Creative Knowledge

« Back to Result | List

เปิดตำนานคุณหมอนักวาดภาพประกอบ “แฟรงค์ เอช เนตเตอร์” (Frank H. Netter) เจ้าของฉายา “ไมเคิล แองเจลโล” แห่งวงการแพทย์

เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม

Frank1

อาจฟังดูงงๆ หากใครสักคนจะแนะนำตัวว่ามีอาชีพเป็นทั้งแพทย์และนักวาดภาพประกอบในเวลาเดียวกัน และคงจะยิ่งงงหนักขึ้นไปอีกหากแพทย์ท่านนั้นเล่าให้ฟังว่าภาพประกอบที่เขาวาดนั่นแหละเคยช่วยชีวิตคนมานับแสนนับล้านชีวิตแล้ว!

Frank H. Netter (1906 – 1991) คือนายแพทย์และนักวาดภาพประกอบที่(แพทย์)ทั่วโลกรู้จักกันดีจาก Netter’s Atlas of Human Anatomy เขาคนนี้คือตำนานบทเล็กๆ ของวงการแพทย์ ผู้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า “อุปสรรคสามารถแปรเปลี่ยนเป็นโอกาสได้เสมอ” และที่สำคัญไปกว่านั้นโอกาสที่เขาสร้างขึ้นให้ตัวเองยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างน่าเคารพด้วย

แฟรงค์เกิดเมื่อปีค.ศ.1906 ที่แมนฮัตตัน นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ด้วยความที่สนใจในศิลปะมาตั้งแต่เยาว์วัย เขาได้รับทุนให้ศึกษาต่อที่ National Academy of Design และยังได้เรียนกับอาจารย์พิเศษจาก Art Student Leagues of New York โดยหลังจบการศึกษาแฟรงค์ประสบความสำเร็จในอาชีพอย่างรวดเร็ว เขาได้ร่วมงานกับหนังสือพิมพ์ดังอย่าง Saturday Evening Post และ New York Times แต่ถึงกระนั้นเนื่องจากครอบครัวไม่ยอมรับในอาชีพของเขา แฟรงค์จึงต้องเบนเข็มเพื่อเลือกทางเดินชีวิตใหม่อีกครั้ง โดยเขาตัดสินใจเข้าเรียนในโรงเรียนแพทย์ที่ New York University และฝึกงานด้านศัลยศาสตร์ที่โรงพยาบาล Bellevue

Frank2

ขณะที่เป็นแพทย์ฝึกหัดอยู่นั้น หมอแฟรงค์มีรายได้เสริมจากการวาดภาพประกอบให้กับบริษัทยาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งต่อมาดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเล่นตลกและนำพาให้เขากลับมาเดินอยู่บนเส้นทางของ “นักวาดภาพ” อีกครั้ง หมอแฟรงค์ได้รับการว่าจ้างจากบริษัทยาแห่งหนึ่งให้ทำงานวาดภาพประกอบ ซึ่งเขาได้เสนอราคาค่าจ้างไปเป็นเงิน 1,500 เหรียญต่อภาพ 1 ชุด (5 รูป) แต่ผู้จัดการฝ่ายโฆษณาของบริษัทดังกล่าวเกิดเข้าใจผิดและจ่ายค่าจ้างให้เขารูปละ 1,500 เหรียญแบบไม่คิดมาก (ทำให้หมอแฟรงค์ได้รับค่าจ้างครั้งนั้นเป็นเงินทั้งสิ้น 7,500 เหรียญ) รายได้ก้อนงามดังกล่าวทำให้เขาตัดสินใจเลิกประกอบวิชาชีพแพทย์* ทันที และหันมาเป็นนักวาดภาพประกอบทางการแพทย์อย่างเต็มตัว

ในปีค.ศ.1936 หมอแฟรงค์ได้วาดภาพ “หัวใจพับได้” เพื่อเป็นสื่อโฆษณาให้กับบริษัท CIBA ปรากฏว่าภาพชุดนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่แพทย์ (โดยเฉพาะภาพที่ไม่มีตราสินค้าพิมพ์อยู่ด้วย) หลังจากนั้นภาพอวัยวะพับได้อื่นๆ ก็ได้คลอดตามออกมาอีกมากมาย จนกระทั่งมีการรวมเล่มกลายเป็น The CIBA Collection of Medical Illustrations ซึ่งมีทั้งหมด 13 เล่ม (ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้มีการรวมเล่มตีพิมพ์ใหม่อีกหลายครั้ง) ในปีค.ศ.1989

Frank3

ก่อนหมอแฟรงค์เสียชีวิตเพียงสองปี ผลงานของเขาก็ได้ถูกตีพิมพ์อีกครั้งในชื่อ Netter’s Atlas of Human Anatomy ซึ่งยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงจากวงการแพทย์มาจนกระทั่งทุกวันนี้ (ในช่วงชีวิตของหมอแฟรงค์ เขาได้วาดภาพประกอบที่ใช้ในวงการแพทย์รวมกว่า 4,000 ภาพ และได้รับการตีพิมพ์ใหม่นับครั้งไม่ถ้วน)

การผสมผสานทักษะที่ไม่น่าเชื่อว่าจะรวมอยู่ด้วยกันได้ในคนคนเดียว ดังเช่นในกรณีของคุณหมอนักวาด “แฟรงค์ เอช เนตเตอร์” นับเป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้กับ “การเลือกเส้นทางอาชีพ” ได้เป็นอย่างดี ทุกวันนี้หลายๆ คนเริ่มเล็งเห็นว่าคุณค่าที่แตกต่างของศาสตร์แต่ละสาขานั้น หากถูกนำมาหลอมรวมกันได้อย่างเหมาะเจาะแล้ว ก็จะสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่มวลมนุษยชาติได้มหาศาล

*ในยุคที่แฟรงค์เป็นแพทย์ฝึกหัด เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรงทั่วโลก (The Great Depression ราวปีค.ศ.1929-1940) ทำให้คนจำนวนมากตกงานและไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา แพทย์ในยุคนั้นจึงไม่ได้เป็นวิชาชีพที่สามารถสร้างรายได้มากนัก

เกร็ดความคิด : อาชีพนักวาดภาพประกอบทางการแพทย์ (ที่บางคนอาจรู้จักในชื่อ Medical Artist หรือ Medical Illustrator) น่าจะเป็นวิชาชีพที่ให้แง่คิดแก่บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองไทยได้เป็นอย่างดี อาชีพนี้แสดงให้เห็นว่าการฝึกฝนและพัฒนาทักษะของคนให้มีความ “รอบด้าน” นั้น นอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ตัวบุคคลเองแล้ว ยังอาจสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและคนอื่นๆ ได้ด้วย เหมือนอย่างในกรณีของนายแพทย์แฟรงค์ เอช เนตเตอร์ เป็นต้น

เครดิตข้อมูล:
http://en.wikipedia.org/wiki/Frank_H._Netter
http://www.netteranatomy.com/
http://www.elsevier.com/wps/find/bookdescription.cws_home/708004/description
http://www.netterimages.com/artist/netter.htm

เครดิตภาพ:
http://medicalsbooks.blogspot.com/2008_07_01_archive.html
http://www.netterimages.com/artist/netter.htm
http://img1.uploadhouse.com/fileuploads/469/469732a510bc054f7c67d38a272225e344f8ee.jpg

« Back to Result

  • Published Date: 2010-02-11
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป