Creative Knowledge

« Back to Result | List

เจาะวิถีอร่อยริมทางในโฮจิมินห์

11-sg-quicckbite.jpg

ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม วัฒนธรรมการกินอาหารข้างทางนั้นใกล้เคียงกับประเทศไทยมาก นิสัยคนเวียดนามนิยมกินดื่มกันตลอดวัน ประเภทหิวขึ้นเมื่อไหร่ก็หาที่หย่อนก้นได้เลย มีตั้งแต่ข้าว ก๋วยเตี๋ยว (เฝอ) แซนด์วิชบาแกตใส่หมูยอ ไปจนถึงร้านเบียร์พร้อมที่นั่งเอนหลัง ให้ชาวเมืองได้เอกเขนกคุยกันทั้งวันคืน อย่างไรก็ดี แน่นอนว่าต่างบ้านต่างเมืองย่อมมีเรื่องราวที่ต่างกัน ณ โฮจิมินห์ซิตี้ที่เราเพิ่งไปเดินดุ่มๆ เที่ยวมานั้น ร้านอร่อยริมทางของเขามีเรื่องชวนสังเกตให้นำมาเล่าสู่กันฟังไม่น้อย ทั้งที่เป็นความคิดสร้างสรรค์และเป็นความเพลิดเพลินระหว่างการเดินทาง

12-sg-quickbite.jpg

1. รถเข็นสลิมและมินิแผงลอย
ตึกแถวเก่าแก่ยุคอาณานิคมที่มีรูปทรงแคบลึกเรียงรายกันเป็นโครงสร้างหลักของเมือง ประกอบกับจำนวนประชากรที่ค่อนข้างแออัด รถเข็นขายอาหารในเมืองโฮจิมินห์จึงมีขนาดเล็กและบางตามไปด้วย แผงลอยก็มักประกอบขึ้นจากโต๊ะตัวเล็กกับเก้าอี้เตี้ย เป็นการออกแบบที่ปรับตัวไปตามวิถีชีวิตและสภาพแวดล้อม

ที่น่าขันคือ บางทีคนที่นี่ก็ปรับสภาพแวดล้อมเพื่อหากินได้ด้วย ดูอย่างตู้โทรศัพท์อันนี้ที่ถูก(แอบ)ปรับมาใช้เป็นหน้าร้านกับเขาด้วย

21-sg-quickbite.jpg

2. พ่อค้านักประยุกต์
ขนมหวานชนิดนี้หน้าตาใกล้เคียงกับโรตีสายไหม แต่แทนที่จะใช้น้ำตาลปั่นเป็นเส้นบางละเอียด เขาวางน้ำตาลแท่งโปร่งๆ ขูดมะพร้าวห้าวและโรยงาลงแทน ก่อนจะม้วนแป้งเป็นแท่ง แล้วพันพลาสติกเป็นที่จับพร้อมเสิร์ฟ

22-sg-quickbite.jpg

ต่อกันที่ตู้เก็บเครื่องปรุงของร้านเคบับ (Kebub) ที่มีฝาทำด้วยวัสดุผิวมันเรียบทำความสะอาดง่าย ตู้นี้ทำหน้าที่เป็นโต๊ะสำหรับเตรียมเครื่องปรุงไปด้วยในตัว พ่อค้าเคบับคนนี้ไม่สนเครื่องตัดฟิล์มพลาสติกทันสมัย (plastic wrap) อีโต้กับเขียงดูจะถูกสไตล์เขามากกว่า

3-broken-rice.jpg

3. เมนูข้าวหัก (Broken Rice) ปลายข้าวหอมมะลิเป็นสิ่งที่ยากจะพบเห็นได้ในร้านอาหารเมืองไทย แต่ในประเทศที่ผลิตข้าวได้มหาศาลอย่างเวียดนามกลับมีเมนู "ข้าวแตก" นี้เสิร์ฟให้ลูกค้าโดยเฉพาะ

ถามไถ่คนแถวนั้นจึงทราบว่า "ก็เพราะเขาเอาข้าวเต็มเม็ดส่งออกไปหมดแล้วไง" และข้าวหักที่เหลืออยู่ยังมีปริมาณมากพอที่จะเลี้ยงคนทั้งประเทศได้ คิดดูว่าเวียดนามเขาส่งออกข้าวได้มากขนาดไหน

41-sg-quickbite.jpg

4. ที่พักนักดื่ม
รถเข็นขายบุหรี่มักจะอยู่คู่แผงลอยขายเครื่องดื่ม เครื่องดื่มที่ว่าก็มีตั้งแต่ชาปั่น กาแฟรสเข้ม และเบียร์รสจาง เฟอร์นิเจอร์บังคับสำหรับแผงลอยเครื่องดื่มนี้ ได้แก่ เก้าอี้เอนสำหรับเอกเขนกคุยกัน ดื่มไป กินไป คุยไป ช่างสบายใจดีจริง

5-sg-quuickbite.jpg

5. แผงลอยสี่ขา
ณ หน้าโรงละครในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนมหรสพเริ่ม เป็นนาทีทองที่ผู้ชมจะควักกระเป๋าซื้อขนมขบเคี้ยวเข้าไปแกล้มมหรสพแบบไม่คิดมาก ฉะนั้นเก้าอี้พลาสติกเพียงตัวเดียวจึงเป็นคำตอบที่ดีของนาทีทองนี้ แค่ผูกเชือก แขวนตะขอ ก็เพิ่มรายการสินค้าขายได้มากขึ้น เรียกว่าแค่เก้าอี้ตัวเดียวก็เกี่ยวเงินในกระเป๋าของผู้คนไปได้โข ส่วนร้านข้างทางนั้นไม่ต้องการอะไรมาก แค่โต๊ะเล็กๆ สักตัว เก้าอี้ตัวเตี้ย แค่นี้ก็เอาอยู่แล้ว

6-sg-quickbite.jpg

6. แผงลอยสองล้อ-สามล้อ
เหมือนๆ กับบ้านเรา จักรยานถูกนำมาใช้เป็นพาหนะพาร้านค้าเคลื่อนที่ไปไหนต่อไหน ง่ายยิ่งกว่าผูกติดกับแผงขายของ แค่ท้ายจักรยานเองนี่แหละ ก็ขายอะไรต่อมิอะไรได้เพียบ


« Back to Result

  • Published Date: 2009-06-10
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป