Articles

« Back to Result | List

คุยกับ เฉลิมพล ปุณโณทก “นักรบนวัตกรรม” ผู้พัฒนาหุ่นยนต์ไทยไปลุยตลาดญี่ปุ่น

เรื่อง: อาศิรา พนาราม

Chaluemphol

เฉลิมพล ปุณโณทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทซีที เอเชีย โรโบติกส์ จำกัด คือ นักรบนวัตกรรมผู้มุ่งสร้างสรรค์ “ของดีเมืองไทย” แห่งศตวรรษใหม่ คุณเฉลิมพลมองถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ใหม่ๆ (ที่เวทีโลกคาดไม่ถึงว่าเมืองไทยจะทำ) อย่างเช่น การผลิตหุ่นยนต์สัญชาติไทยรุ่นแรกที่ชื่อ “ดินสอ” เพื่อส่งไปเจาะตลาดการบริการผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่น ฟังดูไม่น่าเป็นไปได้ แต่คุณเฉลิมพลเชื่อว่าเขาทำได้ “ถ้าเราเล่นในเกมของตัวเอง” TCDCCONNECT จับเข่าคุยกับเขาหลังงานสัมมนา CU 2010 ณ โรงหนังสกาลา

ช่วยยกตัวอย่างการ "เล่นเป็นเรื่อง" ของคุณ ในแบบที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม และแบบที่นำไปสู่ผลลัพธ์ยอดแย่
ถ้าเป็นการเล่นในสมัยเด็กๆ ตอนประถม ผมจำได้ว่าผมวาดรูปฟลินท์สโตนเก่ง ก็เลยวาดเป็นตัวการ์ตูน เอามาตัดเป็นรูปร่าง ยัดสำลีแปะกาว 2 ด้าน ร้อยเชือก แล้วก็ลองเอาไปขายที่โรงเรียน ปรากฏว่าขายดีมาก จนอาจารย์ต้องประกาศหน้าเสาธงว่า ห้ามเอาของมาขายเพื่อนที่โรงเรียน นั่นเป็นการเล่นที่เห็นได้ว่าเรามีหัวทางด้านศิลป์และหัวการค้ามาตั้งแต่เด็กๆ พอโตขึ้นมา อะไรที่เป็นเรื่องไม่ค่อยเกิดจากการเล่น มักจะเกิดจากการวางแผนก่อน คิดเป็นขั้นเป็นตอนอย่างที่เราต้องการ ถ้าถามว่าผมเล่นอะไร คงเป็นการ “เล่นวางแผน” นะครับ เหมือนที่คิดเล่นๆ ว่า ถ้าเราจะส่งหุ่นยนต์ไปขายที่ญี่ปุ่นเราต้องทำอย่างไร คิดจนมันเป็นเรื่องขึ้นมา เป็นหุ่นยนต์ดินสอขึ้นมานี่แหละ

ส่วนการเล่นที่นำไปสู่ผลลัพธ์แย่ๆ ก็มีเล่นแกล้งเพื่อนครับ คือผมเคยได้ยินอาจารย์เล่าให้ฟังว่ามีเด็กที่ MIT แกล้งเพื่อนในวันสุดท้ายของภาคเรียน เนื่องจากเขาเป็นเด็ก MIT เขาก็ฉลาดมาก ใช้วิธีแกล้งโดยการถอดรถเพื่อนออกเป็นชิ้นๆ แล้วกองไว้ ผมก็เกิดแรงบันดาลใจ พอตอนเรียนจบจุฬาฯ ก็เอาบ้าง แต่เราไม่เก่งเหมือนเด็ก MIT ผมก็เลยเปลี่ยนเป็นเอากระดาษสีมาแปะรถเพื่อนทั้งคัน จนเป็นเหมือนรถกงเต็ก คือเล่นเอาฮา แต่เรื่องของเรื่องคือเพื่อนไม่ฮาด้วย ผมก็ถูกด่าจนคนมามุงเต็มไปหมด

ในชีวิตที่ผ่านมา มีของเล่นอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณจนถึงทุกวันนี้
สีชอล์ค และกระดาษปรูฟ ผมชอบวาดรูปตั้งแต่เด็ก ถูกส่งไปประกวดวาดรูปตั้งแต่ประถม - มัธยม ตอนนั้นชีวิตผมก็จะอยู่กับสีชอล์ค วาดและคิดไปตามโจทย์ของการแข่งขัน สองอย่างนี้จึงเป็นวัสดุที่ผมใช้สร้างสรรค์มาตั้งแต่เด็กๆ

ถ้าโลกแตก นอกจากปัจจัย 4 ที่คุณจะต้องมี คุณจะเลือกสิ่งใดติดตัวไปด้วย
เพราะอะไร พระเครื่องสักองค์หนึ่ง เพราะผมคิดว่าตอนนั้นเราอาจเข้าสู่ยุคเหนือกาลเวลา เป็นดวงจิต ในเมื่อกายภาพได้ล่มสลายไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะไปยึดติดกับอะไร เลือกพระเครื่องไม่ได้เอาไว้คุ้มครอง แต่เอาไว้เตือนสติถึงความเป็นจริงและคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ว่าชีวิตยังมีอีกหลายภพหลายชาติ เราไม่ต้องยึดติดเรื่องกายภาพอะไร ขนาดโลกยังแตกเลย แล้วจะเอาอะไรกับตัวเองล่ะ

ถ้าคุณมีหุ่นยนต์ที่แปลงร่างได้เหมือนในหนังเรื่อง Transformer คุณจะเลือกให้หุ่นยนต์นั้นแปลงร่างได้จากของใช้ชนิดใด เพราะอะไร
ผมนึกถึงเกวียนชาวนาเก่าๆ แบบที่ดูจนๆ เก่าๆ แต่ให้แปลงเป็นกระสวยอวกาศเลย ให้รู้ว่าคนไทยแปลงเกวียนเป็นกระสวยอวกาศแล้วบินไปโชว์ประเทศอื่นๆ

ถ้าคุณจะสร้างหุ่นยนต์สักตัวที่มีอัตลักษณ์แบบไทย และนำไปขายในตลาดโลกด้วย หุ่นยนต์นั้นจะมีคุณสมบัติอย่างไร
หุ่นยนต์ที่เรากำลังทำอยู่จริงๆ ก็คือ หุ่นยนต์สำหรับดูแลผู้สูงอายุ เราตั้งใจจะส่งขายประเทศญี่ปุ่น เป็นคาแรคเตอร์ "ดินสอ" นี่แหละ แต่เพิ่มขีดความสามารถขึ้นไปอีก หุ่นยนต์นี้ก็ใช้อัตลักษณ์แบบคนไทย คือ ขายการดูแล ความสุภาพนุ่มนวลแบบไทย แต่ถ้าให้จินตนาการเล่นๆ ผมอยากทำ “หุ่นยนต์ยิ้ม” ไปที่ไหนใครเห็นก็ต้องยิ้ม คือเอาความช่างยิ้มของคนไทยมาทำให้ผู้คนมีความสุข ใครมีความเครียด พอเห็นรอยยิ้มของเจ้าหุ่นยนต์นี่ก็ทำให้หายเครียดได้ สมมติถ้ามีคนทะเลาะกันอยู่ หุ่นยนต์นี้ก็จะมีเซ็นเซอร์จับอารมณ์ขุ่นมัวแล้วลอยมาหล่นตุ้บตรงหน้า เข้ามาฉีกยิ้มใส่ให้คนเลิกทะเลาะกัน

คุณคิดว่าในอนาคต บริษัทไทยจะต้องขายอะไร (และอย่างไร) จึงจะก้าวขึ้นเป็นบริษัทข้ามชาติที่เนื้อหอมในหมู่บันฑิตจบใหม่ได้
ประเทศไทยเรามีคนเก่งเยอะ แต่เราไม่เคยมารวมตัวกัน เพราะฉะนั้น ผมว่าเราขายอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องไปเล่นในเกมของคนอื่นเขา สร้างเกมของเราขึ้นมาเล่นเอง อย่างผมทำหุ่นยนต์ ผมก็ไม่ไปเล่นในเกมของหุ่นยนต์อย่างอาซิโม แต่ผมใช้ความสร้างสรรค์และความสามารถทางวิศวกรรมมาผนวกกัน กำหนดเรื่องการตลาดเข้าไป หรือมองหาอะไรยากๆ ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แล้วก็ไปจับจุดตรงนั้น ให้โจทย์คนเก่งๆ จากหลากหลายสาขา ให้มาช่วยกันคิดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร จะขายอย่างไร ฯลฯ

ผมคิดว่า เราต้องหยิบสิ่งที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญา หรือ Intellectual Property มาเป็นตัวตั้ง เพราะหากผมทำอะไรที่เป็นความสวยงามธรรมดา โดยไม่มี Know How เบื้องหลังแล้ว ไม่นานก็จะถูกก๊อปปี้ ยิ่งเราหาทรัพย์สินทางปัญญาหลายๆ ตัวมาเป็นตัวตั้ง หรือนำมาใช้ร่วมกันได้ยิ่งดี เหมือนเป็นการสร้างอาวุธที่มีแสนยานุภาพไปสู้คนอื่นเขาได้ แต่ถ้าผมปฏิเสธเรื่องนี้ ไม่หาคนเก่ง ไม่สนใจงานวิจัย ก็เหมือนกับผมไม่มีอาวุธที่แท้จริงครับ

ยกตัวอย่างเรื่องการสร้างหุ่นยนต์ เราต้องมีทั้งวิศวกร นักออกแบบ นักวิจัย และนักการตลาด ที่มาทำงานร่วมกันเป็นทีม พูดง่ายๆ คือ เราตั้งใจขายทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งสามารถหาได้จากงานวิจัยที่มีอยู่แล้วตามคณะวิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ สวทช. เนคเทค ไบโอเทค ฯลฯ คุณไปหาดูได้เลย เอามาปัดฝุ่นดูว่าคุณจะสามารถปรับใช้มันอย่างไรได้บ้าง งานเหล่านั้นจะเป็นอาวุธที่สำคัญของคุณ ไม่ใช่เลือกทำอะไรที่ง่ายๆ ธรรมดาๆ เพราะไม่ช้าก็จะมีคนมาก๊อปปี้งานคุณไปได้ง่ายๆ ครับ

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง
http://www.ctasia-robotics.com/home.php


« Back to Result

  • Published Date: 2010-05-06
  • Resource: www.tcdcconnect.com