Creative Knowledge

« Back to Result | List

“หมดเวลาของห้องสีช็อกกิ้งพิงค์กับแชนเดอเลียร์หรู” ดีไซเนอร์เล่นกันมาพอแล้ว

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล

การออกแบบตอบรับกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างไร? สามนักออกแบบชั้นหัวกะทิ ฟิลิป สตาร์ค, เซอร์เทอเรนซ์ คอนราน และคริสตี้ อัลสอป ถกประเด็นถึงอนาคตของวงการออกแบบในโลกยุคประหยัด

3designer

+ บทบาทของนักออกแบบในวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตสิ่งแวดล้อม
ฟิลิป สตาร์ค ตอนนี้เราจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายใหม่ให้กับการออกแบบครับ อีก 30 ปีข้างหน้าเราค่อยมาพูดถึงเก้าอี้เท่ๆ หรือโคมไฟหรูๆ กัน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลา ในขณะที่ผมพูดอยู่นี้ยังมีคนตายเพราะขาดน้ำสะอาด ฉะนั้นผมว่า เราต้องหยุดคิดแล้ว นี่ไม่ใช่เวลาที่จะออกแบบเพื่อสนองตัณหา เราต้องรำลึกว่าหัวใจของการออกแบบคือ "การแก้ปัญหา" อย่างตอนนี้ทุกคนพูดถึงเรื่องระบบนิเวศน์ เรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือ เราต้องเอาจริงเอาจังกับมันครับ ไม่ใช่พูดแต่ปาก การออกแบบเพื่อนิเวศน์ที่เท่าเทียมคือหน้าที่หลักของนักออกแบบ ณ วันนี้

เทอเรนซ์ คอนราน ผมก็เห็นด้วยกับฟิลิปในบางส่วน คือเชื่อว่า การออกแบบควรช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ แต่ส่วนตัวผมชอบคำว่า "งานออกแบบที่ฉลาด" มากกว่าคำว่า "งานออกแบบที่ดี" นะ เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะย่ำแย่แค่ไหน ผมว่าบทบาทของการออกแบบก็ยังเหมือนเดิม

คริสตี้ อัลสอป ดิฉันหวังว่า วิกฤตเศรษฐกิจจะทำให้ผู้คนให้ความสำคัญเรื่อง "อายุขัย" กันมากขึ้น ทุกวันนี้ในบ้านเรือนทั่วไปมีข้าวของรกเต็มไปหมด หลายๆ บ้านไม่มีของใช้อะไรที่เก่าเกิน 5 ปีเลย ก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับข้าวของรุ่นก่อนหน้านั้น เหมือนกับว่าคนสมัยนี้ไม่เคยมีครอบครัว พ่อแม่ ปู่ย่าตายายไม่เคยทิ้งสมบัติอะไรไว้ให้เลย

สตาร์ค อายุขัยหรืออายุการใช้งานของสิ่งต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่เราต้องคำนึงถึงนะ คนยุคนี้ต้องนำแนวคิดเรื่อง "มรดกตกทอด" กลับมาคิดกันอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าอะไรๆ ก็โยนลงขยะ หมดยุคการสร้างขยะแล้วครับ

คอนราน ก็เท่ากับว่าหมดยุคพลาสติก...

สตาร์ค แต่จะว่าไปมันก็มีของหลายอย่างที่ผลิตจากพลาสติก ที่เราก็ยังไม่รู้ว่าจะทำมันขึ้นมาด้วยวิธีอื่นได้ยังไง เช่น เก้าอี้พลาสติกที่ใช้กันในปัจจุบัน เรายังไม่สามารถทำมันขึ้นจากพลาสติกรีไซเคิลได้ เพราะวัสดุมันไม่แข็งแรงพอ แล้วทีนี้เราจะทำยังไงล่ะครับ?

คอนราน ไม้ไงครับ ไม้เป็นวัสดุที่ยั่งยืน ผมจะใช้ไม้แทน แต่ปัญหาที่ตามมาหลังจากนี้ก็คือเรื่องแรงงานอาชีพ ถ้าหากเราสร้างทุกอย่างให้ทนทานไปหมด รองเท้าคู่หนึ่งใช้ได้ตั้งแต่รุ่นปู่ยันรุ่นหลานแล้วเนี่ย พวกเราก็ไม่มีงานทำกันน่ะสิ

สตาร์ค ผมว่า เราควรล้มล้างแนวคิดการครอบครองทรัพย์สินต่างๆ ไปเลย เน้นการเช่าหรือยืมแทนการครอบครอง

อัลสอป อันนี้เฉพาะกับคนอังกฤษนะคะ ดิฉันว่า การเช่าอะไรก็ตามมันเป็นเรื่องแปลก มันไม่ใช่วัฒนธรรมเรา ถ้าจะให้ทำแบบนั้นก็ต้องเปลี่ยนกรอบแนวคิดทางวัฒนธรรมกันเลยทีเดียว

สตาร์ค ที่ผมหมายถึงคือ เวลาที่เราซื้ออะไรมาก็ตาม ควรมีกลไกบางอย่างที่ทำให้เราต้องนำชิ้นส่วนมันไปคืนด้วย เหมือนที่เราทำกับขวดน้ำอัดลมไงครับ ในอนาคตเวลาคุณซื้อเก้าอี้ คุณก็ใช้ไปสัก 20 ปี พอหมดสภาพแล้วก็เอาไปคืนน่ะ เอาวัสดุไปคืน

อัลสอป ดิฉันว่า เราไปงานประมูลก็ได้ค่ะ มีของมากมายที่ราคาเหลือแค่หนึ่งในสี่ของราคาเต็มเมื่อ 20 ปีก่อน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วดิฉันเพิ่งไปได้ตู้เสื้อผ้ายุคปี 1900s มา ราคา 600 ปอนด์ สุดยอดเลยนะคะ ช่างฝีมือดีมาก ทำงานสวย ฝังเลี่ยมอย่างดี โชคดีที่ไม่มีคนอื่นอยากซื้อมันด้วย

วกมาที่เรื่องรสนิยม รสนิยมคนเปลี่ยนมั้ยเวลาที่ภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยน
คอนราน ผมทำ Habitat สมัยยุค 70s ที่เศรษฐกิจตกต่ำ เราออกแบบไลน์สินค้าใช้ชื่อว่า Basics ครับ ก็เข้าไปศึกษาความเป็นอยู่ในบ้านคนธรรมดาๆ แล้วผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นจริงๆ สำหรับชีวิตตอนนั้น ดีไซน์ง่ายๆ คุ้มค่าเงิน หลังจากนั้นสองสามปีก็ทำเป็นแฟรนไชส์ส่งขายในร้าน Seibu ที่ญี่ปุ่น จากนั้นไม่นานเขาก็เปิดเป็นร้านของตัวเองเลย ตั้งชื่อร้านว่า Basics ซึ่งต่อมาก็กลายเป็น Muji เห็นมั้ยครับว่าในช่วงเวลาที่ลำบากก็มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นได้ ทุกวันนี้ก็เช่นเดียวกัน โลกเราอาจจะเข้าสู่ภาวะที่ต้องทำอะไรง่ายๆ กันอีกครั้ง ห้องสีช็อกกิ้งพิงค์กับแชนเดอเลียร์หรูคงต้องหลบฉากไปก่อน ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเล่นสนุกครับ

สตาร์ค สังคมคงไม่สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงรสนิยมแบบมาเร็วไปเร็วแล้ว ก็หวังว่าเทรนด์แฟชั่นในวงการออกแบบคงจะจางไปด้วย มันเป็นเรื่องเศร้านะที่เวลานิตยสารแฟชั่นจั่วหัวว่า "ซีซั่นนี้ต้องใส่สีชมพู" แล้วทำให้สาวๆ ไม่ว่ารวยจนต้องไปควานหาชุดสีชมพูมาใส่ แต่พออีก 6 เดือน กลายเป็นว่า "สีเขียวเท่านั้นมาแรง" คราวนี้ชุดสีชมพูก็กลายเป็นสิ่งน่าเกลียด เรื่องแบบนี้ผมรับไม่ได้จริงๆ

What would you invest in now?
ควรลงทุนซื้ออะไรในตอนนี้
อัลสอป ลงทุนซื้อที่อยู่อาศัยค่ะ สำหรับดิฉัน "บ้านคือทุกสิ่ง" ข้างนอกจะเศร้าสลดยังไง เราก็ยังมีที่ซุกหัว และพักใจ แต่ก็ไม่แน่ว่าถ้าดิฉันอยู่ในเขตที่อบอุ่นกว่านี้ของโลก ดิฉันอาจคิดอีกอย่างไปเลยก็ได้

คอนราน ผมจะเก็บไวน์ครับ ชอบมาก และก็ของอื่นๆ ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผม อาจเป็นพวกงานศิลปะ ส่วนของฟิลิป สตาร์ค ผมรู้ว่า เขาสะสมบ้าน

สตาร์ค ผมเป็นโรคชอบซื้อบ้านครับ แต่ไม่ได้คิดว่ามันเป็นการลงทุนนะ เป็นโรคบ้ามากกว่า

Have we learned any lessons when it comes to design?
พูดถึงการออกแบบ เราได้เรียนูรู้อะไรจากมันบ้าง
คอนราน ผมพบว่ามนุษย์มีความรู้เรื่องบ้านและการใช้ชีวิตในบ้านกันมากขึ้น คนสมัยนี้ซีเรียสกับรูปแบบบ้าน และเฟอร์นิเจอร์มาก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสภาพแวดล้อม

อัลสอป สิ่งที่ทำให้ดิฉันตกใจได้บ่อยๆ คือจำนวนตำราทำอาหารในบ้านคน มนุษย์เราสนใจเรื่องกินมาก ถ้าผู้สนใจในเฟอร์นิเจอร์ และการตกแต่งได้มากเหมือนกับที่เขาสนใจเรื่องอาหารก็คงจะดี

PS I think Mydeco [design website mydeco.com] represents this, too. A young guy in London can paint his chair by hand, put it on Mydeco, and a woman in Australia will say, "It's so nice, much better than Starck." And she asks him to design something for her. There will be no more superstar designers like me. The next years will be the time of the microstar. It's our duty, people like me and Terence and Kirstie, to help this new solution along. To make the revolution happen.

สตาร์ค ผมคิดว่า Mydeco (เว็บไซต์ mydeco.com) เป็นภาพสะท้อนที่ดีนะ มีผู้ชายคนหนึ่งในลอนดอนทาสีเก้าอี้ด้วยมือ แล้วถ่ายรูปลงเว็บ Mydeco จากนั้นก็มีผู้หญิงในออสเตรเลียคนหนึ่งมาคอมเม้นท์ว่า "สวยมากค่ะ สวยยิ่งกว่าของสตาร์คอีก" แล้วเธอก็ขอให้ชายคนนั้นออกแบบอะไรไม่รู้ให้เธอ ผมว่าต่อไปคงไม่มี "ดีไซเนอร์ซูเปอร์สตาร์" แบบผมแล้ว คงมีแต่ "ไมโครสตาร์" ทุกหนแห่งทั่วโลก แต่มันก็เป็นหน้าที่ของคนในระดับผม เทอเรนซ์ และคริสตี้นะครับ ที่จะต้องผลักดันให้เส้นทางนี้มันเติบโตขึ้น โลกการออกแบบต้องการการปฏิวัติครับ

ข้อมูล: http://www.guardian.co.uk
ภาพ: David Levene


« Back to Result

  • Published Date: 2009-03-27
  • Resource: www.tcdcconnect.com