Articles

« Back to Result | List

Information Design สร้างความเข้าใจให้ผู้ใช้

iphone.jpg

Information Design ศาสตร์การออกแบบสร้างความประทับใจ ที่ทุกธุรกิจไม่ควรมองข้าม

คิดว่าคุณผู้อ่านคงเคยเจอเหตุการณ์ที่เมื่อไปทานข้าวนอกบ้าน แล้วอ่านเมนูอาหารของทางร้านไม่รู้เรื่อง ทั้งๆ ที่เมนูเล่มนั้นก็ดูตระการตาเหลือเกิน หรือเมื่อคุณต้องกรอกแบบฟอร์มของทางราชการ ใบสมัครงาน เอกสารประกัน ฯลฯ คุณกลับรู้สึกสับสน ไม่มั่นใจราวกับกำลังทำข้อสอบ หรือที่เคยซื้อโทรศัพท์มือถือหน้าตาดีมาใช้ แต่รู้สึกว่ามันใช้ยากเหลือเกิน

ปัญหาข้างต้นนี้เกิดขึ้น เพราะผู้ออกแบบสิ่งของเหล่านั้นมัวหลงใส่ใจกับรูปลักษณ์ จนลืมให้ความสำคัญกับหัวข้อ Information Design ในกระบวนการออกแบบนั่นเอง เช่น ถ้าเป็นเมนูอาหาร สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้ผู้อ่านเมนูเข้าใจได้โดยเร็วว่าร้านนั้นๆ มีหมวดหมู่อาหารกี่ประเภท แต่ละประเภทมีรายการอะไรบ้าง ในขณะที่แบบฟอร์มต่างๆ ก็ควรแบ่งหมวดหมู่ของข้อมูลออกจากกันให้ชัดเจน เช่น กลุ่มข้อมูลส่วนตัว กลุ่มข้อมูลสมาชิกครอบครัว ฯลฯ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้กรอกรับรู้ถึงขอบข่ายของข้อมูล ก่อนที่จะเริ่มกรอกรายละเอียดในแต่ละช่วง

Information Design ก็คือการใช้ศาสตร์ของ User-Friendly Documents and Systems ในการจัดระเบียบของงานออกแบบนั่นเอง การทำ Information Design ที่ดีนั้น ถือว่ามีส่วนสำคัญต่อภาพลักษณ์ขององค์กร (และของแบรนด์) ในท้ายที่สุดด้วย คุณลองนึกดูสิว่าหากลูกค้าต้องเสียเวลาโดยใช่เหตุกับการอ่าน - กรอกเอกสารที่วกวน ทำให้ขั้นตอนการรับบริการล่าช้าโดยใช่เหตุ เขาก็จะรู้สึกอารมณ์เสียตั้งแต่เริ่มต้น เผลอๆ อาจเปลี่ยนใจจากเราไปเลยก็ได้

Donald A. Norman ผู้เชี่ยวชาญเรื่อง User-centered design เคยกล่าวไว้ในหนังสือ The Design of everyday things ว่าเจ้าของกิจการส่วนมากมักให้ความสำคัญกับความสวยงามภายนอกของสินค้า หรือสิ่งพิมพ์ เช่นเดียวกันกับที่นักออกแบบส่วนใหญ่ก็พยายามที่จะพัฒนาสินค้า หรือสิ่งพิมพ์นั้นๆ ให้ดูทันสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองจะมองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือ งานออกแบบทุกชนิดจะต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้งานของผู้ใช้ด้วย มันต้องเข้าใจได้ง่าย ใช้งานได้สะดวก ซึ่งตรงนี้ถือเป็นหัวใจหลักที่สำคัญมากในทุกการออกแบบ

หากเราสามารถผลักดันแนวคิด User-centered นี้ให้โดดเด่น สินค้า หรือบริการของเรา ก็สามารถชูจุดขายด้านการใช้งานที่สะดวกให้กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ในระยะยาวได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คงจะหนีไม่พ้น แบรนด์ Apple กับผลิตภัณฑ์ iPod ที่ออกแบบระบบสัมผัสบริเวณแผ่นวงกลมด้านหน้าเครื่องให้สามารถสั่งการทำงานทุกอย่างได้ครบถ้วน หรือโทรศัพท์มือถือ iPhone ที่ออกแบบระบบสัมผัสบนหน้าจอ ฉีกกฏของการใช้ปากกาจิ้ม หรือปุ่มกดแบบโทรศัพท์มือถือทั่วไป ที่น่านับถือเป็นพิเศษก็คือนักออกแบบของทาง Apple ได้สร้างสรรค์อุปกรณ์อิเล็คโทรนิคเหล่านี้ให้ผู้บริโภคใช้งานได้โดยสะดวก จนแทบไม่ต้องเปิดคู่มือการใช้งานเลยด้วยซ้ำไป

ท้ายสุดผมมีเคล็ดลับ 5 ประการของทาง Design Council (ประเทศอังกฤษ) มาฝากกัน ว่าด้วยเรื่ององค์ประกอบของการทำ Information Design ที่ดี ที่นักออกแบบ และเจ้าของสินค้า/บริการควรต้องตระหนักถึง

1. Clear Language เริ่มต้นด้วยภาษาที่ใช้ ไม่ว่าภาษาที่เราเลือกใช้จะเป็นตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ภาพกราฟฟิก สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องทำการศึกษา "การรับรู้" ของกลุ่มเป้าหมายหลักเสียก่อนว่า เขาสามารถเข้าใจภาษาเขียน หรือภาษาภาพที่เราออกแบบได้ หรือไม่ ไม่ใช่สร้างสรรค์จนกระทั่งผู้ใช้แปลความหมายไม่ออก เหลือแต่ความสวยอย่างเดียว

2. Typography and Graphic Design สิ่งสำคัญข้อถัดมาในกรณีที่เราเลือกใช้ตัวอักษรในการสื่อสาร นักออกแบบจะต้องคำนึงถึงลักษณะของตัวอักษร โดยคัดเลือกตัวอักษรที่อ่านได้ง่าย ในขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของงานที่จะนำเสนอด้วย

3. Process Analysis ในกรณีที่เอกสารที่ต้องการออกแบบมีรายละเอียดมาก ไม่ว่าจะเป็นแบบฟอร์ม หนังสือ Annual Report หน้าจอคอมพิวเตอร์ ฯลฯ สิ่งสำคัญสิ่งแรกที่นักออกแบบควรคำนึงถึงก็คือ การจัดหมวดหมู่ของข้อมูลให้เรียบร้อย เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้ถึงจุดประสงค์ของงานออกแบบที่เรากำลังทำอยู่

4. Multiple Media Publishing สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามอีกประการก็คือ การศึกษาพฤติกรรมการอ่านของผู้คนในสื่อต่างๆ เช่น เวลาที่คนอ่านข้อมูลบน Internet กับเวลาที่คนอ่านสื่อสิ่งพิมพ์นั้น เขาจะมีพฤติกรรมการอ่านที่ต่างกัน ฉะนั้นแม้ว่าเราจะนำเสนอข้อมูลชิ้นเดียวกัน แต่การนำเสนอก็ควรต้องแตกต่างกันไปตามลักษณะการบริโภค หรือหน้าจอที่ปรากฏบนมือถือกับฟังก์ชั่นของปุ่มกดก็ควรที่จะสอดคล้องกัน เป็นต้น การสังเกตพฤติกรรมการใช้งาน (Observation) นี้จึงเป็นสิ่งที่นักออกแบบควรศึกษาอย่างละเอียด

5. Research การวิจัย และวิเคราะห์ข้อมูลถือเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด ที่เราควรทำก่อนเริ่มลงมือออกแบบ รวมทั้งอาจทำการวิจัยอีกรอบ หลังจากที่ผู้บริโภคได้ทดลองใช้สินค้า/บริการจริงด้วย ทั้งนี้เพื่อจะได้นำข้อมูลเหล่านั้นมาปรับปรุงรูปแบบของสินค้า/บริการในอนาคตต่อไป ทั้งในด้านการใช้งาน และการเพิ่มเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งอาจปรับเปลี่ยนรูปแบบของการใช้งานให้สะดวกยิ่งขึ้นได้

ใครเจอเคล็ดลับที่ใช้กับตัวเองแล้วเวริ์ค แบ่งนักสร้างสรรค์ให้นำไปใช้ต่อกัน ได้ที่นี่ : )


« Back to Result

  • Published Date: 2009-05-14
  • Resource: www.tcdcconnect.com