Articles

« Back to Result | List

Creative Enterpreneur: สวนศิลป์ บ้านดิน ธรรมชาติสถานเพื่องานศิลปะ (ภัทราวดีเธียเตอร์ ต.เจ็ดเสมียน จ.ราชบุรี)

เรื่อง: ปาริฉัตร จิระศักดิ์วิทยา

suansin1.jpg

สวนศิลป์บ้านดินฯ พื้นที่การแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม ที่ตั้งไกลออกไปจากกรุงเทพฯ ราว 90 กิโลเมตร แม้จะมีอายุเพียงขวบปี แต่กิจกรรมในทุกช่วงสุดสัปดาห์ก็ไม่เคยเงียบเหงา โดยเฉพาะเทศกาลดนตรีร่วมสมัยนานาชาติที่เพิ่งผ่านไป มีจำนวนผู้เยี่ยมชมเฉลี่ย 500 - 1,000 คนต่อวัน ว่ากันว่าช่วยเพิ่มรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ขายในย่านตลาดร้อยปีเจ็ดเสมียนได้ไม่น้อย (จาก 300 - 400 บาทเป็น 3,000 - 4,000 บาทต่อราย) นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้ศิลปะเข้าช่วยพัฒนาชุมชน แน่นอนว่าการจะดึงดูดให้ผู้คนเดินทางไปชมการแสดงในตำบลเล็ก ๆ นอกนครหลวง รวมถึงการเชื่อมโยงให้ผู้คนในท้องถิ่นมาเกี่ยวข้องกับเทศกาลศิลปะการแสดงด้วยนั้น ...ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

ก่อนที่วันนี้ตลาดเจ็ดเสมียน จ.ราชบุรี จะกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ พัฒนา และแลกเปลี่ยนในทางศิลปะ เป็นเวทีวัฒนธรรมที่สามารถรองรับการแสดงได้จากกว่า 10 ประเทศนี้ กระบวนการทำงานของสวนศิลป์บ้านดินฯ เริ่มต้นจากสามคำสั้นๆ ที่เราคุ้นเคยกันดี นั่นก็คือ "ศึกษา วิจัย พัฒนา"

market1.jpg

คณะทำงานได้เข้าศึกษาประวัติความเป็นมาของชุมชน ประชุมปรึกษาและทำงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อพลิกฟื้นตลาดนัดชุมชนหลังสถานีรถไฟเก่า (อายุร่วมร้อยปี) ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง จากนั้นก็ทำแผนปรับปรุง จัดระเบียบ ดูแลความสะอาด จัดการบ้านเรือนที่ทรุดโทรม ร้านทองเก่าที่ปิดตาย ให้กลายมาเป็น "พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ" บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาในอดีต โดยมีชาวบ้านเจ้าของเดิมเป็นผู้ดูแล

สวนศิลป์บ้านดินฯ เลือกที่จะสร้างเวทีการแสดงกลางแจ้งติดกับตลาด ไม่ไกลจากน้ำ เพื่อทำให้ศิลปะนั้นโยงใยอยู่กับวิถีชีวิตของผู้คนมากที่สุด ซึ่งกลยุทธ์การวางผังพื้นที่เช่นนี้ ไม่เพียงดีต่อการสนับสนุนศิลปะเข้าสู่พื้นที่เท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชนด้วย เพราะเมื่อผู้ชมมาดูการแสดง ก็มักจะหาของกินไปด้วย จากเดิมที่เคยขายกันตั้งแต่สามถึงหกโมงเย็น ปัจจุบันก็ขยายไปจนถึงสามทุ่ม

people.jpg

ในส่วนของพื้นที่การแสดง มีการแบ่งสันปันส่วนลานแสดงสำหรับศิลปินอาวุโสในท้องถิ่นโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงพวงมาลัย รำวงและการแสดงเชิงพิธีกรรม "เข้าผี" ที่หาชมได้ยาก การแยกส่วนสัดของพื่นที่ในลักษณะดังกล่าว นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมได้แล้ว ยังส่งผลให้คนดูมีทางเลือกในการชมศิลปะมากขึ้นด้วย ส่วนคนเล่นก็มีโอกาสเรียนรู้สิ่งที่เป็น "ของเรา-ของเขา" และ "ของเก่า-ของใหม่" อย่างจับต้นชนปลายถูก

show.jpg

หัวใจสำคัญอันหนึ่งสวนศิลป์บ้านดินฯ ถือปฏิบัติตลอดมาก็คือ ก่อนที่ทุกๆ การแสดงจะเริ่ม ผู้แสดงจะต้องสื่อสารกับผู้ชมถึงวิธีการชื่นชมและวิจารณ์งานศิลปะร่วมสมัย ตลอดจนมารยาทในการรับชมการแสดง ซึ่งหากจะเปรียบไปก็เหมือนกับ "การตลาด" แบบหนึ่ง เพราะการมอบความเข้าใจนั้น ก็คือการมอบอรรถรสในการรับชม ทำให้ผู้ชมบริโภคงานศิลป์ได้เต็มอิ่มยิ่งขึ้นนั่นเอง ดังนั้น แม้ว่าจะไม่มีนโยบายเก็บค่าเข้าชมการแสดง แต่ประชาชนก็จะมอบสินน้ำใจต่อ "ความสุข" ที่เขาได้รับผ่านกล่องรับบริจาค เพื่อสนับสนุนนักแสดงและงานศิลปะตามความสมัครใจและความสามารถของแต่ละคน

room1.jpg

ธุรกิจที่อยู่ได้ขายดีนั้น ใช่ว่าจะสำคัญที่การเร่งสร้างเม็ดเงินเสมอไป แม้ว่าโรงละครเล็กๆ แห่งนี้จะไม่ได้ลงทุนสูงมากมายในเชิงสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานก็เป็นชาวบ้านและเด็กนักเรียนในละแวกนั้น แต่ทุกการใช้จ่ายก็จำเป็นต้องคำนึงถึงรายได้ที่จะเวียนกลับมาด้วย ฉะนั้นแล้ว เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ของโรงละครให้มีความต่อเนื่องและรักษาสมดุลอันดีของรายรับรายจ่ายไว้ สวนศิลป์บ้านดินฯ จึงต้องหารายได้เสริมด้วยการเสนอบริการเป็น สถานที่พักแรม สถานที่จัดเลี้ยงสัมมนา ร้านกาแฟ และอื่นๆ ประกอบไปด้วย

room2.jpg

อย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจเสริมดังกล่าวไม่ได้เป็นไปในรูปแบบ "ขายซีซั่นเดียว อยู่ได้ทั้งปี" บริการที่นี่เลือกนำเสนอราคาที่สมเหตุสมผล เพื่อให้กลุ่มนักเรียนนักศึกษา ศิลปิน และชาวบ้านธรรมดาสามารถเข้าถึงได้ นั่นเองทำให้กิจการนี้มีเอกลักษณ์ มีเป้าหมายที่ชัดเจน และ "ขายได้เรื่อยๆ" ตลอดปี

ปัจจุบันสวนศิลป์บ้านดินฯ เริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากปากต่อปาก สำหรับศิลปินต่างชาติแล้ว เวทีเล็กๆ นอกแผนที่โลกแห่งนี้ ช่วยให้พวกเขาได้สัมผัสกับความเป็นท้องถิ่นไทย ได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางศิลปะกับผู้คนที่มีรากเหง้าวัฒนธรรมต่างกัน ส่วนคนในชุมชนเองเมื่อมีกิจกรรมที่เสริมสร้างรายได้แบบนี้ ก็เกิดสำนึกศรัทธาในพื้นที่บ้านเกิดมากขึ้น ลูกหลานคนเจ็ดเสมียนที่เคยย้ายไปศึกษาและทำงานในต่างถิ่น ก็หันกลับมาช่วยสร้างสรรค์พัฒนา หารายได้ในถิ่นกำเนิดของตนควบคู่ไปกับพื้นที่กิจกรรมดังกล่าว

ไม่แน่ว่า ในอนาคต เมื่อคนพูดถึงเทศกาลดนตรีและศิลปะการแสดงนานาชาติ ที่มักจัดกันในบรรดาเมืองเล็กๆ สงบๆ นอกเมืองหลวง เช่น อิพสวิชในอังกฤษ วินนิเพ็คในแคนาดา หรือมิเนสโซต้าในอเมริกา อาจต้องกล่าวรวมถึง "ตลาดเจ็ดเสมียน ไทยแลนด์" เข้าไปด้วย

« Back to Result

  • Published Date: 2009-07-03
  • Resource: www.tcdcconnect.com