกิดโดนกับรูปแบบการนำเสนอ เธอจึงติดต่อสำนักพิมพ์ฟรีฟอร์มในประเทศไทยให้ทำการแปล The Residential Tourist ทั้งสามภาคเป็นภาษาไทย พร้อมๆ กันนั้นเธอก็ได้ติดต่อไปหาเพื่อนที่เบอร์ลิน และนำเสนองานของผมไปให้ดู บังเอิญว่าทางเบอร์ลินเขาถูกใจ จึงเป็นที่มาของการจัดนิทรรศการที่เยอรมันครับ จะว่าไปตอนนี้ผมก็ยังไม่ทราบว่ารูปแบบของงานจะเป็นยังไง รู้แต่ว่าผมตื่นเต้นมากๆ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ฝ่ายจัดนิทรรศการในเบอร์ลินเขาเห็นคุณค่าของงานชิ้นนี้ และต้องขอบคุณคุณเอสเตราด้วย เพราะเธอเป็นผู้จุดประกายความสำเร็จนี้ขึ้นมาครับ

ก่อนจากกัน คุณ Troy Chin ได้ทิ้งท้ายไว้กับผมว่า แม้ว่าคุณจะได้พบเจอกับสิ่งที่เลวร้ายในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่หนัก ชีวิตที่ไม่ก้าวหน้า เรียนหนังสือที่ไม่ชอบ ฯลฯ ขออย่าได้แต่ “บ่น” แต่จงกล้าที่จะก้าวเดินออกจากสิ่งนั้นเพื่อค้นหาคำตอบที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น ตัวเขานั้นตัดสินใจ “ฉีกกรอบ” และเดินทางกลับมายังบ้านเกิด ทั้งๆ ที่ชีวิตงานในนิวยอร์คก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง เขาเริ่มต้นวาดภาพในประเทศที่โอกาสทางงานศิลปะมีอยู่น้อยนิด แต่วันนี้งานของเขาได้รับการตีพิมพ์อย่างต่อเนื่อง ประสบความสำเร็จด้านยอดขายในสิงคโปร์ รวมถึงได้รับโอกาสแปลเป็นภาษาไทย แถมมีโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังรอเขาอยู่ในกรุงเบอร์ลิน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจากความมุ่งมั่นที่จะ “เปลี่ยน” และเดินตามความฝันที่คุณเองสามารถปั้นให้เป็นจริง

ถ้าคุณอยากจะรู้ว่าเสน่ห์ของงานเขียนการ์ตูนช่องของ Troy Chin เป็นอย่างไร ลองหา The Residential Tourist มาอ่านนะครับ แล้วคุณจะรู้ว่า Troy Chin คนนี้มีมุมมองต่อชีวิตอย่างไร ที่สำคัญคุณจะสนุกไปกับเรื่องราวของสังคมสิงคโปร์ ที่แท้จริงแล้วไม่ได้มีแค่เพียงถนนออชาร์ด

สำหรับคุณๆ ที่หลงใหลในงานเขียนของ Troy Chin สามารถติดต่อผู้เขียนได้ที่ dearyweary@hotmail.com และขอขอบคุณผู้มีส่วนร่วมในการสนทนาครั้งนี้ เริ่มจากคุณ ลัลตรา วรสุมาวงษ์ ผู้ทำหน้าที่ PR ให้กับสำนักพิมพ์ถึง 7 แห่ง lantrarose@hotmail.com, คุณ พลพงศ์ จันทร์อัมพร สำหรับการแปลหนังสือที่ยอดเยี่ยม kim_ja@hotmail.com รวมถึงทีมนักเขียนจากมติชนทุกคนครับ

« Back to Result

  • Published Date: 2010-08-24
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป