Creative Knowledge

« Back to Result | List

“ถามเล่นๆ เห็นไอเดีย” กับคุณวินัย ฉัยรักษ์พงศ์ นักออกแบบผู้ก่อตั้ง blulg studio

เรื่อง: อาศิรา พนาราม

content-vinhai

วินัย ฉัยรักษ์พงษ์ นักออกแบบเจ้าของผลงานอีเวนท์และนิทรรศการระดับ 'Talk of the Town' คือผู้ที่นิยมใช้ "การสังเกตพฤติกรรมมนุษย์" เข้ามาทดลองกับงานออกแบบทุกแขนง ฉะนั้นงานของเขาจึงเตะตากระทบใจผู้คน สามารถตอบทั้งโจทย์ของลูกค้าและโจทย์ของตัวเองในฐานะนักออกแบบ TCDCCONNECT คุยออกรสกับเขาถึงเรื่องเล่นสนุกๆ ในชีวิต

ในชีวิตที่ผ่านมา มีของเล่นอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณจนถึงทุกวันนี้
ผมไม่มีของเล่นนะ แต่สิ่งหนึ่งที่ผม "เล่น" มาตลอด คือการที่ผมเป็นคนชอบสังเกต ไม่ว่าจะชีวิตคนหรือสิ่งต่างๆ รอบตัว นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นความสนุก ตอนเด็กๆ ผมจะไม่ใช่คนที่ติดของเล่น แต่ผมเป็นเด็กเอาท์ดอร์ สิ่งต่างๆ ที่ผมได้เห็นได้ทำผมก็จะสามารถนึกถึงและนำมาใช้งานได้ นี่อาจเป็นการสร้างพื้นฐานให้กับการคิดของผมในทุกวันนี้

ช่วยยกตัวอย่างการ "เล่นเป็นเรื่อง" ของคุณในแบบที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยม และแบบที่นำไปสู่ผลลัพธ์ยอดแย่
โปรเจ็คท์ต่างๆ ที่ผมทำมักจะเกิดจากความสนใจในจุดเล็กๆ แล้วเกิดการพัฒนาต่อ ยกตัวอย่างที่ทำให้นิทรรศการ "อจีรัง คือโอกาส" ผมคิดว่าหากเราจะสื่อสารเรื่องความตาย ภาษาของความตายน่าจะสวยงามได้ จากจุดนั้นก็เลยต่อยอดไปสู่งานดีไซน์ที่ดี อันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการเล่นเป็นเรื่องที่ให้ผลลัพธ์ที่ดี ส่วนแบบที่นำไปสู่ผลลัพธ์แย่ๆ ผมนึกเป็นตัวงานไม่ออก แต่บางครั้งที่เราทำงานอะไรแล้วตามใจความคิดของตัวเองมากๆ จนหลุดจากกรอบของโจทย์ไป พองานเสร็จลงแล้วเรามองย้อนกลับไปในแง่ของการตอบโจทย์ เราก็รู้สึกว่า ...มันไม่ใช่

ถ้าโลกแตกขึ้นมาจริงๆ นอกจากปัจจัยสี่แล้ว คุณจะเลือกสิ่งใดติดตัวไปด้วย เพราะอะไร
ถ้าโลกแตกผมคงไม่เอาอะไรแล้วมั้งครับ (หัวเราะ) แต่ส่วนตัวผมเป็นคนติด i-phone เพราะชอบถ่ายรูป เวลาไปไหนเห็นอะไรผมก็จะถ่ายรูปแล้วเก็บเอาไว้เรื่อยๆ ใน i-phone เวลาผมต้องการ re-call ผมก็จะหยิบขึ้นมาดูได้ทั้งหมด ถ้าโลกแตกผมคงจะติด i-phone ไป เพราะเมื่อน้ำลดแล้ว โลกอาจไม่เหลืออารยธรรมเดิมๆ ไว้เลย i-phone ผมอาจเป็นสิ่งเดียวที่บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกใบเก่า ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์เลยนะ

สิ่งแรกที่คุณจะเลือกเล่นเมื่อเข้าไปในสวนสนุกคืออะไร
สิ่งแรกที่ผมจะทำ คือ ผมจะซื้อป๊อปคอร์น จากนั้นผมถึงจะไปขึ้นรถไฟเหาะครับ ผมว่ามันเป็นประสบการณ์ที่สนุกดีที่เราต้องควบคุมอะไรสองอย่างไปพร้อมๆ กัน ผมรู้สึกว่าถ้าผมเสียเงินไปเล่นอะไรในสวนสนุก ผมควรจะเพิ่มเติมอะไรบางอย่างให้มันตื่นเต้นและสนุกกว่าคนอื่น อย่างการนำฟังก์ชั่นที่มันไม่เข้ากันเลยมาทำพร้อมกัน อยากจะกินขนมมาก ก็ไม่ควรกินเฉยๆ เราน่าจะกินในที่ที่มันตื่นเต้น ผมลองมาแล้ว ทำได้ด้วย แล้วก็ไม่หกเยอะแยะนะครับ (หัวเราะ)

การสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ถูกสะท้อนออกมาในงานออกแบบประเภทใดของคุณมากที่สุด ช่วยยกตัวอย่าง
จริงๆ ผมนำมาใช้ในเกือบทุกงานอยู่แล้ว แต่ถ้าให้ยกตัวอย่างชัดๆ งานหนึ่ง คือการทดลองให้คนแต่งตัวเป็น Icon เช่น ปารีส ฮิลตัน มันเกิดจากการที่ผมมีความเชื่อว่า Icon ในยุคก่อน อย่างบรูซ ลี หรือเอลวิส ที่เขาจากโลกนี้ไปนานแล้ว แต่รูปหรือผลงานของเขาที่ถูกเผยแพร่ในยุคหลังกลับมีมากกว่าในสมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่เสียอีก ก็เลยมีความคิดว่าคนเหล่านี้เขาเป็นมนุษย์จริงหรือ? หรือเขาเกิดมามีค่าเท่ากับซุปเปอร์แมน ผมก็เลยลองนำสองแนวคิดนี้มาเจอกัน คือนำคนดังที่ยังมีชีวิตอยู่มาสร้างเป็นปรากฏการณ์ใหม่ ให้คนแต่งตัวเป็นปารีส ฮิลตัน มาเดินสยามสแควร์พร้อมบอดี้การ์ดสองคน ทำให้มีคนเป็นร้อยๆ วิ่งมาดู แล้วคนเหล่านี้ก็ไปตั้งกระทู้กันในพันทิป ว่าทำไมปารีส ฮิลตันมาเมืองไทย แล้วเริ่มสร้างเรื่องราวขึ้นมาว่า อ๋อ ก็เขาจะไปภูเก็ตต่อไง แล้วก็เกิดเป็นเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมามากมาย ซึ่งคนเหล่านี้จริงๆ ก็ไม่มีใครเคยเห็นปารีส ฮิลตัน นี่คืองานที่ผมได้ออกแบบองค์ประกอบต่างๆ ให้เข้ามารวมกัน แล้วเกิดความหมายอย่างหนึ่งซึ่งเล่นกับพฤติกรรมของคนโดยตรง โปรเจ็คท์นี้ผมทำให้กับโนเกีย เขามีงบประชาสัมพันธ์น้อย แต่ข้อความเหล่านี้ก็ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง โดยที่ผมไม่ได้ใช้สื่ออะไรเลย

คุณสร้างสภาพแวดล้อมในการทดลองงานออกแบบอย่างไร
ผมสามารถทำงานได้ในทุกๆ ที่ โดยไม่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมครับ ผมเป็นคนทำงานตลอดเวลา กระบวนการความคิดมันไม่ได้จบลงในเฉพาะเวลางาน เหมือนกับว่าเวลาที่เราอินอยู่กับอะไร สิ่งที่เราเห็นก็จะถูกเชื่อมโยงกับงานที่เราจดจ่ออยู่ ทุกที่สำหรับผมจึงเป็นที่ทำงาน

คุณมีอาวุธอะไรในการออกแบบ
โจทย์ลูกค้าครับ ผมไม่สามารถทำงานโดยไม่มีโจทย์ได้ ดีไซน์ที่ผมทำคือการสร้างคำตอบ ผมคงไม่สามารถสร้างคำตอบที่ดีได้ถ้าหากผมไม่มีคำถาม ฉะนั้นผมจึงไม่กลัวเลยเวลาเจอโจทย์ ไม่ว่าจะยากหรือง่าย เล็กหรือใหญ่ ผมรับได้หมด

มีงานออกแบบใดที่คุณยังไม่ได้ทำ และอยากทำมาก
สิ่งที่ผมอยากทำ คือ การทำหนัง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปเป็นผู้กำกับนะครับ แค่คิดว่าจากการที่ผมได้เฝ้ามองผู้คน มันมีอะไรหลายๆ อย่างที่เชื่อมโยงกันอยู่ มีโค้ดอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ซึ่งยังไม่มีคนเห็น หนังของผมอาจไม่มีสคริปต์เลยก็ได้ ถ้าว่างเมื่อไหร่ผมอาจทำหนังออกมา จะเป็นงานที่ไม่ใช่งานคอมเมอร์เชียล

ส่วนงานดีไซน์ ผมอยากลองออกแบบโปรดักท์สำหรับคนบ้า เพราะผมรู้สึกว่าอัจฉริยะกับความบ้าแบ่งกันด้วยเส้นบางๆ เท่านั้น ผมเคยเห็นคนบ้าแต่งตัวด้วยถุงพลาสติก ผมคิดว่ากระบวนการออกแบบของเขาน่าสนใจมาก คือเขาสะสมถุงพลาสติกไว้แล้วนำมาประกอบกันเป็นชุด ผมว่าโจทย์ที่ไม่เมคเซนส์เลยมันก็น่าสนุกดีนะ โจทย์ของคนมีปัญหาทางสมองอาจทำให้เกิดงานดีไซน์ที่เจ๋งมากๆ ก็ได้ ถ้าเราสามารถสื่อสารแล้วหยิบโจทย์มาจากเขาได้ก็คงจะดี ผมเคยคุยกับเพื่อนว่า งานเราก็ต้องใช้ความคิดแปลกใหม่อยู่ตลอด หากเรารับสมัครคนบ้าเข้ามาทำงานก็คงไม่เลว เพราะเขาน่าจะมีไอเดียที่สดใหม่ ไม่ยึดติดกับอะไรทั้งนั้น และกระบวนการคิดของเขาก็อาจไม่ได้ไล่จาก 0-10 เราน่าจะได้วัตถุดิบใหม่ๆ ในการออกแบบจากคนบ้านะ

« Back to Result

  • Published Date: 2010-04-29
  • Resource: www.tcdcconnect.com