Articles

« Back to Result | List

แพททริเชีย มัวร์ ผู้บุกเบิกการออกแบบเพื่อผู้สูงวัย

patmoore.jpg

แพทริเชีย มัวร์ (Patricia Moore) คือ นักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ (Gerontologist) ที่เป็นที่รู้จักกันดี ด้วยเธอเป็นผู้รอบรู้เรื่องความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคสูงวัย และเป็นคนแรกๆ ที่ให้ความสนใจว่า โลกในอนาคตที่จะเต็มไปด้วยคนชราจะเป็นอย่างไร ก่อนหน้าที่แพทริเชียจะเริ่มศึกษาถึงการออกแบบเพื่อผู้สูงอายุ ในปี ค.ศ.1974 เธอเริ่มต้นด้วยการเป็นนักออกแบบอุตสาหกรรมหญิงเพียงคนเดียวของบริษัทออกแบบชั้นนำแห่งหนึ่งในนครนิวยอร์ก ครั้งหนึ่งในที่ประชุม เธอตั้งคำถามขึ้นว่า "เราจะไม่ลองออกแบบมือจับประตูตู้เย็น ที่จะช่วยให้คนป่วยเป็นโรคข้อต่ออักเสบเปิดได้ง่ายๆ หรือ" ทุกคนเงียบกริบ กลอกตาก่อนที่จะตอบว่า "เราไม่ออกแบบเพื่อคนพวกนั้นหรอก" นั่นเป็นทัศนคติของบริษัทออกแบบที่ได้ชื่อว่าอยู่แถวหน้าในสมัยนั้น ซึ่งนับเป็นจุดผลักดันหนึ่งที่ทำให้แพทริเชียหันมาสนใจการออกแบบเพื่อ "คนพวกนั้น" อย่างจริงจัง เธอหันธงรบสู่การออกแบบเพื่อโลกส่วนรวม จากคนเจ็บไปสู่คนแก่

แพทริเชีย มัวร์ ใช้เวลาสามปี (ค.ศ.1979 - 1982) ทำการทดลองพิเศษขึ้นมาอย่างหนึ่ง โดยเธอปลอมตัวเป็นหญิงชราวัย 80กว่าเดินทางไปทั่วสหรัฐอเมริกาและแคนาดา(ดูวิดีโอเกี่ยวกับการทดลองของแพทริเชียได้ที่
http://www.youtube.com/watch?v=B4eOyBki3cE) การทดลองครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปลอมตัวชนิดผิวเผิน เช่น แต่งหน้าแก่หรือย้อมผมขาวเท่านั้น แต่เธอลงทุนเอาเทปมาพันนิ้วมือให้ขยับได้ลำบาก พันธนาการตัวเองบางส่วนเพื่อลดความคล่องแคล่วของร่างกาย ฯลฯโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจการใช้ชีวิตของผู้สูงวัยให้ได้มากที่สุด ทั้งในแง่ความสะดวกส่วนตัว และการสังเกตปฏิกิริยาจากสังคมโดยรอบที่มีต่อคนชราด้วย

ข้อมูลที่แพทริเชียได้รับมาจากประสบการณ์ "แก่" ทำให้เธอเข้าใจเรื่องผู้สูงอายุได้ลึกซึ้ง จนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ บริการ และสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตในช่วงที่เหลืออยู่ของคนชราได้อย่างตรงจุดที่สุด เธอได้จัดตั้ง Moore Design Associates ขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกแก่องค์กรเพื่อผู้สูงอายุ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย หรือบริษัทที่ต้องการผลิตสินค้าเพื่อผู้สูงอายุ รวมทั้งยังจัดสัมมนาให้ความรู้แก่นักศึกษาและนักออกแบบ เขียนบทความและหนังสือน่าอ่านหลายเล่ม เช่น DISGUISED: A True Story, The Business of Aging และ OUCH! Why Bad Design Hurts เป็นต้น

patricia_moore.jpg

แพทริเชียสามารถประยุกต์ "ความเข้าใจผู้ใช้เฉพาะกลุ่ม" ของเธอให้เกิดเป็นงานได้ในหลายสาขา ตั้งแต่การทำวิจัย ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบสภาพแวดล้อม ออกแบบการขนส่ง การวิเคราะห์ตลาดและวางตำแหน่งสินค้าในตลาด ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์กับหน่วยงานบริการสังคมต่างๆ เท่านั้น ในโลกธุรกิจ แพทริเชียยังเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้ารายใหญ่มากมาย ตั้งแต่ AT&T, General Electric, Johnson & Johnson, Kimberly-Clark, Kraft General Foods, NASA, OXO, Personal Products Company, Procter & Gamble, 3M, Whirlpool และอื่นๆ

ถึงวันนี้ แพทริเชีย มัวร์ได้รับรางวัลเกียรติยศจากผลงานที่เธอทำมานับไม่ถ้วน อาทิ รางวัลบริการสังคมดีเด่น จาก the American Rehabilitation Association ในปี ค.ศ.1996 ในสาขาการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการออกแบบ และ Nova Award ในปีเดียวกันจาก the American Hospital Association's สำหรับโครงการศูนย์สุขภาพ "Family Road" ผลงาน OXO Good Grips? มีดปอกเปลือกผลไม้ที่จับได้กระชับมือ ซึ่งเธอเป็นผู้ออกแบบเอง ก็ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง จนได้รับรางวัล the Professional Recognition Award จาก the Arizona Design Institute ในปี ค.ศ.1997 ในสาขาการสนับสนุนงานออกแบบและการศึกษาด้านการออกแบบยอดเยี่ยม นอกจากนั้นในปี ค.ศ. 2000 นิตยสารไอดี (I.D. Magazine) ยังได้เสนอชื่อแพทริเชีย มัวร์เป็น 1 ใน 40 นักออกแบบที่ตระหนักถึงสังคมมากที่สุดในโลกอีกด้วย

"แพทริเชีย มัวร์" ชื่อนี้ที่เราอยากให้หลายๆ คนได้ทำความรู้จัก ด้วยเธอคนนี้คือนักออกแบบที่ให้ความสำคัญกับคนกลุ่มน้อยของสังคม (คนเจ็บป่วย พิการ และคนชรา) ในสาขาผู้สูงอายุ การบุกเบิกของเธอจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อโลกอนาคต (ในวันที่คนชรากลายเป็นประชากรหลักของสังคม) การทดลองที่เธอทุ่มเททำตลอดระยะ 3 ปี อาจฟังดูน่าทึ่งและลำบากแสนเข็ญ แต่ผลตอบแทนที่เธอได้กลับมานั้นก็งดงามคุ้มค่า

เมื่อมองย้อนดูตัวเอง เมืองไทยเราก็มีศักยภาพทางบุคลากรและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อธุรกิจเพื่อผู้สูงอายุอยู่ไม่น้อย ชื่อเสียงเรื่องน้ำใจการบริการของเราไม่เคยตกจากอันดับต้นๆ ของโลก การท่องเที่ยวเชิงพักฟื้นของเราก็ไม่น้อยหน้าใคร นักออกแบบของเราก็มีทักษะไม่ยิ่งหย่อน เหลือแต่ "การทำเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง" เท่านั้นแหละ ที่เราอาจยังอ่อนด้อยอยู่สักหน่อย จะด้วยขาดแคลนเงินทุน ขาดความร่วมมือ หรือขาดความเข้าใจก็ตามแต่

ฉะนั้น หากโครงการศึกษาวิจัยในลักษณะนี้ได้รับการสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น และมีผู้ที่สนใจร่วมมือ ร่วมแรง เริ่มทำกันอย่างจริงจังเมื่อไหร่ เมื่อนั้นรับรองได้เลยว่า วงการออกแบบและนักออกแบบไทยจะสร้างความแตกต่างและคุณค่าให้กับอาชีพและสังคมได้อีกโข

ข้อมูลอ้างอิงและเครดิตรูป
http://www.universalpackage.msu.edu/speakers/speakers_moore.asp
http://www.cowc.org/news-events/features/patricia-moore-provides-cgsp-distinguished-lecture
http://www.sgiquarterly.org/feature2005Jly-8.html


« Back to Result

  • Published Date: 2009-09-10
  • Resource: www.tcdcconnect.com