Creative Knowledge

« Back to Result | List

คุยกับสาวน้อยบ้าพลัง คอดีเลีย ฟานสเวิร์ธ นักแสดงวัย 19 จากละครเพลงสุดฮิต “Mamma Mia”

เรื่อง: ชัชรพล เพ็ญโฉม

Cordelia1

ก่อนจะมาอยู่บนเวที
ฉันเริ่มเรียนเต้นตั้งแต่อายุ 7 ขวบในโรงเรียนสอนเต้นที่บ้านเกิดใน Yorkshire (ตอนเหนือของประเทศอังกฤษ) แล้วก็เรียนมาตลอด ตอนแรกวางแผนว่าจะเข้าโรงเรียน Royal Ballet School แต่พอถึงอายุ 11 ก็ต้องเลือกว่าจะเรียนโรงเรียนสอนบัลเล่ต์ หรือโรงเรียนในระบบธรรมดา สุดท้ายตัดสินใจว่าจะเข้าโรงเรียนในระบบธรรมดาค่ะ เลยไปเข้าโรงเรียน boarding school โดยที่ไม่ได้ทิ้งการเรียนเต้น เพราะได้พบว่ายังมีโรงเรียนสอนเต้นประเภทอื่นๆ อย่าง Jazz, Modern, Tap, Contemporary รวมทั้งสอนการร้องเพลงและการแสดงด้วย

ต่อมาฉันก็ได้ทุนมาเรียนต่อที่โรงเรียนสอนเต้นในลอนดอน เรียนอยู่ที่นั่นจนถึงอายุ 18 ซึ่งฉันใช้เวลาว่างทั้งในช่วงเรียนและในวันหยุดมาทำกิจกรรมกับ National Youth Music Theatre โดยที่ผลการเรียนส่วนใหญ่ก็ยังเป็นที่น่าพอใจค่ะ ฉันได้เกรด A หลายวิชา ทั้งวิชาในระบบและวิชาร้องเพลงคลาสสิค ดังนั้นในช่วงที่ฉันเรียนจึงเป็นช่วงที่หนักมาก เพราะต้องเรียนทั้งด้านวิชาการ และฝึกซ้อมการร้องและเต้นไปด้วย แต่ก็คงเป็นหนทางเดียวถ้าคุณอยากจะทำทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน

คนส่วนใหญ่มักจะเลือกด้านใดด้านหนึ่งไปเลย ตอนอายุ 16 แม่ฉันเห็นผลการเรียนที่ได้เกรด A ก็บอกว่าในเมื่อลูกเรียนวิชาการได้ดีก็น่าจะเรียนไปด้วย เพราะถ้าเลือกมาทางด้านเต้นอย่างเดียว แล้ววันหนึ่งเกิดหกล้มขาหักขึ้นมาก็จะลำบาก เพราะไม่มีความรู้อื่นติดตัว

ฉะนั้นช่วงเวลาที่ผ่านมาตลอดนี้ ฉันจึงต้องทุ่มเทมากๆ ทั้งการเรียนด้านวิชาการและการเต้น แต่ก็คิดว่าแรงกายแรงใจและเวลาที่ลงทุนไปกำลังให้ผลตอบแทนแล้วค่ะ (หัวเราะ)

มากรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก
ค่ะ ที่จริง ฉันยังไม่เคยเดินทางไปที่ไหนเลย ฉันเพิ่งจะอายุ 19 และที่จริงนี่ก็เป็นงานแรกในระดับ professional ที่ฉันได้ทำ โชว์บนเวทีล่าสุดก่อนที่จะมาร่วมงานกับ Mamma Mia คือโชว์ของโรงเรียนเรื่อง Copacabana ซึ่งฉันรับบทเป็น Lola ในโชว์นั้นมีตัวแทนจากเอเจ้นท์ 2 แห่งมาชมและคัดเลือกนักแสดงด้วย ฉันรู้สึกประหม่ามาก คิดไม่ตกว่าถ้าเกิดได้รับคัดเลือกฉันจะตัดสินใจอย่างไร จะเรียนต่อมหาวิทยาลัยเลยในทันที หรือจะหยุดเพื่อมาทำงานแสดงก่อน ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจเลือกเซ็นสัญญากับเอเจนท์หนึ่งในนั้น เขามีหน้าที่บอกให้ฉันไปออดิชั่น (คัดเลือกนักแสดง) ในงานต่างๆ ทั้งทีวี ละครเวที ละครเพลง ภาพยนตร์ ฯลฯ ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์และช่วยเหลือฉันได้มากค่ะ

ก่อนที่จะได้งานนี้ ฉันอาศัยอยู่ที่เดวอน (Devon) แต่ต้องมาที่ลอนดอนเพื่อออดิชั่น 40-50 ครั้งในโชว์ต่างๆ กัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ ถ้าคุณออดิชั่นหนึ่งครั้งสำหรับหนึ่งโชว์ มันก็โอเค แต่ถ้าคุณเข้ารอบสุดท้าย คุณต้องออดิชั่น 6 รอบสำหรับโชว์เดียว และแต่ละครั้งคนคัดเลือกเขาก็จะให้คุณเปลี่ยนเพลง เปลี่ยนสคริปท์ไปเรื่อยๆ บางครั้งฉันต้องออดิชั่นสองเรื่องในวันเดียวกัน ซึ่งบางทีคุณก็มีเวลาแค่คืนสองคืนในการเตรียมตัวก่อนไปออดิชั่นค่ะ

อย่างครั้งหนึ่งฉันไปออดิชั่นในบท Christine เรื่อง The Phantom of the Opera ซึ่งฉันต้องเตรียมเพลงทั้งหมดของ Christine ไว้ใช่มั้ยคะ แต่ในช่วงเดียวกันฉันก็ยังมีออดิชั่นละครใบ้อีกเรื่องด้วย ซึ่งก็ต้องเตรียมตัวเช่นกัน หรืออย่างเรื่อง Mamma Mia นี้ ฉันต้องไปออดิชั่นทั้งหมด 7 ครั้ง มีคืนหนึ่งขณะที่ฉันกำลังเดินทางกลับไปเดวอน พวกเขาโทรมาหาฉันและถามว่า พรุ่งนี้มาออดิชั่นรอบสุดท้ายตอนบ่ายได้ไหม ฉันรู้สึกแฮปปี้มากก็จริงค่ะ แต่ตอนนั้นมันสองทุ่มแล้ว และเพิ่งจะเดินทางไปได้แค่ครึ่งทาง (หัวเราะ) พอวันรุ่งขึ้นฉันก็นั่งรถกลับมาลอนดอนเพื่อเล่นบทโซฟี (นักแสดงแทน) แล้วก็ได้มาที่กรุงเทพฯ นี่ล่ะค่ะ

ความตื่นเต้นกับโชว์ครั้งแรก
ชอบค่ะ มันเจ๋งมาก การแสดงบนเวทีคุณต้องปล่อยทุกอย่างออกไปทั้งหมด ทำแค่ครึ่งๆ กลางๆ ไม่ได้ คุณต้องเคลื่อนไหวแบบเด็ดขาด ต้องยืนในท่าที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถร้องและเต้นได้ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งผลตอบรับจากผู้ชมคือทุกคนส่งเสียงกรี๊ดรับ ทุกคนเต้นและร้องตาม ฉันถึงกับขนลุก นี่คือความตื่นเต้นที่ฉันชอบ เป็นความรู้สึกที่เยี่ยมมาก ถึงมันจะผ่านมาแล้ว 9 เดือน ก็ยังรู้สึกแบบนี้อยู่

ที่สำคัญ ทีมงานที่ฉันทำงานด้วยทุกคนเยี่ยมมาก เราอยู่ด้วยกันทำอะไรด้วยกันตลอด ทุกคนดีต่อกันมาตลอด 9 เดือน อย่างวันเกิดของใครคนหนึ่งในทีมงาน ทุกคนก็จะมากันหมด นับตั้งแต่ผู้กำกับ ฝ่ายเวที ฝ่ายเสียง แสง วงดนตรี ฯลฯ ทีมของเราได้ไปเล่นในหลายๆ ประเทศ เราตื่นขึ้นมาในโรงแรมใหม่ นั่งรถไปในที่ใหม่ๆ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้สร้างความตื่นเต้นให้ฉันเสมอ ถึงโชว์จะไม่เปลี่ยนแต่สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนค่ะ ถ้าคุณโชว์ในลอนดอน ทำสัญญาเป็นเวลา 1 ปี ทั้งโชว์และสิ่งแวดล้อมมันเหมือนเดิมตลอด

Cordia2

อุปสรรคของอาชีพนักแสดง
อุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือ “การถูกปฏิเสธ” และถ้าคุณยอมรับการถูกปฏิเสธไม่ได้ก็อย่าทำงานนี้เลย โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องไปออดิชั่น 8 รอบแล้วผลที่ออกมาคือการถูกปฏิเสธและคุณรับไม่ได้ คุณแย่แน่

วิธีรับมือกับการถูกปฏิเสธ
มีทัศนคติแบบ “มองไปข้างหน้า นี่แหละชีวิต” บททุกบทไม่ได้เขียนมาเพื่อคุณคนเดียว เพราะถ้าทุกบทมันเป็นคุณไปหมด โชว์ทุกโชว์ในโลกก็คงจะเหมือนๆ กันนะคะ บางทีในอีก 10-20 ปี บทๆ นั้นอาจจะเป็นของคุณก็ได้ แต่ถ้าคุณไม่ได้มันตอนนี้ คุณก็ต้องมองหาเรื่องหรือบทอื่นๆ ต่อไปทันที

จะรักษาทัศนคติแบบนี้ไว้ได้อย่างไร
ฉันคิดว่าเป็นเรื่องยากเหมือนกัน แต่สำหรับฉันส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะฉันได้ผ่านมาแล้วหลายออดิชั่น ได้ใช้ชีวิตในโรงเรียนประจำตั้งแต่อายุ 11 ดังนั้น ฉันจึงต้องเติบโต ต้องรู้จักดูแลตัวเอง หลายคนบอกว่าฉันเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ มันกลายเป็นบุคลิกภาพของฉันไปเลยค่ะ

นอกจากนั้น แม่ก็มีส่วนสำคัญในชีวิตฉันมาก แม่จะคอยอยู่ข้างๆ เสมอเวลาที่ฉันฝึกซ้อม หรืออยู่รอเวลาเรียนเต้นเสร็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันรู้สึกซาบซึ้งมาก ส่วนพี่ชายฉันก็เป็นนักแสดงมืออาชีพเหมือนกัน พี่สาวฉันแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ทุกคนในครอบครัวได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ฉันจึงมุ่งมั่นต่อสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ ณ ปัจจุบัน รักสิ่งที่ทำ เชื่อสิ่งที่ทำ

จัดการกับตารางชีวิตที่แน่นเอี้ยด
คุณต้องเรียนรู้ที่จะแยกงานออกจากส่วนที่เหลือในชีวิตของคุณ เมื่อหมดเวลางาน นั่นก็คือสิ้นสุดการทำงานตรงนั้น งานไม่ได้ทำให้เราเป็นใครคนใดคนหนึ่ง สำหรับงานของฉัน 6 โมงเย็นเป็นเวลารวมตัว วอร์มอัพครึ่งชั่วโมง พอ 6 โมงครึ่งแต่งหน้า แต่งตัว ทุ่มครึ่งเริ่มแสดง สี่ทุ่มครึ่งการแสดงจบก็คือจบ “คุณปิดประตูทุกบานเมื่อคุณออกมาจากโรงละคร”

คุณสมบัติที่จำเป็นที่สุดที่นักแสดงต้องมี
เชื่อมั่นในตัวเอง หากคุณไม่เชื่อมั่นในตัวเอง คุณก็จะคิดอะไรมากจนเกินไป และคุณก็จะไปไม่ถึงที่ที่ควรจะไปถึง

นักแสดงในดวงใจ
Idina Manzel ค่ะ เธอเป็นนักแสดงละครเวทีใน
West End ที่แสดงเรื่อง Wicked, แสดงภาพยนตร์เรื่อง Rent และก็เรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่อง เสียงของเธอเยี่ยมมาก

ละครเพลงที่ชอบที่สุด
The Wild Party ค่ะ ดนตรีเยี่ยมมากๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคน 2 คู่ ที่กำลังมีปัญหาและกำลังจะจัดงานปาร์ตี้ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นความสับสนอลหม่านและจบลงด้วยโศกนาฏกรรม

ฝากถึงนักแสดงรุ่นเยาว์
อย่าท้อถอย อย่าปล่อยให้ใครหรืออะไรมาทำให้คุณท้อแท้ ไม่ว่าใครจะว่าอะไรก็ตาม จงเดินตามความฝันของคุณต่อไป และจงหมั่นฝึกฝนตัวเองให้หนัก อย่างที่ฉันได้พิสูจน์ให้ทั้งตัวเองและหลายๆ คนเห็นแล้วในวันนี้

เครดิตรูป:
http://images.broadwayworld.com/columnpic2/mammaw.jpg

Tags: designer, music

« Back to Result

  • Published Date: 2009-10-16
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป