Creative Knowledge

« Back to Result | List

Creative Space Workshop : The Making of Thai Souvenir โดย HARNN

เรื่อง : อมรรัตน์ จิ๋วนอก

page.jpg

ในเวิร์กช็อป The Making of Thai Souvenir ครั้งนี้ วุฒิชัย หาญพานิช เจ้าของแบรนด์ HARNN ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ เครื่องหอม และสปาชื่อดังของไทย ได้นำทีมผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปทดลอง “สร้างขนมไทยให้เป็นของที่ระลึก” โดยเขานำแรงบันดาลใจมาจาก Tokyo Banana ขนมของฝากอันเลื่องชื่อของญี่ปุ่น ตลอดระยะเวลาการทำงานสองสัปดาห์ ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปได้เรียนรู้ถึงขั้นตอนและเคล็ดลับในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ พร้อมรับคำแนะนำจากทีมงานและวิทยากรที่มาช่วยอีกหลายท่าน

สัปดาห์แรก
เริ่มจากการให้ความรู้ในภาคทฤษฎี โดยวิทยากรจากหลายสาขาอาชีพได้หมุนเวียนมาพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์ อาทิเช่น
- นักพัฒนา/ผู้เชี่ยวชาญด้านขนมไทยจากแบรนด์ Moddiithai พร้อมทีมงาน HARNN ได้ชักชวนผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปให้ “ระดมสมอง” ค้นหาไอเดียขนมที่จะนำไปพัฒนาต่อเป็นสินค้า โดยการบ้านในวันแรก คือ การเดินสำรวจตลาดและสังเกตรายละเอียดของขนมต่างๆ เช่น ลักษณะภายนอก รสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ การเก็บรักษา บรรจุภัณฑ์ กลุ่มลูกค้าและรสนิยม ฯลฯ 
- วิทยากรรับเชิญจากบริษัท Print Solution Co. Ltd. มาร่วมพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ กลยุทธ์ และเทคนิคการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ที่ไม่ได้คำนึงถึงแค่ความสวยงามอย่างเดียว แต่ยังลงลึกไปถึงเรื่องพฤติกรรมการบริโภคและประเด็นแวดล้อมอื่นๆ ด้วย
- ในขั้นตอนการสร้างเรื่องราวให้ผลิตภัณฑ์ (ภายใต้โจทย์ ขนมไทย + ปลา + ความเป็นไทย + เรื่องราว) วิทยากรรับเชิญจาก Ogilvy & Mather Thailand ได้มาแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาด และการพัฒนาภาพลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งคุณวุฒิชัยเองก็เน้นย้ำว่า “การเพิ่มเรื่องราวให้กับผลิตภัณฑ์นั้นนอกจากจะช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับแบรนด์แล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับตัวสินค้าด้วย” 

สัปดาห์ที่ 2
เข้าสู่ภาคการปฏิบัติเต็มตัว โดยผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปได้แบ่งกลุ่มกันทำงานตามสาขาที่ตนเองถนัด เช่น ด้านอาหาร ด้านการออกแบบ ด้านสถาปัตย์ และด้านการตลาด ในสัปดาห์ที่สองนี้คุณวุฒิชัยย้ำอยู่เสมอว่า “ทุกคนในองค์กรสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบได้ ไม่ใช่เฉพาะแต่เจ้าของหรือฝ่ายออกแบบเท่านั้น การทำงานที่ดีต้องมาจากการแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างกัน เพราะไม่มีใครที่เก่งหรือรู้ไปหมดทุกอย่าง” 

ในวันสุดท้ายของการเวิร์กช็อป ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปได้ลงมือทำขนมจริงพร้อมบรรจุลงกล่อง โดยขนมไทยที่มีชื่อว่า “มะพร้าวแก้วเสวย” ที่ทุกคนร่วมกันพัฒนาขึ้นในครั้งนี้จะถูกนำไปต่อยอดและผลิตเพื่อส่งขายจริง (ตามแผนการตลาดที่ผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปวางไว้) และที่น่าชื่นชมที่สุดก็คือรายได้จากการนี้จะนำไปบริจาคให้กับ “มูลนิธิเพื่อเด็กกำพร้าบ้านโสสะ” ด้วย

DSC_3158.JPG

The Making of Thai Souvenir by HARNN
Writer: Amornrat Jewnok

In ‘The Making of Thai Souvenir’ workshop, Wuttichai Harnpanich, the owner of ‘HARNN’ Thai well-known brand of skincare product, aromatherapy and spa, invited workshop participants to try ‘making Thai dessert as a souvenir’ inspired by Tokyo Banana, famous souvenir snack of Japan. Throughout the two weeks of working, the workshop participants had learnt the process and secret in creating the product, along with receiving advice from the staff team and speakers.

First week:
Starting with theoretical section by several speakers from various professional fields who lectured and shared their experiences.
- Thai dessert experts and developers from the brand ‘Moddithai’ and the staff team of HARNN asked workshop participants to ‘brainstorm’ idea for developing the dessert as a product. The first assignment of day one was to explore the market and observe various details of the dessert: appearance, taste, nutrition fact, storage, package, consumers and their preferences, for example.
- Guest speaker from Print Solution Co. Ltd. gave advice about the packaging, strategy and technique of package design that it does not base on the aesthetic consideration alone but also relate to consumer behavior and other issues as well.
- In the process of creating a story for the product (under the brief: Thai dessert + fish + Thainess + story), guest lecturer from Ogilvy & Mather Thailand gave an advice on marketing strategy and brand image development. Wuttichai also emphasized that "Adding the story to the product awaken more interest to the brand and could increase more value to the product as well.”

Second Week:
Entering the full practical section, the workshop participants were divided into groups according to their skill such as food, design, architecture and marketing. In this week, Wuttichai frequently emphasized that “Everyone in the organization can take part in the design process, not only the owner or designer. Good work comes from sharing experiences as nobody knows everything.”

On the last day, workshop participants made Thai dessert ‘Ma-Praw-Kaew Sa-Wey (sweet coconut)’ and packed it into boxes. The dessert will be developed further to sell in the real market (according to the marketing plan from the participants). Furthermore, the income from this product will be donated to SOS Children’s Villages Thailand Foundation.


« Back to Result

  • Published Date: 2013-07-10
  • Resource: www.tcdcconnect.com
  • Made here on earth พื้นที่งานช่างที่สร้างจากสติ
  • จับตามอง “วอร์ซอ” เมืองหลวงแห่งประเทศโปแลนด์ อดีตเมืองที่เกือบจะหายไปจากแผนที่โลก ด้วยเหตุความเสียหายที่ได้รับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ขณะนี้ วอร์ซอคือเมืองที่กำลังถูกพูดถึงในฐานะ “Cool Destination” ที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป
  • สำรวจมุมมองนักคิด “ดร.วสุ โปษยะนันทน์” สถาปนิกผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน จากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ผู้ที่บอกให้เราเข้าใจว่า คุณค่าและความหมายคือจุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์และการจัดการโบราณสถานอย่างยั่งยืน
  • เพื่อนหญิงพลังหญิงในภาพประกอบของ Superfah Jellyfish
  • สีสันที่เป็นตัวเองของ Mana Dkk
  • ความสูงวัยไม่ใช่เรื่องตัวเลขของอายุที่น่ากลัวอีกต่อไป การค้นหารูปแบบความสุขในแบบของตัวเองบวกกับอัพเดทเทรนด์การมีอายุยืนผ่านหนังสือหรือบทความออนไลน์ ช่วยเพิ่มบทสนทนาระหว่างคนรุ่นเรา รุ่นพ่อ และรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย TCDC Resource Center จึงอยากบอกต่อหนังสือดีที่ว่าด้วยเรื่อง “สูงวัย” ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย
  • Yim Lek Lek งานกระดาษสร้างรอยยิ้ม ด้วยความฝันเพื่อตัวเองและผู้อื่น
  • เมื่อนิยามของคำว่าสูงวัยได้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งเห็นได้จากวิถีชีวิตอันน่าสนใจของผู้สูงวัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของร่างกาย หากแต่ลุกขึ้นมายอมรับธรรมชาติและอยู่อย่างมีความหมายและไม่มองว่าตนเป็นภาระของสังคม จนบางคนเป็นถึงแฟชั่นไอคอน นักเขียน นักแสดง กระทั่งการมีทางเลือกการทำกิจกรรมมากมายเพื่อตอบโจทย์เขาเหล่านั้น อย่างเช่นคลาสโยคะหลักสูตรผู้สูงวัย เป็นต้น
  • จากสถิติพบว่า สิงคโปร์มีประชากรผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปี) เป็นจำนวนสูงที่สุดในเอเชีย (รองลงมาเป็นไทย) ทำให้ภาครัฐได้วางแผนและพัฒนาระบบต่างๆเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านนโยบายการเป็นประเทศ 'Nation for All Age' โดยมีการลงมือทำที่หลากหลาย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ของเมืองมารีน พาเหรด ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็น City for All Ages (CFAA)
  • ในอีกไม่ช้า คำว่า “สูงวัย” จะใช้กำหนดอะไรไม่ได้ เพราะสังคมผู้สูงอายุในวันนี้เต็มไปด้วยภาพของคนสูงวัยที่ตื่นตัวพร้อมทำงาน เริ่มต้นทดลองใช้โซเชียลมีเดีย ออกไปท่องเที่ยวพร้อมลูกหลาน รวมถึงการเกิดปรากฏการณ์ “หกศูนย์อีกครั้ง” (Second sixties) ที่กำลังกลับมา แล้วเราจะออกแบบชีวิตอย่างไรหากวันข้างหน้าเราจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ในอนาคตที่ใกล้ถึงนี้ ไม่มีคำว่าสูงวัยมาเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิตได้อีกต่อไป