Creative Knowledge

« Back to Result | List

ความจริงจากกองขยะและหนทางบรรเทา

เรื่อง : อาศิรา พนารา

เรื่อง : อาศิรา พนาราม
ทราบไหมว่า คนกรุงเทพฯ ผลิตขยะกันวันละประมาณ 10,000 ตัน หากนำมากองรวมกันเราจะได้ภูเขาขยะ 1
ลูกที่นับวันจะมีขนาดใหญ่ขึ้นทุกที ภูเขาขยะที่มนุษย์สร้างขึ้นนี้ทำให้เกิดมลพิษรอบด้าน ทั้งกลิ่น ทัศนียภาพ
ตามด้วยพิษภัยจากสารตกค้างต่างๆ (ทั้งที่ย่อยสลายได้และย่อยสลายไม่ได้)
ซึ่งล้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพกายและใจของมนุษย์เองทั้งสิ้น
ทุกวันนี้กรุงเทพฯ ของเราไม่ได้ทำลายขยะอย่างถูกต้อง เราเพียงแต่นำขยะไป “ฝากเก็บ” ไว้เท่านั้น
โดยวิธีการก็คือเราชักลากขยะจากบ้านประชาชนออกไปทิ้งไว้ที่ภูเขาขยะ 3 แห่ง คือที่ท่าแร้ง อ่อนนุช
และหนองแขม จากนั้นก็เคลื่อนย้ายขยะเหล่านี้ไปฝังกลบในสถานที่อีก 3 แห่ง คือที่บางพลี สมุทรปราการ
และนครปฐม ปัญหาก็คือ “การนำขยะไปฝังกลบไม่ใช่วิธีการทำลายขยะที่ดี
เพราะยังไม่สามารถขจัดมลพิษในขยะได้”
ทุกครั้งที่มีคนพูดถึงเรื่อง “การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม” เราจะนึกถึงปัญหาเรื่องขยะนี้ทุกครั้ง
น่าเศร้าใจที่ขณะนี้กรุงเทพฯ ยังไม่มีนโยบายด้านการควบคุมหรือกำจัดขยะที่ดีพอ
แถมโครงสร้างสังคมเมืองก็ไม่ได้เอื้อให้เราจัดการกับขยะได้อย่างสะดวก
ดูเหมือนว่าหนทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ (ณ ตอนนี้) ก็คือ
“การพึ่งพาตัวเองด้วยการออกแบบการใช้ชีวิตใหม่”
โดยเราทุกคนสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ต้นทางที่บ้านของตัวเองผ่านวิธีการเหล่านี้
1. พยายามไม่สร้างขยะให้มากเกินความจำเป็นในชีวิต
2. นำสิ่งต่างๆ กลับมาใช้ซำ้ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ พลาสติก กระป๋อง แก้ว หรือกระดานไม้อัด
ของเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่เสียหาย นำกลับมาใช้ใหม่ง่ายที่สุด ฉะนั้นอย่าเพิ่งด่วนหาของใหม่มาใช้แทน
3. คัดแยกขยะที่รีไซเคิลได้แล้วขายให้ร้านรับซื้อของเก่าหรือธนาคารขยะรีไซเคิล
ซึ่งจะเป็นต้นทางสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป
4. แยกขยะเปียกที่เป็นวัตถุอินทรีย์ เช่น ผลไม้ ผัก ออกจากขยะที่รีไซเคิลได้
นำผักผลไม้เหล่านั้นมาทำเป็นปุ๋ยหรือน้ำหมักชีวภาพ
5. นำของที่เราไม่ใช้แล้ว (แต่ยังใช้งานได้ดีอยู่) ไปบริจา

trash1

ทราบไหมว่า คนกรุงเทพฯ ผลิตขยะกันวันละประมาณ 10,000 ตัน หากนำมากองรวมกันเราจะได้ภูเขาขยะ 1 ลูกที่นับวันจะมีขนาดใหญ่ขึ้นทุกที ภูเขาขยะที่มนุษย์สร้างขึ้นนี้ทำให้เกิดมลพิษรอบด้าน ทั้งกลิ่น ทัศนียภาพ ตามด้วยพิษภัยจากสารตกค้างต่างๆ (ทั้งที่ย่อยสลายได้และย่อยสลายไม่ได้) ซึ่งล้วนเป็นอันตรายต่อสุขภาพกายและใจของมนุษย์เองทั้งสิ้น

ทุกวันนี้กรุงเทพฯ ของเราไม่ได้ทำลายขยะอย่างถูกต้อง เราเพียงแต่นำขยะไป “ฝากเก็บ” ไว้เท่านั้น โดยวิธีการก็คือเราชักลากขยะจากบ้านประชาชนออกไปทิ้งไว้ที่ภูเขาขยะ 3 แห่ง คือที่ท่าแร้ง อ่อนนุช และหนองแขม จากนั้นก็เคลื่อนย้ายขยะเหล่านี้ไปฝังกลบในสถานที่อีก 3 แห่ง คือที่บางพลี สมุทรปราการ และนครปฐม ปัญหาก็คือ “การนำขยะไปฝังกลบไม่ใช่วิธีการทำลายขยะที่ดี เพราะยังไม่สามารถขจัดมลพิษในขยะได้”

trash2

ทุกครั้งที่มีคนพูดถึงเรื่อง “การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม” เราจะนึกถึงปัญหาเรื่องขยะนี้ทุกครั้ง น่าเศร้าใจที่ขณะนี้กรุงเทพฯ ยังไม่มีนโยบายด้านการควบคุมหรือกำจัดขยะที่ดีพอ แถมโครงสร้างสังคมเมืองก็ไม่ได้เอื้อให้เราจัดการกับขยะได้อย่างสะดวก ดูเหมือนว่าหนทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ (ณ ตอนนี้) ก็คือ “ การพึ่งพาตัวเองด้วยการออกแบบการใช้ชีวิตใหม่ ”

โดยเราทุกคนสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ต้นทางที่บ้านของตัวเองผ่านวิธีการเหล่านี้
1. พยายามไม่สร้างขยะให้มากเกินความจำเป็นในชีวิต
2. นำสิ่งต่างๆ กลับมาใช้ซำ้ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ พลาสติก กระป๋อง แก้ว หรือกระดานไม้อัดของเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่เสียหาย นำกลับมาใช้ใหม่ ง่ายที่สุด ฉะนั้นอย่าเพิ่งด่วนหาของใหม่มาใช้แทน
3. คัดแยกขยะที่รีไซเคิลได้แล้วขายให้ร้านรับซื้อของเก่าหรือธนาคารขยะรีไซเคิลซึ่งจะเป็นต้นทางสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป
4. แยกขยะเปียกที่เป็นวัตถุอินทรีย์ เช่น ผลไม้ ผัก ออกจากขยะที่รีไซเคิลได้นำผักผลไม้เหล่านั้นมาทำเป็นปุ๋ยหรือน้ำหมักชีวภาพ
5. นำของที่เราไม่ใช้แล้ว (แต่ยังใช้งานได้ดีอยู่) ไปบริจาค

ธนาคารขยะรีไซเคิล คือ โครงการที่ส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้าใจต่อแนวคิด “การแยกขยะรีไซเคิล” ผ่านเยาวชน โดยได้วางกลยุทธ์ให้มีการตั้ง “ธนาคารขยะ” ในโรงเรียน ให้นักเรียนแต่ละคนเป็นลูกค้าธนาคารและนำขยะมาฝากไว้กับธนาคารได้ ซึ่งทางธนาคารก็จะมีเจ้าหน้าที่คัดแยก ชั่งน้ำหนักขยะ คำนวณเป็นเงินและบันทึกลงในสมุดคู่ฝาก (โดยใช้ราคาที่ทางโรงเรียนประสานกับร้านรับซื้อของเก่าเป็นเกณฑ์) ซึ่งรายได้จากส่วนต่างของธนาคารขยะหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้วก็จะนำมาตั้งเป็นกองทุนการศึกษาต่อไป

คน(ไม่)สำคัญในวงจรรีไซเคิล วงจรการเดินทางของขยะรีไซเคิลมีเส้นทางง่ายๆ ตามแผนผังต่อไปนี้ผู้ใช้ - คนรับซื้อของเก่า - ร้านรับซื้อของเก่า - โรงงานรีไซเคิล - โรงงานผู้ผลิต - ผู้ใช้
โดยสองคนที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ ต้องเกี่ยวข้องด้วยเสมอในวงจรนี้ก็คือ

1. คนรับซื้อของเก่า
- จะมารับซื้อของตามบ้าน มีตั้งแต่ซาเล้งไปจนถึงรถปิคอัพ ส่วนมากรถปิกอัพจะให้ราคาดีและรับซื้อของหลากหลายประเภทมากกว่า แต่ซาเล้งก็สะดวกเพราะเข้าถึงทุกที่และมีจำนวนมากกว่า เคยมีตัวเลขสำรวจพบว่าในกรุงเทพฯ มีรถซาเล้งรับซื้อของเก่าอยู่ถึง 25,000 คันทีเดียว
2. ร้านรับซื้อของเก่า
ตั้งอยู่ทั่วไปตามตรอกซอกซอย ใหญ่บ้างเล็กบ้าง สังเกตง่ายเพราะมักเต็มไปด้วยสิ่งของมากมายกองรวมๆ กัน ถ้าสะดวกคุณก็สามารถนำของมาขายที่ร้านรับซื้อของเก่าได้เอง เพราะอาจจะได้ราคาสูงกว่าขายให้ซาเล้งหน้าบ้าน และอาจขายของได้หลากหลายชนิดขึ้นด้วย
(หากมองให้ดีๆ แล้ว พวกเราควรยกย่องคนที่ทำอาชีพรับซื้อของเก่าพวกนี้ไว้ให้มาก เพราะพวกเขาคือนักรีไซเคิลตัวฉกาจของสังคมเลยทีเดียว)

ตัวอย่างสถานที่ที่รับของบริจาค
- ชุดนักเรียนมือสอง ส่งต่อให้มูลนิธิกระจกเงา
www.Bannok.com/2hands
- จักรยานคันเก่า ส่งต่อให้ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ www.thaicycling.com
- มอนิเตอร์ คีย์บอร์ด เม้าส์เก่า ส่งต่อให้มูลนิธิวิสุทธิคุณ www.wsk.or.th
- เสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้ว ส่งต่อให้มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท www.fry1985.org
- รถเข็น ไม้ค้ำยัน เครื่องช่วยเดิน อุปกรณ์สำหรับคนพิการ ส่งต่อให้สถานสงเคราะห์เด็กพิการปากเกร็ด www.nontapum.com

วิธีทำน้ำหมักชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพมีประโยชน์มากและทำได้ง่าย เพียงเรานำเศษพืชผักที่สับเป็นชิ้นเล็กๆ (ถ้าเป็นผักประเภทอวบน้ำยิ่งดี) กากน้ำตาล และจุลินทรีย์มาหมักรวมกันในอัตราส่วน 3 : 1 : 1 ใส่ไว้ในภาชนะพลาสติก เติมน้ำลงไป ปิดฝาให้แน่นหนา ทิ้งไว้ 1 เดือน แค่นี้เราก็จะได้นำหมักชีวภาพที่สามารถนำมารดน้ำต้นไม้ ฉีดพ่นกันแมลง บำรุงดิน ปรับสภาพน้ำหรือใส่ชักโครกแก้ปัญหาส้วมเต็มก็ได้

อ้างอิง:
http://www.hellorecycle.com/
http://www.asoke.info/09Communication/DharmaPublicize/Kid/k143/k143_16.html
http://www.baanjomyut.com/library/recycle_bank/index.html

เครดิตภาพ:
http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=5168.0%3Blanguage=thai-utf8%Blanguage=english
http://www.4x4.in.th/outdoor/show.php?category=photograph&No=01207&page=2
http://www.tvburabha.com/tvb/special/iframeact090527.asp
http://meandyouandtheearth.blogspot.com/

« Back to Result

  • Published Date: 2010-01-21
  • Resource: www.tcdcconnect.com