Articles

« Back to Result | List

British Council เสนอ 5 กลยุทธ์สร้างสรรค์สู่การเป็น ‘Creative Cities’

home_intro.jpg

ในช่วงที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ อาจได้ยินคำว่า ‘Creative City' กันหนาหูมากขึ้นจากโครงการ Change Bangkok (http://www.changebangkok.com/) ซึ่งเป็นโครงการเพื่อการปรับปรุงภูมิทัศน์ของกรุงเทพมหานคร (โดยพื้นที่ที่ได้รับการโหวตจากประชาชนว่าสมควรได้รับการปรับปรุงมากที่สุด ได้แก่ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) โครงการ Change Bangkok นี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานระยะ 3 ปี ภายใต้ชื่อ ‘Creative Cities' (http://www.creativecities.org.uk) ที่ทาง British Council ได้ร่วมมือกับประเทศต่างๆ 12 ประเทศในเขตเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ด้วย 

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจมีคำถามในใจว่า "มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดที่เราจะต้องทำให้เมืองของเราให้เป็น creative city?"

มีหลายความเคลื่อนไหวจากทั่วโลกที่ยืนยันว่า ประเทศต่างๆ กำลังประยุกต์แผนพัฒนา "Creative city" นี้ ให้เป็นกลยุทธ์หลักอันหนึ่งเพื่อแข่งขันกันทางเศรษฐกิจ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ "ใช้เมืองเป็นจุดขายและดึงดูดการลงทุนของประเทศนั่นเอง"

ยกตัวอย่างเช่น เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ มีแผนพัฒนาเมืองระยะ 10 ปี ที่คาดว่าจะสามารถพัฒนาการลงทุนในอุตสาหกรรมภาคต่างๆ และสร้างเม็ดเงินได้ถึง 17,500 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 930,000 ล้านบาท) หรือแผนพัฒนาเมืองระยะ 30 ปีที่ชื่อ ‘Better Planning, Better Future' ของเมือง Adelaide ประเทศออสเตรเลียที่คาดว่าจะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้นถึง 5 พันล้านเหรียญได้ภายใน 5 ปี

creative_city-theme.jpg

ความเคลื่อนไหวเชิงรุกเหล่านี้ทำให้เราไม่อาจนิ่งนอนใจต่อทิศทางการพัฒนาเมืองของเราได้อีกต่อไป

การร่วมมือกับองค์กรด้านวัฒนธรรมอย่าง British Council นับเป็นอีกก้าวย่างหนึ่งของ 12 ประเทศในเอเชีย สู่การพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์ (Creative City) โดยแผนงานที่ British Council ได้นำเสนอต่อกลุ่มประเทศเอเชียนั้น มีแนวทางหลักครอบคลุม 5 แนวทางด้วยกัน ได้แก่

1. Cityscapers : การพัฒนากลุ่มบุคคลผู้มีบทบาทในการสร้างสรรค์เมืองใหญ่ อาทิ นักออกแบบ สถาปนิก วิศวกร โดยสนับสนุนให้บุคคลเหล่านี้ได้ทำงานผ่านโครงการเชิงปฏิบัติการ ร่วมกับโจทย์การออกแบบเมืองใหญ่ในสหราชอาณาจักร

2. Creative Catalysts : การสนับสนุน พัฒนา และสร้างเครือข่าย ของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative industries) โดยมีการคัดเลือกตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรม ภาคการศึกษา และสื่อ (media) จากประเทศที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อเดินทางไปศึกษาเยี่ยมชมหน่วยงานสำคัญต่างๆ ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของแต่ละประเทศ

3. Inclusive Cities : การสำรวจความเปลี่ยนแปลงจากการย้ายถิ่นฐานของคนเข้ามาในเมืองใหญ่ ซึ่งน่าจะส่งผลทำให้เมืองนั้นมีอัตลักษณ์และวัฒนธรรมที่ใหม่และหลายหลายขึ้น

4. Re-imagining the City : การจัดทำสารคดีเกี่ยวกับเมืองใหญ่ 8 เมือง ผ่านสื่อมัลติมีเดีย โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มศิลปิน D-Fuse จากประเทศอังกฤษ กับกลุ่มศิลปินท้องถิ่นภายใต้แนวคิดเรื่องโลกาภิวัฒน์ การขยายตัวของเมือง ฯลฯ

5. Transforming Public Spaces : การสนับสนุนการแสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ผ่านทางสภาพแวดล้อมและธรรมชาติของเมือง โดยแนวทางข้อที่ 5 นี้ เป็นการเปิดโอกาสให้คนในสายงานสร้างสรรค์ ศิลปิน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปในเมือง ได้มาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างสรรค์เมืองของพวกเขาขึ้นใหม่ เช่น ในประเทศจีน มีโครงการ Transforming Public Spaces: Chongqing ส่งเสริมความตระหนักรู้ในชุมชนเกี่ยวกับการใช้ศิลปะเพื่อพัฒนาเมือง หรือในประเทศเวียดนาม มีโครงการ Awakened Spaces เพื่อระดมความเห็นจากประชาชนว่า "มีถนนหรือสิ่งปลูกสร้างสาธารณะใดบ้างที่พวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลงใหม่" ซึ่งก็ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือเช่นกัน

สำหรับในประเทศไทย นอกเหนือจากโครงการ ChangeBangkok ซึ่งเป็นกิจกรรมภายใต้หัวข้อ Transforming Public Spaces แล้ว ยังมีโครงการ Art in the City ที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างนักออกแบบชาวไทย นักออกแบบชาวอังกฤษ และนิสิตจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประกอบไปด้วยการทำเวิร์คชอปให้กับโรงเรียนต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร และกิจกรรมการเสวนาภายใต้หัวข้อเรื่อง "เมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์" และอื่นๆ

นับเป็นข่าวดีของประชาชนชาวกรุงทุกคน ที่มีโครงการสร้างสรรค์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นแล้วในหลายต่อหลายแห่ง

เพราะกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ (ที่เกิดขึ้นจากภาคประชาชนเอง) เมื่อรวมกันมากเข้าก็จะกลายเป็น "เสียงสะท้อน" ที่ดีให้กับภาครัฐ ในอันที่จะกำหนดแผนงานในระดับนโยบายต่อไป

ข้อมูลและภาพจาก: http://www.creativecities.org.uk/


« Back to Result

  • Published Date: 2009-06-26
  • Resource: www.tcdcconnect.com