Creative Knowledge

« Back to Result | List

ถอดรหัส “กันดั้ม” : ศิลปะ ฮีโร่ ทูตโอลิมปิกส์ และเกอิชา

เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม

ถอดรหัส “กันดั้ม” : ศิลปะ ฮีโร่ ทูตโอลิมปิกส์ และเกอิชา
เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม
“ HYPERLINK "http://en.wikipedia.org/wiki/Gundam" กันดั้ม”
เป็นการ์ตูนโทรทัศน์อภิซีรี่ส์ของญี่ปุ่นที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปีค.ศ.1979 และโด่งดังสุดขีดในช่วงทศวรรษที่ 80 จนถึงวันนี้
“กันดั้ม” ได้ปรากฏตัวอยู่ในสื่อรูปแบบต่างๆ มากมาย อาทิ ภาพยนตร์การ์ตูน หนังสือการ์ตูน นวนิยาย วีดีโอเกมส์
ฯลฯ และด้วยความนิยมที่ต่อเนื่องสูงสุด ทำให้เมื่อต้นปีที่แล้วลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าของ “กันดั้ม” มีมูลค่าสูงถึง
50,000 ล้านเยน (ราว 18,000 ล้านบาท) เลยทีเดียว
นับจากจุดเริ่มต้นที่ “กันดั้ม” ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว
วันนี้หุ่นยนต์ในจินตนาการของบรรดาคุณพ่อมือใหม่ก็ได้คลอดออกมาเป็นตัวจริงแล้ว (เด็กชายจากยุค 80’s
เริ่มทยอยเป็นคุณพ่อกันแล้วในตอนนี้!) ในขนาดที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องครางออกมาว่า “สึโก้ย!” โดยไม่รู้ตัว (“สึโก้ย”
เป็นคำอุทานภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “เยี่ยมมากหรือเจ๋งมาก”) บริษัทบันได นัมโก้ กรุ๊ป เจ้าของลิขสิทธ์ิ
ได้สร้างหุ่นยนต์กันดั้มตัวจริงๆ นี้ขึ้นมาเพื่อฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของอภิมหาการ์ตูนเรื่องดังกล่าว
โดยนอกจากขนาดที่ใหญ่โตอลังการแล้ว คุณสมบัติที่น่าสนใจอีกประการก็คือ กันดั้มตัวนี้สามารถขยับร่างกายและ
“มีชีวิต” ขึ้นมาได้ในเวลากลางคืน (มีสเปเชี่ยลเอเฟกต์ทั้งเรื่องแสงและเสียง)
หุ่นยนต์ขวัญใจคุณพ่อตัวนี้มีชื่อว่า “Real G” มีความสูง 18 เมตร สร้างขึ้นในโครงการ Green Tokyo Gundam
Project ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมเงินทุนมาเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงโตเกียว ภายใต้คอนเซ็ปท์ “Tokyo Big Change”
ที่ทางการญี่ปุ่นอยากจะทำให้เสร็จสิ้นในปีค.ศ.2016 นอกจากนั้น หุ่นยนต์ตัวนี้ยังทำหน้าที่เสมือน “เทพีเสรีภาพ”
(Statue of Liberty) ที่คอยเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม
การถือกำเนิดขึ้นของหุ่นกันดั้มยักษ์ในครั้งนี้นั้นมีประเด็นทางศิลปะ สังคม
และวัฒนธรรมที่น่าเรียนรู้อีกหลายประการ เราลองมาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง
1. เล็กๆ กันดั้ม “ไม่” ใหญ่ๆ กันดั้ม “ช็อก” (Larger-than-Life = Shocking Experience)
ผลงานทางศิลปะที่มีขนาดใหญ่โตเกินจริงนี้จัดเป็นศิลปะแบบ HYPERLINK
"http://en.wikipedia.org/wiki/Shock_art" Shock Art ที่สามารถสร้างประสบการณ์ “ช็อกผู้ชม” ได้ในทันทีที่พบเห็น
ผู้ชมจะรู้สึกตัวเล็กลงในขณะที่กำลังอึ้งและทึ่งกับผลงานชิ้นนั้น
ความรู้สึกดังกล่าวเป็นวิธีการทำลายความแปลกแยกระหว่างผู้ชมกับงานศิลปะได้ นอกจากนั้น
อาการช็อกจากความใหญ่โตจะเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างชิ้นงานกับผู้ชม
ทำให้ผู้ชมรับรู้ได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับผลงานที่อยู่ข้างหน้า ดังนั้น “สึโก้ย” จึงเป็นคำแรกๆ
ที่ผู้ชมจะอุทานออกมาเมื่อเห็น “กันดั้ม” ตัวนี้ยืนตระหง่านฟ้าหันหน้าเข้าหาอ่าวโตเกียว
2. จากจินตนาการสองมิติสู่ความจริงสามมิติ และการรำลึกถึงความหลัง (From 2D to 3D: Nostalgia)
คนญี่ปุ่นที่เติบโตมาในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นจะมีความโหยหา “ฮีโร่” ในดวงใจอยู่เสมอ
มีการ์ตูนแนวหุ่นยนต์-ขบวนการพิทักษ์โลก-
สัตว์ประหลาดหลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จขึ้นได้จากความเข้าใจในจิตวิญญาณนี้
ดังนั้นเมื่อตะกอนแห่งจินตนาการที่ฝังอยู่ในจิตใจของเด็กๆ (เมื่อ 30 ปีก่อน) ได้กลายเป็นตัวตนแห่งความจริงขึ้นมา
ความรู้สึกของคนญี่ปุ่นในวันนี้จึงไม่ต่างจากการได้พบฮีโร่ที่ไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่จริง นอกจากนั้น
หุ่นตัวนี้ยังเป็นเครื่องย้ำเตือนให้ “ผู้ใหญ่” ได้รำลึกถึงวันคืนเก่าๆ และได้เรียก “จิตวิญญาณความเป็นเด็ก”
ให้กลับคืนมาอีกครั้งด้วย (แบบภาพยนตร์เรื่อง “แฟนฉัน”)
3. กันดั้ม “ผม” เป็นใหญ่ครับ (Patriarchic Society)
ทำไมต้องเป็นกันดั้ม? ทำไมไม่เป็นอัศวินสาว Sailor Moon หรือ Hello Kitty คำตอบง่ายๆ คือ ภาระ หน้าที่
ความรับผิดชอบ และการตัดสินใจในสังคมญี่ปุ่นจะตกอยู่ที่ “ผู้ชาย” เสมอ!
เนื่องจากสังคมญี่ปุ่นเป็นสังคมที่เพศชายเป็นใหญ่ ดังนั้น “ฮีโร่”
ผู้จะสามารถรับผิดชอบเป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นได้ ...จึงต้องเป็น “ฮีโร่ผู้ชาย” ครับ
4. มังงะ (Manga) สินค้าทางวัฒนธรรม (Manga as a cultural Product)
Manga คือการ์ตูนญี่ปุ่นที่เริ่มเข้าสู่ความนิยมตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง
จนทุกวันนี้ได้กลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมแห่งชาติไปแล้ว (ปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงนับล้านล้านเยน) ดังนั้น
เมื่อถึงเวลาที่ชาวญี่ปุ่นต้องการจะบอกกล่าวเรื่องราวสำคัญๆ กับชาวโลก
การ์ตูนจึงเป็นสื่อที่ถูกเลือกใช้เสมออย่างไม่ต้องสงสัย
5. กันดั้ม ทูตโอลิมปิกส์และเกอิชาแห่งมหกรรมกีฬาระดับโลก (Olympics Envoy and Geisha)
วัฒนธรรมในการเจรจาธุรกิจที่สำคัญประการหนึ่งของญี่ปุ่นก็คือ
การเลี้ยงดูปูเสื่อและปรนนิบัติอย่างดีจากเกอิชาฝีมือเลิศ ซึ่งจะว่าไปก็คล้ายๆ กับการล็อบบี้ (lobby)
ทางการเมืองในสังคมตะวันตกนั่นเอง
เพียงแต่ในสังคมตะวันตกการล็อบบี้จะกระทำกันโดยใช้ข้อมูลและตัวเลขเป็นเครื่องมือ
ขณะที่ในญี่ปุ่นมักจะมีการเจรจานอกรอบ
โดยฝ่ายเจ้าภาพจะจัดหาเกอิชาผู้มีความสามารถในการปรนนิบัติมาดูแลคู่ค้าที่กำลังเจรจา
(หมายถึงการปรนนิบัติด้วยอาหารชั้นเลิศ การดูแลเอาใจใส่ การเล่นดนตรี พูดคุย ฯลฯ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศ)
จึงอาจกล่าวได้ว่า “กันดั้ม”
ได้ทำหน้าที่เป็นทั้งทูตโอลิมปิกส์และเกอิชาที่เชื้อเชิญให้ชาวโลกหันมาให้ความสนใจต่อประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งก็นับว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง (เพราะท้ายที่สุด ตำแหน่งเจ้าภาพงานโอลิมปิกส์ฤดูร้อนปี 2016
ที่ญี่ปุ่นส่งนครโตเกียวเข้าแข่งขันนั้น ได้ตกเป็นของเมืองริโอ เดอ จาเนโร จากบราซิลไปแล้ว)
ไม่ว่า “กันดั้ม Real-G” จะถูกสร้างขึ้นบนวัตถุประสงค์ใดก็ตาม
เรื่องความอดทนและความพยายามในการต่อสู้ของชาวญี่ปุ่นที่มีมาทุกยุคทุกสมัยนั้น
ถือเป็นสิ่งที่น่านับถือและน่าปลูกฝังให้เยาวชนของเราเอาเยี่ยงอย่าง เพราะ “วิญญาณนักสู้” นี่แหละ คือ
คุณลักษณะขั้นพื้นฐานของบุคคลที่จะพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไปได้
ดีกว่าที่เราจะมัวมานั่งวิพากษ์วิจารณ์ถึงความร้ายกาจของ
“การ์ตูนญี่ปุ่น...นักร้องเกาหลี...หรือเกมคอมพิวเตอร์ของฝรั่ง”
เพราะประเทศที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นล้วนได้ก้าวไกลไปถึงขั้นเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกส์กันแล้ว
ในขณะที่เรายังดีใจกับเหรียญทองจากนักกีฬาประเภทเดี่ยวทีละเหรียญสองเหรียญ
ข้อมูลเพิ่มเติม: HYPERLINK "http://en.wikipedia.org/wiki/Chicago_bid_for_the_2016_Summer_Olympics"
http://en.wikipedia.org/wiki/Chicago_bid_for_the_2016_Summer_Olympics HYPERLINK
"http://en.wikipedia.org/wiki/Rio_de_Janeiro_bid_for_the_2016_Summer_Olympics"
http://en.wikipedia.org/wiki/Rio_de_Janeiro_bid_for_the_2016_Summer_Olympics HYPERLINK
"http://en.wikipedia.org/wiki/Madrid_bid_for_the_2016_Summer_Olympics"
http://en.wikipedia.org/wiki/Madrid_bid_for_the_2016_Summer_Olympics HYPERLINK
"http://en.wikipedia.org/wiki/Tokyo_bid_for_the_2016_Summer_Olympics"
http://en.wikipedia.org/wiki/Tokyo_bid_for_the_2016_Summer_Olympics HYPERLINK
"http://www.skyejethani.com/chicago-2016-the-reps/436/" http://www.skyejethani.com/chicago-2016-thereps/
436/ HYPERLINK "http://www.japantoday.com/category/sports/view/gundam-promotes-tokyo-
2016%E2%80%99s-olympic-bid" http://www.japantoday.com/category/sports/view/gundam-promotestokyo-
2016%E2%80%99s-olympic-bid
Credit ภาพ: HYPERLINK "http://blogoscoped.com/files/scifi-warehouse/gundam.jpg"
http://blogoscoped.com/files/scifi-warehouse/gundam.jpg HYPERLINK
"http://www.skyejethani.com/chicago-2016-the-reps/436/" http://www.skyejethani.com/chicago-2016-thereps/
436/ HYPERLINK
"http://www3.pictures.zimbio.com/gi/Full+Sized+Gundam+Installed+Tokyo+51v8sWYofEBl.jpg"
http://www3.pictures.zimbio.com/gi/Full+Sized+Gundam+Installed+Tokyo+51v8sWYofEBl.jpg
HYPERLINK "http://shibuya246.com/wp-content/uploads/2009/07/DSC_2532-21.JPG"
http://shibuya246.com/wp-content/uploads/2009/07/DSC_2532-21.JPGเรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม

gamdum1

"กันดั้ม" เป็นการ์ตูนโทรทัศน์อภิซีรี่ส์ของญี่ปุ่นที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปีค.ศ.1979 และโด่งดังสุดขีดในช่วงทศวรรษที่ 80 จนถึงวันนี้ “กันดั้ม” ได้ปรากฏตัวอยู่ในสื่อรูปแบบต่างๆ มากมาย อาทิ ภาพยนตร์การ์ตูน หนังสือการ์ตูน นวนิยาย วีดีโอเกมส์ ฯลฯ และด้วยความนิยมที่ต่อเนื่องสูงสุด ทำให้เมื่อต้นปีที่แล้วลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าของ “กันดั้ม” มีมูลค่าสูงถึง 50,000 ล้านเยน (ราว 18,000 ล้านบาท) เลยทีเดียว

นับจากจุดเริ่มต้นที่ “กันดั้ม” ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว วันนี้หุ่นยนต์ในจินตนาการของบรรดาคุณพ่อมือใหม่ก็ได้คลอดออกมาเป็นตัวจริงแล้ว (เด็กชายจากยุค 80’s เริ่มทยอยเป็นคุณพ่อกันแล้วในตอนนี้!) ในขนาดที่ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องครางออกมาว่า “สึโก้ย!” โดยไม่รู้ตัว (“สึโก้ย” เป็นคำอุทานภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “เยี่ยมมากหรือเจ๋งมาก”) บริษัทบันได นัมโก้ กรุ๊ป เจ้าของลิขสิทธ์ิ ได้สร้างหุ่นยนต์กันดั้มตัวจริงๆ นี้ขึ้นมาเพื่อฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของอภิมหาการ์ตูนเรื่องดังกล่าว

gamdum1-1

โดยนอกจากขนาดที่ใหญ่โตอลังการแล้ว คุณสมบัติที่น่าสนใจอีกประการก็คือ กันดั้มตัวนี้สามารถขยับร่างกายและ “มีชีวิต” ขึ้นมาได้ในเวลากลางคืน (มีสเปเชียลเอฟเฟกต์ทั้งเรื่องแสงและเสียง)

หุ่นยนต์ขวัญใจคุณพ่อตัวนี้มีชื่อว่า “Real G” มีความสูง 18 เมตร สร้างขึ้นในโครงการ Green Tokyo Gundam Project ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมเงินทุนมาเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงโตเกียว ภายใต้คอนเซ็ปท์ “Tokyo Big Change” ที่ทางการญี่ปุ่นอยากจะทำให้เสร็จสิ้นในปีค.ศ.2016 นอกจากนั้น หุ่นยนต์ตัวนี้ยังทำหน้าที่เสมือน “เทพีเสรีภาพ”(Statue of Liberty) ที่คอยเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม การถือกำเนิดขึ้นของหุ่นกันดั้มยักษ์ในครั้งนี้นั้นมีประเด็นทางศิลปะ สังคม และวัฒนธรรมที่น่าเรียนรู้อีกหลายประการ เราลองมาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

1. เล็กๆ กันดั้ม “ไม่” ใหญ่ๆ กันดั้ม “ช็อก” (Larger-than-Life = Shocking Experience)
ผลงานทางศิลปะที่มีขนาดใหญ่โตเกินจริงนี้จัดเป็นศิลปะแบบ Shock Art ที่สามารถสร้างประสบการณ์ “ช็อกผู้ชม” ได้ในทันทีที่พบเห็น ผู้ชมจะรู้สึกตัวเล็กลงในขณะที่กำลังอึ้งและทึ่งกับผลงานชิ้นนั้น ความรู้สึกดังกล่าวเป็นวิธีการทำลายความแปลกแยกระหว่างผู้ชมกับงานศิลปะได้ นอกจากนั้น อาการช็อกจากความใหญ่โตจะเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างชิ้นงานกับผู้ชมทำให้ผู้ชมรับรู้ได้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับผลงานที่อยู่ข้างหน้า ดังนั้น “สึโก้ย” จึงเป็นคำแรกๆ ที่ผู้ชมจะอุทานออกมาเมื่อเห็น “กันดั้ม” ตัวนี้ยืนตระหง่านฟ้าหันหน้าเข้าหาอ่าวโตเกียว

gamdum3

2. จากจินตนาการสองมิติสู่ความจริงสามมิติ และการรำลึกถึงความหลัง (From 2D to 3D: Nostalgia)
คนญี่ปุ่นที่เติบโตมาในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นจะมีความโหยหา “ฮีโร่” ในดวงใจอยู่เสมอ มีการ์ตูนแนวหุ่นยนต์-ขบวนการพิทักษ์โลก-สัตว์ประหลาดหลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จขึ้นได้จากความเข้าใจในจิตวิญญาณนี้ ดังนั้นเมื่อตะกอนแห่งจินตนาการที่ฝังอยู่ในจิตใจของเด็กๆ (เมื่อ 30 ปีก่อน) ได้กลายเป็นตัวตนแห่งความจริงขึ้นมา ความรู้สึกของคนญี่ปุ่นในวันนี้จึงไม่ต่างจากการได้พบฮีโร่ที่ไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่จริง นอกจากนั้น หุ่นตัวนี้ยังเป็นเครื่องย้ำเตือนให้ “ผู้ใหญ่” ได้รำลึกถึงวันคืนเก่าๆ และได้เรียก “จิตวิญญาณความเป็นเด็ก” ให้กลับคืนมาอีกครั้งด้วย (แบบภาพยนตร์เรื่อง “แฟนฉัน”)

gamdum2

3. กันดั้ม “ผม” เป็นใหญ่ครับ (Patriarchic Society)
ทำไมต้องเป็นกันดั้ม? ทำไมไม่เป็นอัศวินสาว Sailor Moon หรือ Hello Kitty คำตอบง่ายๆ คือ ภาระ หน้าที่ความรับผิดชอบ และการตัดสินใจในสังคมญี่ปุ่นจะตกอยู่ที่ “ผู้ชาย” เสมอ! เนื่องจากสังคมญี่ปุ่นเป็นสังคมที่เพศชายเป็นใหญ่ ดังนั้น “ฮีโร่” ผู้จะสามารถรับผิดชอบเป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นได้ ...จึงต้องเป็น “ฮีโร่ผู้ชาย” ครับ

4. มังงะ (Manga) สินค้าทางวัฒนธรรม (Manga as a cultural Product)
Manga คือการ์ตูนญี่ปุ่นที่เริ่มเข้าสู่ความนิยมตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง จนทุกวันนี้ได้กลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมแห่งชาติไปแล้ว (ปัจจุบันมีมูลค่าการส่งออกสูงนับล้านล้านเยน) ดังนั้น เมื่อถึงเวลาที่ชาวญี่ปุ่นต้องการจะบอกกล่าวเรื่องราวสำคัญๆ กับชาวโลก การ์ตูนจึงเป็นสื่อที่ถูกเลือกใช้เสมออย่างไม่ต้องสงสัย

5. กันดั้ม ทูตโอลิมปิกส์และเกอิชาแห่งมหกรรมกีฬาระดับโลก (Olympics Envoy and Geisha) วัฒนธรรมในการเจรจาธุรกิจที่สำคัญประการหนึ่งของญี่ปุ่นก็คือ การเลี้ยงดูปูเสื่อและปรนนิบัติอย่างดีจากเกอิชาฝีมือเลิศ ซึ่งจะว่าไปก็คล้ายๆ กับการล็อบบี้ (lobby) ทางการเมืองในสังคมตะวันตกนั่นเอง เพียงแต่ในสังคมตะวันตกการล็อบบี้จะกระทำกันโดยใช้ข้อมูลและตัวเลขเป็นเครื่องมือ

ขณะที่ในญี่ปุ่นมักจะมีการเจรจานอกรอบ โดยฝ่ายเจ้าภาพจะจัดหาเกอิชาผู้มีความสามารถในการปรนนิบัติมาดูแลคู่ค้าที่กำลังเจรจา (หมายถึงการปรนนิบัติด้วยอาหารชั้นเลิศ การดูแลเอาใจใส่ การเล่นดนตรี พูดคุย ฯลฯ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศ) จึงอาจกล่าวได้ว่า “กันดั้ม” ได้ทำหน้าที่เป็นทั้งทูตโอลิมปิกส์และเกอิชาที่เชื้อเชิญให้ชาวโลกหันมาให้ความสนใจต่อประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็นับว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง (เพราะท้ายที่สุด ตำแหน่งเจ้าภาพงานโอลิมปิกส์ฤดูร้อนปี 2016 ที่ญี่ปุ่นส่งนครโตเกียวเข้าแข่งขันนั้น ได้ตกเป็นของเมืองริโอ เดอ จาเนโร จากบราซิลไปแล้ว)

ไม่ว่า “กันดั้ม Real-G” จะถูกสร้างขึ้นบนวัตถุประสงค์ใดก็ตาม เรื่องความอดทนและความพยายามในการต่อสู้ของชาวญี่ปุ่นที่มีมาทุกยุคทุกสมัยนั้น ถือเป็นสิ่งที่น่านับถือและน่าปลูกฝังให้เยาวชนของเราเอาเยี่ยงอย่าง เพราะ “วิญญาณนักสู้” นี่แหละ คือ คุณลักษณะขั้นพื้นฐานของบุคคลที่จะพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ดีกว่าที่เราจะมัวมานั่งวิพากษ์วิจารณ์ถึงความร้ายกาจของ “การ์ตูนญี่ปุ่น...นักร้องเกาหลี...หรือเกมคอมพิวเตอร์ของฝรั่ง” เพราะประเทศที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นล้วนได้ก้าวไกลไปถึงขั้นเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกส์กันแล้ว ในขณะที่เรายังดีใจกับเหรียญทองจากนักกีฬาประเภทเดี่ยวทีละเหรียญสองเหรียญ

ข้อมูลเพิ่มเติม:
http://en.wikipedia.org/wiki/Chicago_bid_for_the_2016_Summer_Olympics
http://en.wikipedia.org/wiki/Rio_de_Janeiro_bid_for_the_2016_Summer_Olympics
http://en.wikipedia.org/wiki/Madrid_bid_for_the_2016_Summer_Olympics
http://en.wikipedia.org/wiki/Tokyo_bid_for_the_2016_Summer_Olympics
http://www.skyejethani.com/chicago-2016-the-reps/436/
http://www.japantoday.com/category/sports/view/gundam-promotes-tokyo-2016%E2%80%99s-olympic-bid

Credit ภาพ:
http://blogoscoped.com/files/scifi-warehouse/gundam.jpg
http://www.skyejethani.com/chicago-2016-thereps/436/
http://www3.pictures.zimbio.com/gi/Full+Sized+Gundam+Installed+Tokyo+51v8sWYofEBl.jpg
http://shibuya246.com/wp-content/uploads/2009/07/DSC_2532-21.JPG


« Back to Result

  • Published Date: 2009-01-24
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป