Articles

« Back to Result | List

Creative Economy ฉบับย่อมเยา – เข้าถึงได้

นอกจากประเด็นเรื่องเศรษฐกิจโลกแล้ว หัวข้อยอดฮิตที่มักได้ยินได้ฟังกันในแวดวงธุรกิจช่วงนี้ ก็เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับนวัตกรรมใหม่ๆ เทคโนโลยีอันก้าวล้ำ ฯลฯ ซึ่งเรื่องพวกนี้บางทีเรายิ่งพูด คนรอบข้างยิ่งเดินหนี ซึ่งไม่ใช่ว่า เขาโง่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เราพูดนะครับ แต่เพราะเขาเหล่านั้นรู้สึกว่า "มันไกลตัวเกินไป" ไกลจนกระทั่งมันบั่นทอนจิตใจว่า ธุรกิจการค้าเล็กๆ ของเขาจะอยู่รอดได้อย่างไร กับสภาวะที่เงินลงทุนก็น้อย การแข่งขันก็สูง แล้วเครื่องมือในการแข่งขันยังจะแพงแสนแพงอีก ยิ่งช่วงนี้ต้องมาเจอกับคำว่า "Creative Economy" หรือ "เศรษฐกิจสร้างสรรค์" เข้าไปอีกตลบ ทำเอาหลายคนเหม่อไปเพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก

ก่อนอื่นต้องขออธิบายว่า "ความคิดสร้างสรรค์" หรือ "การสร้างความแตกต่าง" นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานออกแบบเสมอไปนะครับ แค่การพลิกมุมมองกับสินค้าที่คุณขายอยู่ทุกวัน ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้ อีกทั้งการสร้างแบรนด์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้อง "คิดใหญ่" จนหมดปัญญาทำด้วย การซื้อโฆษณา แจกใบปลิว ติดป้ายประกาศ หรือจ้างพริตตี้สวยๆ มายืนขายสินค้านั้น ไม่ได้การันตีว่า แบรนด์จะเกิดได้เสมอไป อันที่จริงถ้าเราทำร้านค้ารถเข็นเล็กๆ แต่มีสินค้า/บริการที่แตกต่างและโดนใจ ตอบสนองชุมชนในพื้นที่รัศมี 1 กิโลเมตรได้อยู่หมัด นั่นก็ถือว่า "แบรนด์" ของเราประสบความสำเร็จในระดับย่อมๆ แล้ว

aou-jung.jpg 

วันนี้ผมขอนำเสนอตัวอย่างธุรกิจเล็กๆ อันหนึ่งที่ผมไปพบมา เพื่อเป็นเครื่องจุดประกายให้กับคุณผู้อ่านที่ทำธุรกิจระดับเดียวกัน

กรณีแรกคือร้านขายน้ำปั่นชื่อ "ร้านอ้วนจัง" เป็นร้านเล็กๆ หลังคามุงผ้าใบ มีพื้นที่ประมาณ 8 ตารางเมตร ตั้งอยู่ริมถนนตรงข้ามวัดสุทธิวราราม น้ำปั่นอ้วนจังนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปของเด็กนักเรียนในละแวกนั้น เด็กๆ (ลูกค้า) จะแวะเวียนมาหากันตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน หรือนั่งเล่นหน้าร้านกันจนเย็นย่ำ

น้องเล็กกับน้องเอ ผู้เป็นเจ้าของร้าน ประสบความสำเร็จในการพลิกโฉมน้ำผลไม้ปั่นธรรมดาแก้วละ 10 บาท มาเป็นเครื่องดื่มปั่นที่ตั้งราคาได้ถึง 15-40 บาทต่อแก้ว ด้วยการพลิกไอเดียง่ายๆ กับคำถามที่ว่า "ทำไมต้องปั่นแต่น้ำผลไม้อย่างเดียว" พวกเขาจะทำ "เครื่องดื่มปั่นที่มีส่วนผสมกว่า 50 ชนิด" มาให้ลูกค้าลิ้มลอง

ส่วนผสมนั้นมีตั้งแต่ Kit Kat, Corn Flake, Vanilla Butter, Strawberry Shot, ปีโป้, โยเกิร์ตสด, Milo Cookies, โอโจ้ , Twinkie, Nestvita, Choc-Malt, Lipton Tea, น้ำผึ้ง ฯลฯ พร้อมผลไม้สดหลากหลายชนิด อาทิ กีวีสด สตรอเบอร์รี่ แก้วมังกร ลูกพีช ฯลฯ ลูกค้าของร้านอ้วนจังสามารถ Mix&Match ส่วนผสมได้ตามใจชอบ หรือจะเลือกจากเมนูที่ทางร้านคิดค้นขึ้นแล้วกว่า 100 เมนูก็ได้

ปัจจุบันร้านอ้วนจังมีสโลแกนว่า "If you dare to drink, we will shake it" โดยเมนูล่าสุดคือ น้ำปั่นชีสเค้กครีม ที่มีรสชาติเหมือนกับได้ทานชีสเค้กสด โดยคุณสามารถเลือกผลไม้มาเป็น Topping ได้กว่า 20 ชนิด

creative_eco2.jpg

ถัดจากน้ำปั่นมาเป็นเรื่องของไข่ต้ม ตัวอย่างที่สองที่ผมภูมิใจเสนอคือ "รถเข็นขายไข่ต้มทรงเครื่อง" ซึ่งเจ้าของร้านได้ปรับเปลี่ยนรถเข็นปกติ มาเป็น "โชว์รูมไข่ต้ม" ที่แกะเปลือกแล้วกว่า 200 ฟอง พร้อมกันนั้นก็มีน้ำยำทรงเครื่อง (ที่ปรุงสำเร็จแล้ว) เตรียมไว้ในโถสูง บวกกับเครื่องเคียงพวกผักหอม แตงกวา หอมใหญ่ ฯลฯ สำหรับทำเครื่องยำ ร้านไข่ต้มทรงเครื่องนี้ขายไม่แพง (3 ลูก 20 บาท) แต่ด้วยความที่เขาฉีกภาพลักษณ์ตัวเองออกมาจาก "ไข่ต้มราดซอสแม๊กกี้" ทั่วๆ ไป ก็ทำให้มีลูกค้าเข้าคิวลองของกันยาว

เห็นมั้ยครับว่าการฉีกแนวคิดเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นั้น บางครั้งก็ไม่ต้องการเงินลงทุนมหาศาลแต่อย่างใด แค่รู้จัก "มองให้ต่างมุม" เราก็สามารถสร้างความแตกต่างที่สอดคล้องกับชุมชนหรือกลุ่มผู้บริโภคแถวบ้านเราได้ เป็นวิธีการสร้างมูลค่าอย่างหนึ่ง เอาไว้ใช้ต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจถดถอยครับ

ประเด็นเด่น
1. การสร้างนวัตกรรมหรือสิ่งสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีต้นทุนสูงลิ่วเสมอไป
2. การพลิกไอเดียจากสิ่งที่เคยเห็น สามารถสร้างความแตกต่างขึ้นได้
3. ความแตกต่างคือสิ่งที่สร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้
4. เริ่มเล็กๆ ด้วยการเป็น "แบรนด์ของชุมชน" ซึ่งจะเป็นฐานต่อยอดความสำเร็จต่อไปในอนาคต

« Back to Result

  • Published Date: 2009-07-09
  • Resource: www.tcdcconnect.com