Articles

« Back to Result | List

‘คำจันทร์ ยาโน’ ศิลปินผู้ให้ชีวิตกับเศษไม้

เรื่อง: รัฐสยาม ศีลคุณ

เป็นที่รู้กันว่ากระบวยตักน้ำผลงานของสล่าแห่งบ้านถ้ำผาตองจังหวัดเชียงรายนั้นไม่เหมือนใคร เพราะไม่ใช่เพียงตักน้ำได้เท่านั้น แต่ยังถ่ายทอดวิถีชีวิตพื้นบ้านได้อย่างน่าชื่นชม บางชิ้นเห็นแล้วต้องทึ่งในความอุตสาหะของการสลักเสลาอันแสนปราณีต ในขณะที่บางชิ้นก็แฝงไว้ซึ่งอารมณ์ขันของศิลปิน ใครเห็นเป็นต้องอมยิ้มกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นรูปยายเหยียบครกกระเดื่อง ตาตำข้าว หมาเห่าเด็ก ลิงตัวเล็กกำลังไต่ต้นไม้ ฯลฯ ไม้แกะสลักเหล่านี้สามารถเคลื่อนไหวไปมาได้ด้วยกลไกง่าย ๆ ดูแล้วมีชีวิตชีวาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหุ่นกลไกประดิษฐ์ของต่างประเทศเลย

คำจันทร์ ยาโน สล่าแกะสลักไม้วัย 48 ปี ได้สืบสานภูมิปัญญาแห่งงานแกะสลักมาจากผู้เป็นตา คือพ่ออุ๊ยแสง ลือสุวรรณ ซึ่งเป็นสล่าแกะกระบวย หรือ ‘น้ำบวย’ ที่มีชื่อเสียงในอดีตของเชียงราย ในวันนี้คำจันทร์คือสล่าเก๊า หรือศิลปินผู้เป็นแกนนำของกลุ่มแกะสลักไม้พื้นบ้านในครัวเรือน บ้านถ้ำผาตอง เขาชักนำและฝึกฝนชาวบ้านกว่า 20 ครัวเรือนให้ทำงานสืบทอดศิลปะการแกะสลักไม้พื้นบ้าน เพื่อรักษาภูมิปัญญาบรรพชนไว้ไม่ให้สิ้นสูญไป

ผลงานแกะสลักไม้ของสล่าคำจันทร์นั้นมีชื่อเสียงที่ความใส่ใจในรายละเอียดโดยไม่ละทิ้งประโยชน์ใช้สอย เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือ “ลูกเล่น” ซึ่งช่วยสร้างเนื้อหาและความน่าสนใจให้กับชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นกลไกการขยับเขยื้อน รูปสัตว์ที่มีช่องลับไว้สำหรับเก็บของมีค่า ไปจนถึงตุงไม้รูปสิบสองราศีอันงดงามไม่มีที่ติ

สล่าคำจันทร์เล่าว่า เขาได้เห็นคุณตาแกะกระบวยมาตั้งแต่เด็ก อยู่มาปีหนึ่งเมื่อฝนแล้งจนไม่สามารถทำนาได้ คำจันทร์จึงหันไปหยิบกระบวยของตามาทำตามแบบจนสำเร็จเป็นชิ้นแรก

พ่ออุ๊ยเห็นเข้าก็ชมว่าสวย ผมลองฝากให้ตาเอาไปขายที่ร้านในเมือง ปรากฏว่าก็มีคนขอซื้องานของผมไปด้วย แม้จะได้ราคาน้อยกว่าผลงานของตามาก แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมอยากหันมาทำอย่างจริงจัง”

คำจันทร์พัฒนาฝีมือการแกะสลักกระบวยเรื่อยมาและส่งขายให้กับร้านค้าในจังหวัดเชียงราย จนกระทั่งเมื่อมียอดสั่งงานเข้ามามากขึ้น จึงได้เริ่มชักชวนเพื่อนในหมู่บ้านให้มาร่วมแกะสลักจนกลายเป็นกลุ่มที่มีสมาชิกกว่า 27 คน ทั้งที่ทำเป็นอาชีพหลัก และเป็นอาชีพเสริมเมื่อว่างจากไร่นา กลุ่มของเขาได้ส่งผลงานไปขายในหลายแห่ง เช่น ที่ร้านไม้มุงเงินในเชียงราย ร้านตำนานหัตถศิลป์ที่กรุงเทพฯ และอีกส่วนหนึ่งนั้นจำหน่ายเป็นของที่ระลึกให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนหมู่บ้าน

ปัจจุบันสล่าคำจันทร์และกลุ่มได้พัฒนารูปแบบสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น จากกระบวยตักน้ำ มาสู่ชิ้นงานแกะสลักไม้ที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมพื้นบ้านไทย เป็นงานศิลปะพื้นบ้านที่ไร้มายา ไม่ว่าจะเป็นชุดไม้แกะสลักที่จำลองเอาอาคารบ้านเรือน วัดวาอาราม เรือกสวนไร่นา วิถีชุมชนเกษตรกรรม ฯลฯ ผลงานประกอบขึ้นด้วยหุ่นไม้แกะสลักรูปผู้คนและสัตว์ในอิริยาบทต่างๆ มีรายละเอียดที่สมจริงอย่างน่าทึ่ง พร้อมกลไกเคลื่อนไหวที่ซ่อนไว้ตามจุดต่าง ๆ

“ตอนแรกทำให้ขยับได้แค่จุดสองจุดโดยบังคับด้วยมือ ต่อมาผมก็พัฒนาให้ขยับได้หลายส่วน และคิดเอามอเตอร์มาดัดแปลงใช้ควบคุมการเคลื่อนไหวร่วมด้วย ซึ่งปรากฏว่าใช้งานได้ดี ทำให้ได้งานดูมีความน่าสนใจมากขึ้น”

สล่าคำจันทร์กล่าวว่า นอกจากผู้ที่ทำงานแกะสลักจะต้องมีใจรักแล้ว หลักสำคัญอื่นๆ คือจะต้องมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ รวมทั้งการลงมือทำซึ่งต้องอาศัยความปราณีต และความอดทนสูงมาก ชิ้นงานที่ทำยากที่สุดคืองานที่เกิดจากการนำไม้ชิ้นเดียวมาแกะให้เกิดเป็นเรื่องราวต่าง ๆ อาจต้องใช้เวลาในการแกะสลักราวสี่เดือนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามผลงานแต่ละชิ้นนั้นจะมีเอกลักษณ์ความโดดเด่นไม่ซ้ำกัน เพราะเป็นงานทำมือทั้งหมด

ทุกวันนี้สล่าแห่งบ้านถ้ำผาตองยังคงสร้างงานแกะสลักชิ้นใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม้แกะสลักของศิลปินพื้นบ้านผู้นี้เป็นที่ชื่นชอบทั้งในกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ มีหลายครั้งที่คำจันทร์ นำผลงานของตนเองและกลุ่มไปเดินสายจัดแสดงตามคำเชิญของประเทศต่าง ๆ เช่น ในสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยไปในตัว

สำหรับวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการทำงานนั้น คำจันทร์บอกถึงที่มาว่าเป็นไม้ประเภทต่างๆ ที่หาได้ภายในหมู่บ้าน เช่น ไม้สักจากบ้านเก่า เศษไม้ หรือหรือแม้แต่ตอไม้ตามหัวไร่ปลายนา เขาคือผู้ที่เล็งเห็นคุณค่าของวัสดุรอบตัว และนำมันมาใช้สอยได้อย่างเต็มศักยภาพ

“หากเอาเศษไม้ชิ้นเดียวไปทำฟืนนั้น หุงข้าวก็ยังไม่ทันสุก แต่ถ้านำไปแกะสลักเป็นชิ้นงานศิลปะแล้ว อาจจะได้เงินมาซื้อแก๊สไว้หุงข้าวได้นานนับเดือน” สล่าคำจันทร์กล่าวติดตลกแบบกินความหมายลึกซึ้ง

จากเด็กชายที่เติบโตขึ้นในครอบครัวชาวนาและได้รับการศึกษาเพียงแค่ชั้นประถมศึกษาตอนต้น วันนี้สล่าคำจันทร์ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ด้านศิลปกรรมจากสถาบันราชภัฎเชียงราย (เมื่อปี 2547) และล่าสุดเขาเพิ่งได้รับยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 20 บุคคลเกียรติยศ ด้านผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่นประจำปี 2550 เป็นรางวัลของความสำเร็จในการสร้างงานศิลปะพื้นบ้าน และการมีบทบาทส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

คำจันทร์ฝันว่าในอนาคตเขาจะสร้างศูนย์การเรียนรู้เกี่ยวกับชุมชนในพื้นที่หมู่บ้าน เพื่อเป็นที่จัดแสดงผลงานของกลุ่ม รวมทั้งแสดงวิถีชีวิตพื้นบ้านให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา และเขายังฝันว่าหมู่บ้านถ้ำผาตองแห่งนี้จะเติบโตเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมเพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายต่อไป

เครดิตภาพ : http://www.sadoodta.com/files/images/Art-of-ladle-46.preview.jpg

« Back to Result

  • Published Date: 2008-12-12
  • Resource: www.tcdcconnect.com