Creative Knowledge

« Back to Result | List

Design Icon: มอริซิโอ คาตตาลัน (Maurizio Cattelan)

pic_maurizio-cattelan.jpg

"ทุกวันนี้เราเห็นความรุนแรงในโทรทัศน์ มากกว่าในงานศิลปะหลายเท่าตัว"

Maurizio Cattelan เกิดเมื่อปี ค.ศ.1960 ในประเทศอิตาลี ผลงานศิลปะหลายชิ้นของเขาเกิดขึ้นภายนอกบริบทของหอศิลป์ และมักก่อให้เกิดประเด็นการโต้แย้งที่รุนแรงเสมอ

ในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 2004 Cattelan สร้างงานศิลปะรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้ง เป็นรูปเด็กที่มีตาโตเหลือกถลนขนาดเท่าจริงสามตัว โดยเขานำเอารูปปั้นทั้งสามไปแขวนไว้บนต้นไม้ในจัตุรัสแห่งหนึ่งใจกลางเมืองมิลาน นายกเทศมนตรีเมืองมิลานได้ยกย่องผลงานของเขาในครั้งนั้นว่า เป็นตัวอย่างที่ดีของการไม่คล้อยตามแบบแผนของศิลปินคนอื่น

แต่ปัญหาเกิดขึ้น เมื่อมีเด็กชายคนหนึ่งเดินผ่านผลงานดังกล่าวแล้วตกใจมากถึงกับช็อค ลุงของเด็กชายคนนี้จึงโกรธแค้นและทำลายงานศิลปะของเขาจนพังย่อยยับ ในเมืองมิลานมีกลุ่มผู้สนันสนุนลุงของเด็กชายคนนี้อยู่มาก คนเหล่านั้นประณาม Cattelan ว่าเป็นพวกฟุ้งซ่านที่น่าสะอิดสะเอียน

อย่างไรก็ตาม Cattelan ยังคงยืนกรานต่อสู้เพื่อปรัชญาศิลปะของตนเอง เขากล่าวว่า งานหุ่นขี้ผึ้งเด็กตาโตนี้เป็นการอ้างอิงถึงความบอบช้ำทางจิตใจ และฝันร้ายที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก และในความเป็นจริง คนเราเห็นความรุนแรงในโทรทัศน์มากกว่าในงานศิลปะของเขาหลายเท่าตัว

ถ้ามองอย่างผิวเผิน เหตุการณ์นี้ก็คงเป็นการเข้าใจผิดกันเพียงครั้งเดียว แต่หากเราได้วิเคราะห์ผลงานของ Cattelan อย่างละเอียดแล้วจะพบว่า ผลงานศิลปะของเขามักทำให้เกิดการตีความที่นำไปสู่ความเข้าใจผิดเสมอ ตัวอย่างผลงานชิ้นสำคัญๆ ของเขาได้แก่ La Nona Ora หรือ The Ninth Hour (1999) ที่เป็นรูปปั้นพระสันตปาปา John Paul ที่ 2 ขนาดเท่าตัวจริงนอนอยู่บนพื้นและมีสะเก็ดดาวตกทับอยู่บนตัว ผลงานชื่อ Him (2001) ที่เป็นรูปปั้น Hitler ขนาดย่อส่วนนั่งคุกเข่าสวดอ้อนวอน และผลงานอีกชิ้นที่ Cattelan นำเอาเทปกาวเหนียวๆ มาพันรอบร่างกายของตัวแทนจำหน่ายงานศิลปะของเขา จากนั้นก็ยกขึ้นติดผนัง เพื่อสื่อว่านั่นคืองานศิลปะชิ้นหนึ่งเช่นกัน

นักวิจารณ์งานศิลปะต่างก็ตีความหมายในผลงานของ Cattelan ว่า เป็นงานศิลปะที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับระบบอำนาจในสังคม แต่ในมุมมองของประชาชนทั่วไปแล้ว ผลงานของ Cattelan ก่อให้เกิดคำถามว่าที่ว่า นั่นใช่งานศิลปะจริงหรือ?

การโต้แย้งส่วนใหญ่เกี่ยวกับงานศิลปะของ Cattelan นั้นไม่แตกต่างจากข้อวิภาควิจารณ์ในผลงานชื่อ Fountain (1917) ของ Marcel Duchamp เลย (ในครั้งนั้น Duchamp ถูกวิจารณ์อย่างหนักทั้งในแง่ดีและไม่ดี เมื่อเขานำเอาโถปัสสาวะชายมานำเสนอเป็นงานศิลปะ) ที่ Cattelan เองถูกวิจารณ์ในทำนองเดียวกัน ก็เพราะว่า วิธีการนำเสนองานศิลปะของเขา ช่างไปรบกวนความปกติสุขของสาธารณะชนเสียเหลือเกิน

หลังจากที่มีการโยกย้ายรูปปั้นเด็กตาโตออกจากต้นไม้ในเมืองมิลานแล้ว บริเวณใต้ต้นไม้นั้นได้กลายเป็นพื้นที่สำหรับใช้ในการโต้เถียงกัน ระหว่างเรื่องงานศิลปะกับโลกของความเป็นจริง และงานศิลปะที่พยายามโต้ตอบกับความก้าวร้าวในสังคม

ปัจจุบันผลงานของ Cattelan เป็นที่นิยมมากในกลุ่มนักสะสมงานศิลปะ บางชิ้นมีราคาสูงหลายล้านดอลล่าร์สหรัฐ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ผลงานของเขาก็ไม่วายที่จะถูกสาธารณะชนต่อต้านเรื่อยมา

รวบรวมโดย ณัฎฐิณี กาญจนาภรณ์



« Back to Result

  • Published Date: 2009-08-27
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป