Creative Knowledge

« Back to Result | List

Design Wave – เรียนรู้กระบวนการออกแบบที่ Cerebrum Creative Center

เรื่อง: สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์

Designwave

ในแวดวงนักออกแบบผลิตภัณฑ์แล้ว มกร เชาวน์วาณิช ถือได้ว่า เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในสายวิชาชีพ เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปฟังการบรรยายของคุณมกรในหัวข้อ Design Wave™ Series 1 : Design for Performance ที่ Crystal Design Center (CDC) ตอนแรกคิดว่าจะเข้าไปดูบรรยากาศและศึกษารูปแบบของการบรรยายเฉยๆ แต่กลับกลายเป็นว่าตลอดเวลา 3 ชั่วโมง ผมได้กลายร่างเป็นนักเรียนที่นั่งฟังด้วยความตั้งใจ

รูปแบบการบรรยายของคุณมกรนั้นมีเนื้อหาที่ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา “เข้าใจ” และ “เข้าถึง” แนวคิดของงานออกแบบได้อย่างง่ายดาย เหมาะสมอย่างยิ่งกับกลุ่มผู้เข้าฟังที่ไม่ใชแค่เพียงนักออกแบบเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเจ้าของธุรกิจ พนักงานขาย เจ้าหน้าที่การตลาด พนักงานฝ่ายการเงิน ฯลฯ (หรือแม้แต่ “หมอดูอาชีพ” ที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะเดียวกับผม)

การทำงานของสมองสองซีก
วันนั้นคุณมกรเกริ่นเริ่มต้นกับ “Cerebrum Thinking” ที่อธิบายถึงรูปแบบการทำงานของสมองมนุษย์ โดยสมองซีกซ้ายจะทำงานในระบบ Logical Thinking (หรือการคิดโดยใช้ตรรกะ ใช้เหตุและผลในการวิเคราะห์) ในขณะที่สมองซีกขวาจะทำงานในรูปแบบ Creative Thinking (หรือการคิดสร้างสรรค์ มีอารมณ์และความรู้สึกเป็นส่วนประกอบ) ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วการทำงานของสมองมนุษย์จะใช้ทั้ง Logical Thinking และ Creative Thinking ควบคู่กันไป แต่จะใช้ทางซีกไหนมากกว่ากันเท่านั้นเอง ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีอาชีพเป็นนักออกแบบอาจจะใช้สมองซีกขวามากกว่า ในขณะที่ผู้ที่ทำงานด้านการเงินอาจจะใช้สมองซีกซ้ายมากกว่า เป็นต้น

httpstellaharperevents.jpg

หัวใจของธุรกิจสร้างสรรค์
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจในปัจจุบันจำเป็นต้องมีส่วนผสมหลัก 3 อย่าง อันได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ + การออกแบบ + นวัตกรรม (Creative + Design + Innovation) เพราะการแข่งขันในตลาดทุกวันนี้ คือ การแข่งขันทางด้านความคิด โลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) อย่างเต็มตัว ดังนั้น ลำพังแค่ “ฝีมือการลอกเลียนแบบ” อาจไม่สามารถทำให้องค์กรของคุณคงอยู่ได้อีกต่อไป

ปัจจุบันนี้ ปัญหาขององค์กรส่วนใหญ่อยู่ที่การลำดับขั้นตอนของกระบวนการคิด การจัดลำดับความสำคัญ และการนำเสนอความคิดเห็น ซึ่งพนักงานในองค์กรก็มีความคิดที่หลากหลาย สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การเลือกใช้ “การสื่อสาร” ที่เหมาะสม ส่งตรงไปถึงพนักงานในแต่ละระดับแต่ละแผนกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจถึงเป้าหมายขององค์กรร่วมกัน ซึ่งเมื่อทั้งองค์กรมีเป้าหมายร่วมเป็นจุดเดียวกันแล้ว ก็ต้องมีการกำหนดกรอบระยะเวลาที่จะเดินไปยังเป้าหมายนั้นด้วย สองสิ่งนี้จะยังผลให้คุณสามารถหาคำตอบที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจได้อย่างสูงสุด (Dream + Timeline = Target)

สร้างนิสัยให้องค์กรสร้างสรรค์
ถ้าคุณอยากจะหาแนวความคิดใหม่ๆ ให้กับองค์กรแล้ว คุณอาจจะฝึกฝนด้วยวิธีง่ายๆ กับตัวเองก่อน โดยเริ่มจากการลองที่จะ “เลือกทางเดินใหม่” (Take a Different ROUTE) เช่น แทนที่คุณจะเลี้ยวซ้ายเพื่อเดินไปทานอาหารในที่เดิมๆ ตอนพักเที่ยง ก็ให้ลองเดินไปทางขวาเพื่อหาร้านอาหารแห่งใหม่ เป็นต้น ซึ่งการทดลองเดินทางใหม่นี้อาจทำให้คุณได้พบกับสภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่ อาหารที่แตกต่าง บรรยากาศที่แปลกตา รวมถึงผู้คนที่แปลกไปจากกลุ่มที่คุณเคยพบ วิธีง่ายๆ แค่นี้ คือการฝึกนิสัยตนเองให้เป็นคนเปิดรับต่อสิ่งใหม่ๆ ช่วยลับสมองให้ “หลีกหนีความจำเจ” ได้ดีครับ

จงหมั่นที่จะสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เพราะโอกาสที่ “โดน” ไม่ได้ลอยมาตรงหน้าคุณโดยอัตโนมัติ ฉะนั้น จง “ฝึกสังเกต” (Observe) เพราะการสังเกตนี่เองที่ทำให้เรา “ค้นพบปัญหา” ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเราสามารถนำมา “ตีเป็นโจทย์ใหม่” ในการพัฒนาธุรกิจได้ ที่สำคัญคือเมื่อคุณค้นพบโอกาสนั้นแล้ว จง “อย่าได้รอช้า” เพราะโอกาสทางธุรกิจมักไม่ได้อยู่รอนาน อาจมีอีกหลายๆ คนที่มองเห็นปัญหาเช่นเดียวกับคุณ ดังนั้น “เวลา” (Time) จะเป็นตัวตัดสินว่า ใครจะสามารถคว้า “โอกาสทางธุรกิจ” ไปครองได้ก่อน อย่าลืมว่า “ใครจุดพลุก่อนย่อมส่งเสียงได้ดังกว่า”

หัวใจสำคัญอีกข้อของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ก็คือ “อย่ากลัวความผิดพลาดและจงเรียนรู้จากมัน” (Learn from Mistakes) ให้คุณทำใจยอมรับเสียแต่ต้นว่าความผิดพลาดจะต้องเกิดขึ้น และขอให้นำความผิดพลาดเหล่านั้นมาใช้ในกระบวนการคิดครั้งต่อๆ ไป จงมองว่า ความผิดพลาดก็เปรียบเสมือนกับฐานข้อมูลสำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาของผลิตภัณฑ์นั่นเอง

อีกยุทธศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงองค์กรในยุคนี้ก็คือ การใช้ “งานออกแบบเป็นตัวนำ (Design Lead)” โดยให้เทคโนโลยีกลับไปรับบทพระรอง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ “เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ตามกันทันไม่ยาก” อย่างไรก็ดี แม้เราจะกำหนดให้ “ดีไซน์” เป็นพระเอกขององค์กร แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์จะสำเร็จลุล่วงลงได้ในฝ่ายออกแบบเพียงฝ่ายเดียว ความร่วมมือจากฝ่ายอื่นๆ ยังคงเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้น ทุกภาคส่วนในองค์กรจำเป็นต้องแสดงบทบาทไปในทิศทางเดียวกัน และทุกคนควรได้รับโอกาสในการบริหารความคิดสร้างสรรค์อย่างเท่าเทียม

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งจากการสัมมนา Design Wave™ ซึ่งไม่ใช่หลักสูตรประเภทวันเดียวจบ แต่มันคือ กระบวนการเรียนรู้ที่จะต้องฝึกฝนและทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนี่เองคือ เป้าหมายอีกข้อของคุณมกร ที่ต้องการจะสร้าง “กระบวนการเรียนรู้” ให้เกิดขึ้นในธุรกิจและองค์กรของคนไทย เขามิได้มุ่งหวังที่จะถ่ายทอด “แนวคิดการออกแบบ” ไปสู่กลุ่มนักออกแบบเท่านั้น แต่เขาเปิดโอกาสให้กับทุกคน ทุกฝ่าย ทุกแผนก ให้ได้มีส่วนร่วมและสนุกไปกับกระบวนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ โดยใช้งานออกแบบเป็นตัวขับเคลื่อน

« Back to Result

  • Published Date: 2010-08-25
  • Resource: www.tcdcconnect.com