Creative Knowledge

« Back to Result | List

Design Icon: มัซซิโม วิกเนลลี (Massimo Vignelli)

เรียบเรียง: ณัฏฐินี กาญจนาภรณ์

Massimo_Vignelli

“การออกแบบที่ ถูกต้อง นั้นเป็นไปได้จริง โดยเราจะพบกับความหมายที่แท้จริงของของสิ่งๆ หนึ่งได้จากรูปร่างและสัดส่วนที่ถูกต้องของมัน”

Massimo Vignelli เกิดเมื่อปีค.ศ.1931 ในประเทศอิตาลี ถึงแม้ว่าเขาจะเรียนจบมาทางด้านสถาปัตยกรรม แต่เขาก็ทำงานออกแบบในหลายแขนง ซึ่ง Vignelli เรียกบทบาทของตนเองนี้ว่า “Total designer” หมายความว่าเขาสามารถทำงานออกแบบได้แบบเบ็ดเสร็จนั่นเอง

Vignelli เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกงานออกแบบภาพลักษณ์ขององค์กร เขาทำงานในบริษัท Unimark International ในช่วงปี 60s ถึง 70s และต่อมาก็ได้ร่วมกับ Lella Vignelli ภรรยาของเขา ก่อตังบริษัท Vignelli Associates ขึ้นในปี ค.ศ.1971 ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำงานออกแบบหลากหลายมาก ทั้งงานกราฟิก สิ่งพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ นิทรรศการ รวมถึงเครื่องเรือนด้วย Vignelli ย้ายมาอยู่ที่ New York City ตั้งแต่ปีค.ศ.1966 กลุ่มลูกค้าของเขามีทั้งในทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป โดยผลงานส่วนมากของบริษัทจะเน้นไปที่การออกแบบภาพลักษณ์องค์กร (Corporate Identity) ยกตัวอย่างเช่น งานของบริษัทสายการบิน American Airlines, ห้างสรรพสินค้า Bloomingdale’s, บริษัทเฟอร์นิเจอร์ Knoll และบริษัทสินค้าแฟชั่น United Colors of Benetton เป็นต้น

ที่ Vignelli Associates เขาและภรรยาร่วมกันทำงานออกแบบทั้งที่เป็นงานสองมิติและสามมิติ โดยแนวคิดสำคัญของ Vignelli Associates คือการทำงานที่ผสมผสานระหว่าง “สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้” และ “สิ่งที่เป็นไปได้” ซึ่งตัว Vignelli จะรับผิดชอบทดลองศักยภาพของงานในส่วน “สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้” ในขณะที่ภรรยาของเขาดูแลในส่วนของ “ความเป็นไปได้” (ทุกๆ เรื่องของธุรกิจและการวางแผนการทำงาน) จากแนวคิดการทำงานในลักษณะนี้ทำให้ Vignelli Associates มีผลงานออกแบบที่น่าสนใจออกมาในหลายแขนง เช่น เก้าอี้ Handkerchief Chair และ งานออกแบบตกแต่งภายในของโบสถ์ St. Peter’s Church ในมลรัฐ New York เป็นต้น

ผลงานชิ้นเอกของ Vignelli คือแผนที่รถไฟใต้ดิน (หรือ Subway map) ของ New York City ที่เขาออกแบบขึ้นในปี ค.ศ.1972 Vignelli ออกแบบแผนที่นี้โดยเพิกเฉยต่อหลักการผลิตแผนที่ตามปกติ (ที่อ้างอิงจากระยะทางที่มีอยู่จริง) เขาเลือกที่จะนำเสนอเส้นทางเดินรถอันซับซ้อนของ New York City ในแบบที่ปุถุชนเข้าใจง่ายขึ้น เริ่มจากการตัดทอนเส้นที่คดเคี้ยวตามสภาพจริงให้เป็นเส้นตรง และย่นย่อระยะทางระหว่างแต่ละสถานีรถไฟลงเพื่อประหยัดเนื้อที่ นอกจากนั้นเขายังใส่สีสันให้กับสายรถไฟเส้นต่างๆ และใช้จุดวงกลมแทนถึงตำแหน่งของแต่ละสถานี ทั้งนี้เพื่อให้คนธรรมดาอ่านแผนที่ของเขาได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น แผนที่รถไฟใต้ดินที่ Vignelli ออกแบบนี้ได้รับการปรับปรุงแก้ไขอีกครั้งในปีค.ศ.1979 และถือเป็นผลงานชิ้นต้นแบบของแผนที่ NYC Metro ฉบับปัจจุบัน (ซึ่งในแต่ละวันมีผู้ใช้บริการถึง 5 ล้านคน)



« Back to Result

  • Published Date: 2009-12-21
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป