Creative Knowledge

« Back to Result | List

“Impossible is Nothing” – สัมผัสชีวิตการทำงานของคุณบัญชา คำทะเนตร พ่อมดผู้เสกทุกสิ่งให้เป็นจริงได้ในหนังโฆษณา

รื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม ภาพ: วิสาข์ สอตระกูล

Mechanic03

เบื้องหลังภาพ “ผมดำเงา ยาวสลวย สวยมีน้ำหนัก” ของนางแบบในภาพยนตร์โฆษณานั้น นอกจากจะเป็นฝีมือของผู้กำกับฯ แล้ว ยังมีคน(ไม่)สำคัญอีกคนที่เป็นเสมือนพ่อมดผู้เสกทุกสิ่งสรรพให้เป็นไปดั่งใจต้องการ วันนี้ TCDCCONNECT จะพาท่านผู้อ่านไปคุยกับคุณบัญชา คำทะเนตรหรือที่ Phenomena เรียกเขาว่า “พี่เสือ Mechanic” ผู้คร่ำหวอดอยู่กับงานสร้างเทคนิคพิเศษมาเกือบสองทศวรรษ

ตำแหน่ง Mechanic ในกองถ่ายโฆษณามีหน้าที่อะไรบ้าง
คุณเสือ: ทำทุกอย่างที่อยู่ในภาพยนตร์ให้มันขยับได้ครับ อย่างเช่น จะทำอย่างไรให้เส้นผมปลิวหรือม้วนไปในทิศทางที่เราต้องการ (ในสตูดิโอกำลังถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาแชมพูยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งกำลังใช้พัดลมขนาดใหญ่เป่าผมนางแบบให้ปลิวสลวย) เราต้องออกแบบว่าจะวางพัดลมกี่ตัว วางตรงไหน เป่าอย่างไร ฯลฯ หรือบางงานถ้ามีน้ำ ก็ต้องดูว่าจะสาดน้ำกระทบหน้านางแบบยังไงให้สวยที่สุด หรือถ้าจะทำให้น้ำนม (ใช้แทนแชมพูเพื่อให้ได้ภาพสวยงาม) ไหลวนได้อย่างที่ต้องการเราจะทำยังไง ซึ่งบางทีผมก็ใช้มอเตอร์ปั่นหรือผสมสาร CMC ให้มันหนืดขึ้น หน้าที่ของผมก็ประมาณนี้ครับ

ทำไมถึงมาทำอาชีพนี้ได้
คุณเสือ: ผมเริ่มจากการทำ prop (อุปกรณ์ประกอบฉาก) มาก่อนครับ ครั้งหนึ่งทีมงานอยากได้น้ำนมหมุน ผมเลยทดลองใช้มอเตอร์ปั่นดู นั่นเป็นจุดเริ่มต้นครับ แล้วก็ทำมาเรื่อยจนทุกวันนี้

Mechanic01

ความท้าทายของอาชีพ Mechanic ในงานภาพยนตร์โฆษณา
คุณเสือ: เยอะครับ หลักๆ คือเราจะทำอย่างไรให้งานมันออกมาได้ดั่งใจผู้กำกับฯ หนังแต่ละเรื่องไม่เหมือนกันสักเรื่อง เราต้องเจอโจทย์แปลกๆ ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา
ซึ่งเราก็ต้องหาวิธีการที่จะทำให้มันสำเร็จอย่างที่เขาต้องการให้ได้

คุณบิน (ผู้กำกับฯ): ความท้าทายของทีม Mechanic คือเวลาในการทำงานที่มีจำกัดมากครับ อาชีพเขาจำเป็นต้องทำการทดลองอยู่ตลอด ซึ่งเหมือนกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์แบบหนึ่ง พอเขาได้โจทย์จากผู้กำกับฯ เขาก็ต้องค้นคว้าหาวิธีเพื่อแก้ไขปัญหานั้นทันที และต้องทำให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดด้วย ที่สำคัญพอจบงานหนึ่งแล้วเริ่มงานใหม่ ทุกอย่างก็เริ่มใหม่หมด แต่ละงานไม่มีงานไหนซ้ำกันเลย

งานนี้ดูเหมือนต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากๆ คุณจุดประกายความคิดกันอย่างไร
คุณเสือ: เราต้องลองผิดลองถูกครับ ถ้าทำออกไปแล้วไม่ผ่านเราก็ต้องคิดใหม่ ไอเดียอาจจะได้มาจากการดูหนังเรื่องอื่น แล้วเราก็เอามาปรับใช้ คนที่จะทำงานนี้ให้ได้ดีต้องช่างสังเกต
ต้องดูหนังเยอะๆ เดือนหนึ่งผมดูหนังไม่ต่ำกว่า 20-30 เรื่อง และต้องดูเบื้องหลังของการถ่ายทำด้วย บางทีภาพที่เราเห็นในหนังเรื่องหนึ่งดูหมือนจริงมาก แต่พอไปดูเบื้องหลังกลับเป็นแค่โมเดลเล็กๆ เอง
คุณบิน (ผู้กำกับฯ): Mechanic ต้องเป็นคนช่างสังเกตครับ ต้องสังเกตทุกอย่างจากสิ่งรอบตัว ต้องสามารถหยิบฉวยและหาประโยชน์จากสิ่งใกล้ตัวให้ได้มากที่สุด ที่สำคัญต้องสามารถทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้

คุณสมบัติอะไรสำคัญที่สุดสำหรับคนอาชีพนี้
คุณเสือ: ต้องใจเย็น เพราะเรากำลังทำสิ่งที่มันยากจะเป็นไปได้ให้เป็นไปได้ บางงานถ่ายกันเป็น 100 เทคก็ต้องอดทน เราต้องค่อยๆ ทำไปจนกว่าจะได้สิ่งที่ใช่ที่สุด
คุณบิน (ผู้กำกับฯ): คงเป็นความช่างสังเกตครับ นอกจากนั้นก็ต้องพยายามเข้าใจผู้อื่น และอ่านสถานการณ์รอบตัวด้วย เพราะงานนี้เป็นงานช่วยแก้ไขปัญหา ฉะนั้นเขาต้องเข้าใจปัญหาก่อน จากนั้นจึงจะหาวิธีแก้ปัญหาได้ แล้วก็ต้องอดทน ต้องทดลอง รู้จักหาอุปกรณ์ใกล้ตัวมาดัดแปลง

เนื้องานของคุณมีความสำคัญขนาดนี้ เคยรู้สึกน้อยใจในความเป็นเบื้องหลังไหม
คุณเสือ: ไม่เคย เพราะเราภูมิใจในสิ่งที่เราทำ ถ้าหนังได้รางวัลเราก็ภูมิใจได้ว่าเราเป็นส่วนหนึ่ง

ถ้าไม่มีอาชีพ Mechanic อะไรจะเกิดขึ้นกับภาพยนตร์โฆษณา
คุณเสือ: (เงียบไปหนึ่งอึดใจ) ผมว่ามันต้องมีครับ ถ้าไม่มี Mechanic หนังก็จะไม่มี effect ต่างๆ เลย อย่างเช่น ระเบิด ระเบิดน้ำ สลิง ฯลฯ ของพวกนี้ก็ต้องอาศัย Mechanic นี่แหละเป็นคนทำขึ้นมา
คุณบิน (ผู้กำกับฯ): คงทำให้เราทำงานลำบากขึ้นมาก ผมว่า Mechanic เป็นตำแหน่งที่ทุกกองถ่ายต้องมี...ขาดไม่ได้เลย

คิดอย่างไรกับ Computer Graphic
คุณเสือ: คิดว่าต่อไปมันจะมาแทนที่งาน Mechanic ได้เกือบทั้งหมด อย่างหนังเรื่อง Avatar ก็เป็น CG ทั้งเรื่อง

ถ้า Computer Graphic เข้ามาแทนที่ได้ แล้วอาชีพ Mechanic จะปรับตัวอย่างไร
คุณเสือ: จริงๆ หน้าที่ของ Mechanic ก็จะยังคงมีอยู่ แต่อาจจะน้อยลง บางอย่างก่อนเราจะทำ CG เราก็ต้องอาศัย Mechanic เป็นคนทำไกด์ให้ก่อน อย่างเช่น การหมุนกระป๋องนม ผมก็จะหมุนเป็นไกด์ให้ดูก่อน แล้วเขาถึงเอาไปทำ CG ต่อ

คุณบิน (ผู้กำกับฯ): ทุกวันนี้ก็ใช้ CG กันเยอะอยู่แล้วนะครับ แต่ทีม Mechanic ก็ยังคงมีความสำคัญ บทบาทของเขาอาจเปลี่ยนไปบ้าง อย่างสมัยก่อนต้องใช้ mock up เป็นภาพในหนังตลอด พอมี CG มาช่วยก็ทำให้งานตรงนี้ง่ายขึ้น แต่ถ้าถามผมว่า Mechanic จะหายไปไหม ผมตอบว่าไม่ เพราะจริงๆ หน้าที่ของMechanic ครอบคลุมงานโปรดักชั่นเยอะมาก บางงานคิดว่าไม่ต้องใช้ แต่สุดท้ายก็ต้องใช้ เช่น ภาพคนแก่อุ้มคนตัวใหญ่ ภาพฝนตก หรือการถ่ายสิ่งของให้หมุนได้ เป็นต้น

Mechanic02

ปัจจุบันในวงการภาพยนตร์/โฆษณาไทย มีคนทำอาชีพ Mechanic เพียงพอมั้ย
คุณเสือ: น้อยมากครับ เพราะบางทีคนอาจจะไม่รู้จัก และเนื้องานมันยาก ค่อนข้างจะกดดัน
คุณบิน (ผู้กำกับฯ): ไม่แน่ใจ แต่ถ้าถามว่าต้องการเพิ่มมั้ย คิดว่าน่าจะต้องการครับ เพราะงานนี้ต้องอาศัยประสบการณ์มาก คนทำต้องมีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่ทำเป็นอย่างดี

อะไรที่ทำให้คุณยังคงทำงานนี้อยู่
คุณเสือ: ผมชอบความรู้สึกท้าทาย งานนี้ทำให้เราได้คิดอะไรใหม่ๆ อยู่ตลอด

ผู้กำกับที่คุณชอบหรืออยากทำงานด้วยที่สุด
คุณเสือ: ผมชอบการทำงานของคุณต่อ ธนญชัย เขาทำงานเร็ว เจ๋ง

ตอนเด็กๆ คุณชอบเล่นอะไร ชอบของเล่นแบบไหน
คุณเสือ: ผมชอบเล่นระเบิด เล่นปืน เล่นอะไรที่มีกลไกมาตั้งแต่เด็กแล้วครับ

ถ้าเด็กรุ่นใหม่ๆ อยากเข้ามาทำอาชีพนี้ เขาควรเรียนหรือมีประสบการณ์มาทางสายไหน
คุณเสือ: น่าจะเป็นสายช่างหรืออะไรที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไก แต่สำหรับเด็กจบใหม่ ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน แต่หากเขายังไม่มีประสบการณ์เลย ผมต้องบอกก่อนว่าโอกาสค่อนข้างน้อย เพราะเวลาทีม Mechanic คัดคนมาทำงานด้วย เราก็จะเลือกคนที่รู้งานทันที เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเรา(งานโปรดักชั่นโฆษณา)ต้องการอะไร เขาต้องรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่น่ะครับ

คุณบิน (ผู้กำกับฯ): ควรมีความรู้เรื่องช่าง กลไก ไฟฟ้า ฯลฯ และหากเข้าใจศิลปะบ้างก็จะดีมาก

เคล็ดลับจากคน(ไม่)สำคัญ
คนทำอาชีพ Mechanic ที่ดีต้อง
• ใจเย็น อดทน ช่างสังเกต ชอบแก้ไขปัญหา สามารถนำสิ่งรอบตัวมาดัดแปลงและใช้ประโยชน์ได้
ถ้าผม/ดิฉันอยากเป็น Mechanic
• ต้องถนัดงานทางช่าง กลไก ระบบไฟฟ้า และพยายามสร้างผลงาน
อาจขอเข้าไปฝึกงานเพื่อให้มีประสบการณ์ตรง และสร้าง connection กับคนในแวดวงโฆษณาด้วย
เวลาที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์แต่เดินเจอทางตัน
• ต้องหา references มากๆ ไม่หยุดคิด ไม่หยุดทดลอง และจงมองปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย

« Back to Result

  • Published Date: 2010-02-11
  • Resource: www.tcdcconnect.com