Creative Knowledge

« Back to Result | List

Design Icon: ฮัมเบอโตและเฟอร์นันโด คัมปานา (Humberto and Fernando Campana)

เรียบเรียง : ณัฏฐินี กาญจนาภรณ์

humberto-and-fernando-campa.jpg

"เราสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนถึงความสง่างามของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะในด้านที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็น"

Humberto และ Ferdando Campana เกิดในประเทศบราซิล เมื่อปี ค.ศ.1953 และ 1961 ตามลำดับ ทั้งสองคือพี่น้องนักออกแบบชาวเมืองเซาเปาโล (Sao Paulo) ที่ทำงานภายใต้แนวคิด "ความงดงามในความสับสนวุ่นวาย"

สองพี่น้อง Campana ร่วมกันทำงานออกแบบผลิตภัณฑ์และเครื่องเรือนในปี ค.ศ.1983 สร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนถึงความสง่างามของสังคมมนุษย์ โดยเฉพาะในด้านที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็น ผลงานสร้างชื่อได้แก่ เก้าอี้ Favela Chair (1991) เป็นเก้าอี้ที่ทำจากเศษไม้ ติดกาวรวมกันแล้วทำผิวให้เรียบ พวกเขาออกแบบเก้าอี้นี้ขึ้นจากความประทับใจในความงามและความสร้างสรรค์ของกระท่อมเก่าผุพังในย่านสลัมของประเทศโปรตุเกส ต่อมาบริษัท Edra ได้นำเอาเก้าอี้ Favela Chair นี้มาผลิตเพื่อจำหน่ายในปี ค.ศ. 2003 และให้ชื่อเล่นไว้อย่างเก๋ไก๋ว่า "shanty town chic"

นอกจากนั้น สองพี่น้องคู่นี้ยังชอบทำงานสร้างสรรค์ในแนว "กวนโทสะ" พวกเขาออกแบบเครื่องประดับให้กับ H. Stern บริษัทเครื่องประดับที่มีชื่อเสียงในสังคมชั้นสูง ด้วยการนำรูปแบบของ "ท่อระบายน้ำ" จากสระว่ายน้ำ มาพิมพ์เป็นลวดลายไว้ในชุดเครื่องประดับ (ที่ทำจากเพชรและทองคำ 18 กะรัต) และ นำเอา "ประตูลิฟท์" มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเครื่องประดับอีกชุด โดยผสานวัสดุสแตนเลสเข้ากับเพชรราคาแพง

สองพี่น้อง Campana เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากผลงานออกแบบที่ชื่อว่า "The Uncomfortables" (1989) ซึ่งถือเป็นทั้งประติมากรรมและเครื่องเรือนในตัว โดยต้นแบบของผลงานชิ้นนี้ทำขึ้นด้วยมือทั้งหมด และวัสดุที่ใช้ก็มาจากสิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็นว่า เป็นขยะ ตัวอย่างผลงานสำคัญชิ้นอื่นๆ ของนักออกแบบคู่นี้ก็มีเช่น Vermelha Chair (1993), Anemone Chair (2001) และ Sushi Chair (2002) เป็นต้น โดย Vermelha chair (1993) เป็นเก้าอี้ที่ทำจากเชือกใยฝ้ายสีแดง นำมาพันรอบโครงสร้างที่เป็นสแตนเลส Anemone chair (2001) เป็นเก้าอี้ที่ทำจากท่อพลาสติกสำหรับรดน้ำต้นไม้ นำมาถักบนโครงสแตนเลสเพื่อให้เกิดเป็นที่นั่ง ส่วน Sushi chair (2002) นั้นเป็นเก้าอี้ที่ทำมาจากเศษผ้าเหลือใช้

ทั้งสองรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ในวันนี้วงการออกแบบยกย่องพวกเขาว่าเป็น "ภาพลักษณ์ของนักออกแบบชาวบราซิล" อย่างไรก็ดีกว่าที่ทั้งคู่จะประสบความสำเร็จในระดับนี้ พวกเขาก็ต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย ในอดีตนั้น ไม่มีบริษัทไหนเห็นด้วยกับแนวทางการออกแบบของพวกเขา และไม่มีใครยอมผลิตเก้าอี้ที่พวกเขาออกแบบเลย จนกระทั่งมาเจอกับบริษัท Edra ที่มองเห็นศักยภาพของเก้าอี้เหล่านั้น และตัดสินใจนำมาผลิตเพื่อวางจำหน่าย

ในปัจจุบันสองพี่น้อง Campana ประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะนักออกแบบ พวกเขายังคงทำงานภายใต้แนวคิดเดิม นำเสนอผลงานเครื่องเรือนที่ออกแบบด้วยวิธีการง่ายๆ ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีอะไรมากมาย เป็นนักออกแบบที่ทำให้เราได้สัมผัสกับความงดงามที่มีอยู่โดยทั่วไป "อยู่ที่ว่าใครจะมองข้ามมันไปหรือไม่เท่านั้น"

เครดิตรูปภาพ:
http://www.designmuseum.org/design/fernando-humberto-campana
http://www.designboom.com/eng/interview/campana.html

« Back to Result

  • Published Date: 2009-08-27
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป