Articles

« Back to Result | List

“Design ไป บ่นไป” Design Pod เลือดไทยแท้ เพื่อสังคมนักออกแบบ

designpaibonpai1.jpg

TCDCCONNECT พูดคุยกับคุณวีร์ วีรพร อาจารย์พิเศษคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และกราฟฟิกดีไซเนอร์แห่งบริษัท conscious เขาคือเจ้าของและผู้ริเริ่มทำเว็บ 'Design ไป บ่นไป' Podcast ด้านดีไซน์แห่งแรกของเมืองไทย

ทำเว็บ "Design ไป บ่นไป" ขึ้นเพื่อ?
มีคำตอบทั้งแบบที่เท่และไม่เท่ แบบไม่เท่ก็คือ ผมหาคนคุยด้วย เพราะทุกวันนี้ผมต้องทำอย่างอื่นนอกเหนือจากการเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์ด้วย เลยรู้สึกว่า อยากคุยกับเพื่อนร่วมอาชีพดีไซน์ให้มากกว่านี้ ผมเคยได้รับเชิญไปนั่งคุยใน
งานโปสเตอร์ดีไซน์ของคุณสันติ ลอรัชวี เมื่อปลายปีที่แล้ว รู้สึกว่าคุยแบบนี้สนุกดี เลยอยากทำอะไรที่ตัวเองก็สนุกและคนอื่นได้ประโยชน์ด้วย ส่วนคำตอบเท่ๆ ก็คืออยากเห็นกิจกรรมคึกคักในแวดวง อยากให้มีสื่อเฉพาะทางที่เป็นพื้นที่ให้คนที่มีความคิดน่าสนใจมานั่งคุยกันครับ

อยากสร้างชุมชน?
ในแวดวงออกแบบมีคนเยอะมาก แต่ไม่ค่อยมีพื้นที่ให้คุยกันหรือคุยกันแล้วไม่ได้เอามาเผยแพร่ ทั้งๆ ที่แค่นั่งคุยกันในออฟฟิศหลายครั้งรู้สึกว่ามีประโยชน์มาก หรือบางครั้งเราไปเจอใครหรือประเด็นอะไรที่รู้สึกว่าไม่น่าจะปล่อยให้มันสูญเปล่า น่าจะเผยแพร่โดยวิธีใดๆ ก็ได้ โดยที่คนเผยแพร่ลงทุนแรงและเวลาน้อยที่สุด

ทำไมถึงเลือก podcast เป็นเครื่องมือ
หนึ่งคือ มีประสบการณ์อยู่แล้ว สอง ไม่ต้องลงทุนเรื่องแรงและเวลามากมาย แทบทุกคลิปไม่ได้มีการตัดต่อ เราก็เอาขึ้นเว็บเลย ตราบใดที่ไม่มีรายได้อะไรจากตรงนี้ เราก็หาวิธีที่เผยแพร่ที่ง่ายที่สุด ข้อดีของ podcast อีกอย่างก็คือ ขณะที่เราฟังไปเราสามารถทำอย่างอื่นร่วมด้วยไปได้ ถ้าทำเป็นหนังสือให้คนอ่านมันก็ลำบาก ถ้าถ่ายเป็นวีดีโอแล้วมีกล้องตัวเดียว ไม่มีการตัดต่อมันก็ไม่น่าดู เลยคิดว่าทำอย่างไรให้คนรับเราง่ายที่สุด โดยที่เราเหนื่อยน้อยที่สุดครับ

ดีไซเนอร์จะได้อะไรจากสิ่งที่คุณทำ
แรงบันดาลใจ ที่เห็นได้ชัดเจนคือ กลุ่มคนฟังจะเป็นนักศึกษา ใครที่เคยเรียนหนังสือกับใครแล้วติดใจก็จะตามมาฟัง ซึ่งผมว่า มีประโยชน์ดี ผมว่า คนที่ทำงานร่วมอาชีพมาแสดงความเห็นได้ รู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อน ไม่โดดเดี่ยวจนเกินไปนัก ผมอยากให้ชุมชนนักออกแบบรู้สึกว่า เขามีสื่อเฉพาะกลุ่มของตัวเอง อย่างนิตยสารยังมีหลายหัวทั้งแต่งรถ พระเครื่อง เรื่องแปลก ตกปลา แต่นิตยสารเกี่ยวกับการออกแบบของเมืองไทยยังไม่ได้มีมาก เลยคิดว่า เราทำอีกซักสื่อขึ้นมาก็น่าจะช่วยให้คนที่อยู่ในแวดวงนี้รู้สึกว่ามีอะไรมากขึ้น หรืออย่างถ้าเราดูของต่างประเทศ podcast เขาจะมีแทบทุกหัวข้อ ไม่ว่าจะเป็นภาษา วัฒนธรรม คอมพิวเตอร์ กีฬา ศิลปะ สุขภาพ ศาสนา ฯลฯ

บทบาทของ "เทคโนโลยี" กับการออกแบบในปัจจุบัน
อย่าไปจำกัดความคำว่า "เทคโนโลยี" เฉพาะเรื่องของคอมพิวเตอร์นะ ลองมองย้อนไปในอดีตสิ เราอาจจะรวมถึงเรื่องกรรมวิธีการผลิตแบบใหม่ การใช้วัสดุแบบใหม่ อะไรพวกนี้ด้วย เทคโนโลยีมันมาขยายขอบเขตการสร้างสรรค์งานออกแบบอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเรื่อยมาจนถึงยุคคอมพิวเตอร์ เราสามารถสร้างฟอร์มที่มันไม่เคยเป็นไปได้ เราทำงานได้เร็วขึ้น ฯลฯ

แต่ว่าสิ่งที่ตามมาโดยเฉพาะกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ก็คือ ความไม่พอดีระหว่างการใช้รูปแบบ (presentation) กับตัวเนื้อหา (content) พอคอมพิวเตอร์บูมคนเราก็มักจะตื่นเต้นไปกับรูปแบบมากกว่าเนื้อหา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่จำเป็นจะต้องไปต่อต้าน เพราะมันก็ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา มันอยู่ที่ว่า ถ้าเนื้อหาคุณดีพอ แล้วคุณใช้รูปแบบที่ดีประกอบเข้าไปด้วย มันก็ยิ่งน่าสนใจมากขึ้น อย่างนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่าที่อาจจะถูกเล่ามาแล้วเป็นร้อยเป็นพันครั้ง สมัยก่อนอาจจะเป็นหนังสือการ์ตูน เป็นอันนิเมชั่นวาดมือ สมัยนี้ก็คงเป็น CG 3D อลังการ ผมว่าเทคนิคช่วยให้น่าสนใจ แต่ตัวงานจะอยู่รอดได้ดีจริงหรือเปล่าก็อยู่ที่เนื้อหาครับ

ถ้าวันหนึ่งเกิดไม่มีคอมพิวเตอร์ขึ้นมา จะทำงานออกแบบอย่างไร
ผมว่าไม่ใช่ปัญหานะ เพราะสมัยก่อนเราก็ไม่มีคอมพิวเตอร์ เราก็มีงานดีๆ มีสถาปัตยกรรมระดับโลก มีงานออกแบบที่เป็นตำนานเกิดขึ้นได้มากมาย เพียงแต่ว่าถ้าอยู่ดีๆ เกิดไม่มีคอมพิวเตอร์ โลกอาจจะหมุนช้าลง อาจจะมีการผลิตงานน้อยลง และอาจจะเป็นงาน craftbased มากขึ้น แต่ผมว่าก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร บางที ตอนนี้โลกเราอาจจะต้องการ slowdown แล้วกลับมามองอะไรให้มันช้าๆ ลึกๆ ลงหน่อยก็ได้

นักศึกษาสมัยนี้ เขาสนใจเนื้อหาหรือรูปแบบมากกว่ากัน
อย่างเวลาดูงาน thesis ผมว่า มีทั้งคนที่เน้นเนื้อหาและคนที่เน้นรูปแบบ ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่า ถ้าบางทีเนื้อหามันไม่น่าสนใจนัก ก็ไปอัดที่รูปแบบเถอะ แต่ถ้าเนื้อหาดี แต่รูปแบบไม่ค่อยเตะตา อันนี้ก็ต้องชั่งน้ำหนักดู

"Design ไป บ่นไป" ได้รับการตอบรับอย่างไรบ้าง
ตั้งแต่เปิดมาเมื่อปลายเดือนเมษายน มีคนเข้าเป็นหลักพันครับ ใน facebook ก็มีสมาชิกที่เป็นนักศึกษาอยู่อีกหลายร้อย ตอนนี้เวลาเจอใครที่เขาเคยดูก็จะได้รับ feedback ค่อนข้างดี แต่คนที่ไม่เห็นด้วยแล้ว feedback แรงๆ ก็มี

ไม่เห็นด้วยเรื่อง?
ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คนบางคนพูด แล้วเราไม่ได้แสดงความเห็นที่แตกต่าง เราคล้อยตามไป เขาบอกว่าน่าจะมีการโต้กันให้หลายมุมมากขึ้น ซึ่งผมรู้สึกดีใจกับคอมเม้นท์แบบนี้นะ เพราะนั่นแปลว่า เขาตั้งใจฟังและคิดตาม แต่เท่าที่ผ่านมาก็มีคอมเม้นท์ที่ไม่เห็นด้วยแค่ 2 ราย ไม่แน่ใจว่าเพราะคนไทยเราไม่ชอบแสดงความคิดเห็นขัดแย้งหรือเปล่า ซึ่ง 1 ใน 2 รายก็ไม่เปิดเผยตัวด้วย ผมอยากให้คุยกันตรงๆ เพราะเป็นเรื่องที่คุยกันได้ ผมว่าบางทีคนไทยยังไม่ค่อยใช้อินเตอร์เน็ตเถียงกันด้วยเหตุผลเท่าไร (โดยปราศจากอารมณ์) ถ้าทำได้น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่านี้

คุณมีปฏิกิริยาตอบเขาอย่างไร
ผมอีเมล์ตอบไป บอกว่าให้มาลงใน discussion board ใน facebook จะได้เป็นประโยชน์หรือจะคอมเม้นท์บนตัวเว็บโดยตรงก็ได้ แต่ตอนหลังเขาเปลี่ยนใจไปลบคอมเม้นท์ออก ซึ่งผมว่าบางทีเราเกรงใจกันมากไปหน่อย ส่วนอีกคนผมก็อีเมล์แจ้งผู้ร่วมสนทนาเจ้าของเรื่อง แล้วให้มาโต้ตอบชี้แจงกันในหน้าเว็บ

designpaibonpai.jpg

โปรโมทเว็บนี้อย่างไร
ปากต่อปาก เริ่มจากพวกนักศึกษาและเพื่อนร่วมอาชีพทั้งหลาย แล้วอีเมล์ส่งข่าวไปตามเว็บต่างๆ พอเว็บขึ้นแล้ว เราก็จะตามดูว่าใครลงให้เราแล้วก็ตามไปขอบคุณให้ครบ ขยายไปเรื่อยๆ อีกสักพักถ้ามีคอมเม้นท์มากกว่านี้ก็คงหาวิธีโปรโมตอย่างอื่นด้วย อย่างตอนนี้ก็ว่าจะทำโปสเตอร์ไปติดตามสถานศึกษาบ้าง

จุดดึงดูดให้คนเข้าเว็บใดเว็บหนึ่งเป็นประจำ
หนึ่งคือ content ถ้ามีเรื่องที่คนสนใจ ณ เวลานั้น ยังไงก็ต้องมา สองคือวิธีการนำเสนอ ต่อด้วย usability บางทีเราเจอเว็บที่เนื้อหาน่าอ่าน แต่เข้าไปแล้วโหลดช้า เมนูงง เราก็จะเบื่อง่าย สี่คือ community บางเว็บเราเข้าไปเพราะคนที่อยู่ในนั้น ถ้าเราเห็นเว็บดังๆ เราก็จะเห็นสัดส่วนในแต่ละข้อแตกต่างกันไป

ในฐานะดีไซเนอร์ สื่อ/เว็บไซต์ที่คุณบริโภคประจำ
ผมติด facebook ครับ เพราะมีดีไซน์เนอร์ที่เขามีเพจและมีกลุ่มแฟนของตัวเองในนั้น ทำให้เราตามข่าวได้ง่าย ถ้าทางการหน่อยก็เป็น
http://www.designobserver.com/ ค่อนข้างเป็นวิชาการหน่อย และก็เข้าบล็อกของ design studio ต่างๆ

วงการดีไซน์ในอุดมคติของคุณ
อยากเห็นชุมชนทางวิชาชีพที่เข้มแข็งและมีบทบาทในสังคมที่ชัดเจน อย่างที่หมอได้รับความไว้วางใจให้รักษาคน ทนายได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ช่วยในเรื่องกฏหมาย และอีกหลายอาชีพที่สนองอะไรบางอย่างให้สังคม นักออกแบบทุกสายก็น่าจะได้รับความไว้วางใจ-ความเคารพในเรื่องนั้นๆ เหมือนที่สถาปนิกได้รับความเชื่อใจเรื่องสร้างบ้าน กราฟิกดีไซเนอร์ก็น่าจะได้รับความวางใจในการดูแลภาพลักษณ์ขององค์กร เป็นต้น

ความเข้มแข็งของชุมชนโลกไซเบอร์ของไทย
เข้มแข็งครับ แต่มักจะไปในทางไม่ค่อยดี เช่น แจก-โหลดเพลงเถื่อน บางเว็บอาจจะมีมีทติ้งแล้วร่วมกันทำการกุศล แต่ยังกระจัดกระจายไม่ชัดเจน ผมว่าถ้าเราเริ่มจากการมีเจตนาดี อาจจะก่อให้เกิดโมเมนตัมนำพาเราไปสู่สิ่งที่ดีได้

ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในเมืองไทย
การแข่งขันด้วยทรัพยากร กำลังการผลิต หรือค่าแรง มันมีขีดกำจัด แต่การแข่งขันด้วยทรัพย์สินทางปัญญามันไม่มีขีดจำกัด เราต้องยอมรับว่าทุกอย่างที่เราเห็นไม่ใช่แค่ end product ที่เราก๊อปปี้ได้ ถ้ามองอย่างนั้นแปลว่าเราไม่เห็นคุณค่าและต้นทุนในกระบวนการ พอไม่เห็น เราก็ละเมิดไปเรื่อยๆ มันเป็นการฆ่าตัวตายในแง่ที่ว่า เราไม่ยอมรับความเปลี่ยนไปของโลก โดยเฉพาะในเมืองไทย เมื่อเราละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาคนไทยด้วยกันเอง สุดท้ายเราก็ไม่มีอะไรไปแข่งกับใคร

"ความคิดสร้างสรรค์" จะช่วยชาติไทยให้พ้นวิกฤตได้หรือไม่
คงไม่ใช่แค่เรื่องการออกแบบหรือประดิษฐ์อะไรอย่างเดียว แต่เป็นความคิดสร้างสรรค์ในการทำมาหากิน การเพิ่มคุณค่ากับ
สิ่งที่ตัวเองทำ การหาวิธีอยู่ร่วมกันอย่างราบรื่น ผมชอบนิทรรศการของ TCDC อย่างหนึ่งตรงที่เขาหยิบเอาอะไรพื้นๆ มาคิดต่อ อย่างเช่น จะพลิกหมูปิ้งทีละยี่สิบไม้หรือเปล่า? ความคิดสร้างสรรค์น่าจะช่วยสร้างอะไรดีๆ ขึ้นมาได้ ส่วนเรื่องจะพ้นวิกฤตหรือไม่นั้น มันมีปัจจัยอื่นๆ อีกเยอะครับ

จับประเด็นเด่นกับวีร์ วีรพร
เว็บไซต์ที่จะประสบความสำเร็จต้องประกอบด้วย
1. เนื้อหาดี
2. รูปแบบน่าสนใจ
3. ใช้ง่าย
4. มีชุมชนอยู่ในพื้นที่

« Back to Result

  • Published Date: 2009-09-16
  • Resource: www.tcdcconnect.com