Creative Knowledge

« Back to Result | List

ชิลๆ บนชายหาดกลางกรุงปารีสที่ Paris Plages แหล่งพักร้อนของคน “ไม่มีเวลา”

เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม

เมื่อใครสักคนในผองเพื่อนของผมเริ่มเปรยถึงหาดทรายสายลมในช่วงวันหยุดยาว อีกหลายคนในกลุ่มมักจะส่งสัญญาณถึงความกระเป๋าแฟบด้วยประโยคที่ว่า “ไม่มีเวลา” พลางทำท่าถูนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เหมือนกำลังนับเงิน (เป็นนัยให้รู้ว่านั่นล่ะเหตุผลที่แท้จริง)

การตัดใจจาก “ฮอลิเดย์” อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่นักสำหรับผู้ที่อาศัยในเมืองที่อากาศอบอุ่นตลอดปีอย่างเรา แต่สำหรับคนเมืองหนาวที่ต้องอยู่ใต้ฟ้าทึบทึมเป็นเวลา 9 เดือนต่อปีนั้น การได้ไปพักร้อนท่ามกลางไออุ่นธรรมชาติถือเป็นช่วงเวลาอันมีค่าชนิดหาอะไรเปรียบมิได้

สำหรับชาวปารีเซียงผู้แสนศิวิไลซ์ แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกคนที่ “มีเวลา” ไปพักร้อนไกลๆ แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะไม่มีโอกาสเสพสุขกับวันพักผ่อนเลย เพราะหลายปีที่ผ่านมานี้ เทศบาลกรุงปารีสได้ทำตัวเก๋ เนรมิต “ชายหาดเทียม” ขึ้นไว้ที่ใจกลางกรุง โดยแปรสภาพทางเดินเลียบแม่น้ำแซนให้เป็น “ปารี ปลาจส์” (Paris Plages) (แปลว่า ชายหาดของปารีส) ที่นอกจากชาวเมืองจะได้นอนชิลๆ ท่ามกลางแดดใสแล้ว ยังมีกิจกรรมพาเพลินให้ทำอีกสารพัด นับตั้งแต่การลงเล่นในสระว่ายน้ำ (ที่ลอยอยู่กลางแม่น้ำแซนอีกที) ไปจนถึงการดื่มด่ำกับเสียงเพลงจากวงออร์เคสตร้ากว่า 120 ชีวิต

“ปารี ปลาจส์” ถือกำเนิดขึ้นจากไอเดียของนายแบร์ตรอง เดอลาโน (Mayor Bertrand Delanoe) นายกเทศมนตรีกรุงปารีสเชื้อสายฝรั่งเศส-ตูนิเซีย สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในปีค.ศ. 2002 ด้วยการถมทรายกว่า 2,000 ตัน ลงบนทางเดินเลียบแม่น้ำแซน จนเกิดเป็นชายหาดกลางเมืองความยาว 4 กิโลเมตร มีมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านยูโร (หรือประมาณ 100 ล้านบาท) นอกจากตัวหาดเองแล้ว ปารี ปลาจส์ ยังพ่วงเอากิจกรรมสร้างสรรค์มากมายไว้บริการประชาชน อาทิเช่น Free Wi-Fi hotspot, บริการยืมหนังสืออ่านฟรี, วอลเล่ย์บอลชายหาด, พายเรือคายัค, ปีนหน้าผาจำลอง, ชมคอนเสิร์ต, ฝึกไทชิ, เรียนศิลปะ ฯลฯ

ชายหาดเทียมนี้จัดขึ้นเฉพาะในฤดูร้อน โดยเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม ถึง 20 สิงหาคม ของทุกปี มีพื้นที่ครอบคลุมกรุงปารีสทั้งหมด 3 ส่วน ได้แก่ 1. บริเวณจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Musee du Louvre) ไปจนถึงสะพานซุลลี (Pont de Sully) มีความยาว 3 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่เปิดให้บริการตั้งแต่เริ่มโครงการเป็นครั้งแรก 2. บริเวณปอร์ต เดอ ลา การ์ (Port de la Gare) ใกล้ๆ หอสมุดแห่งชาติฟร็องซัวร์ มิตเตรอง (Francois Mitterrand National Library) และ 3. ย่านบาสแซ็ง เดอ ลา วิแยตต์ (Bassin de la Villette) บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำแซน ซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายที่เพิ่งเปิดใหม่เมื่อ ค.ศ.2007

แม้แรกเริ่มเดิมทีนายเดอลาโนจะตั้งใจให้ ปารี ปลาจส์ เป็นเสมือนโอเอซิสของชาวปารีเซียงที่ไม่สามารถไปวาก๊องซ์* ที่อื่นได้ แต่ถึงปัจจุบันหาดกลางกรุงแห่งนี้กลับดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างถิ่นมากขึ้นเรื่อยๆ (ปีค.ศ. 2007 มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดถึง 4 ล้านคน) จนทำให้กรุงปารีสมีเงินสะพัดมหาศาลในช่วงวันหยุดยาว เรียกว่างานนี้เดอลาโนสามารถลบเสียงครหาเรื่องความสิ้นเปลืองงบประมาณไปได้อย่างราบคาบ นอกจากนั้น ความนิยมใน ปารี ปลาจส์ ยังทำให้เทศบาลเมืองอื่นๆ ของยุโรป เช่น เบอร์ลิน โรม บรัสเซลส์ ปราก อัมสเตอร์ดัม และบูดาเปส เริ่มสร้างชายหาดเทียมของตนเองขึ้นในฤดูร้อนบ้าง พร้อมทั้งนำเสนอกิจกรรมต่างๆ มากมายตามอย่างปารี ปลาจส์ ด้วยเช่นกัน

เมืองไทยเราโชคดีที่มีแดดตลอดปี อีกทั้งการท่องเที่ยวก็ยังมีรูปแบบที่หลากหลาย แถมมีงานประเพณีมากมายที่จัดกันทุกเดือน ทำให้คน “ไม่ค่อยมีเวลา” อย่างผม พอจะเลือกผ่อนคลายได้ในแบบสบายใจ-สบายกระเป๋า ...เกิดเป็นคนไทยนี่ก็โชคดีไปอย่างครับ

*ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อนของประเทศฝรั่งเศส กรุงปารีสจะมีอากาศร้อนจัดและมีความชื้นสูง ชาวฝรั่งเศสจึงนิยมไป “วาก๊องซ์” (Vacance—พักร้อน) ตามชายฝั่งทะเลทางตอนใต้ของประเทศ (French Rivera) หรือไม่ก็เดินทางไปพักผ่อนนอกประเทศ ทั้งนี้ ประเทศฝรั่งเศสมีกฎหมายบังคับให้คนหยุดงาน และห้ามทำงานในช่วงวาก๊องซ์ตามเวลาที่กำหนดด้วย

ข้อมูลจาก:
http://en.wikipedia.org/wiki/Paris-Plages
http://www.paris.fr/portail/english/Portal.lut?page_id=8208&document_type_id=5&document_id=34146&portlet_id=18969
http://www.arip.co.th/businessnews.php?id=414359
http://www.pps.org/great_public_spaces/one?public_place_id=997#

ภาพจาก:
http://en.wikipedia.org/wiki/Bertrand_Delano%C3%AB
http://hipparis.com/wp-content/uploads/2009/07/parisplage3.jpg
http://images.theage.com.au/2009/07/21/642029/Paris-Plages-3-600x400.jpg
http://www.colleensparis.com/parisplage07.jpg
http://www.linternaute.com/paris/magazine/diaporama/06/paris-plages/images/paris-plages-1.jpg
http://www.paris-inn.com/blog/wp-content/uploads/2009/07/paris-plage-2009.jpg
http://www.thefivehotel.com/dotclear/public/paris_plage.jpg
http://leblog.uneviemoinschere.com/wp-content/uploads/paris-plages-villette.jpeg
http://a34.idata.over-blog.com/600x400/0/14/91/97/eux/paris-plage-35566.jpg


« Back to Result

  • Published Date: 2010-03-24
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป