Creative Knowledge

« Back to Result | List

Design Icon: นาโอโตะ ฟูกาซาว่า (Naoto Fukasawa)

เรียบเรียง: ณัฏฐินี กาญจนาภรณ์

naoto-fukasawa.jpg

"ปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการออกแบบคือผลิตภัณฑ์ที่มากมายหลายหลาก และจำนวนนักออกแบบที่ล้นโลก"

Naoto Fukasawa เกิดเมื่อปีค.ศ. 1956 ในประเทศญี่ปุ่น เขาเชื่อมั่นในงานออกแบบที่มาจากความรู้สึกและสัญชาตญาณ ผลงานของเขายึดถือแนวทางการออกแบบเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ง่ายต่อการใช้งาน เขาทำให้คนทั่วไปรู้ถึงยี่ห้อสินค้าได้ โดยที่สินค้านั้นไม่ต้องมีภาพสัญลักษณ์หรือโลโก้ติดอยู่เลย

Fukasawa เป็นผู้ออกแบบ Muji CD Player (1999) ซึ่งเป็นเครื่องเล่น CD ที่คนทั่วไปมักรู้สึกว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ทั่วไป (ทั้งๆ ที่มันเป็นผลงานออกแบบที่เกิดขึ้นใหม่) CD Player นี้มีข้อดีที่ความง่ายต่อการใช้งาน ผู้ใช้แทบไม่ต้องคิดเลยว่าจะใช้มันอย่างไร เขาออกแบบมันโดยอ้างอิงจากไอเดียของพัดลมแขวนผนัง ที่ใช้งานด้วยการดึงเชือกเพื่อเปิดและปิด Fukasawa มองว่า วิธีการเปิดและปิดแบบดึงเชือกนี้ เป็นการใช้งานผ่านสัญชาตญาณและเป็นสิ่งที่เข้าใจง่ายมากๆ ซึ่งนั่นเองทำให้เครื่องเล่น CD ของ Muji เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำหน่ายได้โดยไม่ต้องมีคู่มือการใช้งาน เพราะมันง่ายชนิดที่ว่า "แค่มองก็รู้แล้วว่าต้องใช้ยังไง"

นอกจากนั้น Fukasawa ยังให้ความสำคัญกับเรื่องความทรงจำที่เกิดจากการสัมผัสเป็นที่สุด แนวทางการออกแบบของเขาเกี่ยวข้องอย่างมากกับสัญชาตญาณด้านการสัมผัส-จับต้องของมนุษย์ และมุ่งมั่นสร้างยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวความคิดนี้

Fukasawa เชื่อว่า คนทั่วไปจะสามารถจดจำยี่ห้อของผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันได้ จากความคุ้นเคยในการจับต้องสิ่งของนั้นๆ ตัวอย่างเช่น งานออกแบบตราประทับแบบไม่ต้องเติมหมึกยี่ห้อ Shachihata (2005) ซึ่งเขาตั้งใจออกแบบมันให้ใช้ง่ายและไม่ก่อให้เกิดความสับสน ตราประทับดังกล่าวมีเอกลักษณ์ที่ด้ามจับตัวพิมพ์ ที่มีส่วนเว้าเพื่อบอกถึงข้อความและทิศทางของข้อความ ผู้ใช้จึงสามารถปรับตราได้อย่างถูกต้องโดยที่ข้อความไม่กลับหัว

แนวคิดและผลงานการออกแบบของ Fukasawa เป็นแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบอื่นๆ มากมายในเวลาต่อมา ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มนักออกแบบ Apple PowerBook 100 (1993) ที่ได้อ้างอิงถึงแนวคิดการออกแบบของ Fukasawa ว่าเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาผลิตคอมพิวเตอร์แบบพกพา ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและมีการใช้งานที่ง่ายแสนง่าย

Fukasawa จบการศึกษาจาก Tama Art University กรุงโตเกียว เขาเริ่มทำงานที่บริษัท Seiko ในฝ่ายวิจัยและออกแบบ โดยหลังจากที่ออกแบบนาฬิกาและเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กอยู่นาน 8 ปี เขาก็ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่ San Francisco สหรัฐอเมริกา ที่นั่น Fukasawa ทำงานในบริษัทออกแบบชื่อ ID TWO (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น IDEO) บรรยากาศการทำงานที่ IDEO ทำให้เขามีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ร่วมงานคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาในสำนักงาน หรือในวงสนทนาของคนสูบบุหรี่ ต่อมา Fukasawa ก็เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทสาขาของ IDEO ขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยหลังจากทำงานให้ IDEO Japan อยู่ราว 7 ปี เขาก็แยกตัวออกมาตั้งบรษัทของตัวเอง ใช้ชื่อว่า Naoto Fukasawa Design

นอกจากนั้น Fukasawa ยังได้ตั้งบริษัท ±0 (Plus Minus Zero) ขึ้นอีกในปี 2003 เพื่อทำงานออกแบบและจำหน่ายเครื่องใช้ในบ้านโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Plus Minus Zero กลั่นกรองออกมาจากแนวคิดออกแบบของ Fukasawa คือ "ไม่มาก และ ไม่น้อยจนเกินไป" และได้รับรางวัลงานออกแบบดีเด่นหลายชิ้น รวมทั้งได้รับคัดเลือกให้ไปแสดงในพิพิธภัณฑ์ด้านการออกแบบและศิลปะหลายแห่งทั่วโลก

เครดิตภาพ:
http://www.dailyicon.net/2008/05/monograph-naoto-fukasawa/

« Back to Result

  • Published Date: 2009-09-15
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป