Articles

« Back to Result | List

“มูร์ร่าห์ ฟาร์ม” ผลิตภัณฑ์จากนมควาย โอกาสของตลาดใหม่

murrah-1.jpg

ในขณะที่หลายประเทศดื่มและแปรรูปนมควายกันมานานแล้ว แต่ในเมืองไทยนมควาย คงติดปัญหาด่านแรกเรื่อง "ชื่อ" (ที่มาพร้อมกับทัศนคติอันไม่ค่อยจะดีนักในด้านสติปัญญา)

แต่จากวันนี้ไป ตลาดของนมควายกำลังจะเปิดกว้างขึ้น ด้วยการบุกเบิกของ รัญจวน เฮงตระกูล และชาริณี ชัยยศลาภ คู่แม่ลูกที่เห็นความเป็นไปได้จากวิกฤตของกิจการเดิม ประกอบกับองค์ความรู้ใหม่จากวงวิชาการ

บ่ายวันหนึ่ง ณ ร้านมูร์ร่าห์คาเฟ่ แอนด์ บิสโทร (Murrah Cafe and Bistro) ชาริณี ชัยยศลาภ ผู้จัดการบริษัทมูร์ร่าห์ แดรี่ จำกัด เล่าให้เราฟังถึงการสร้างธุรกิจใหม่ของเธอ ในฐานะผู้ประกอบการฟาร์มนมควายเต็มรูปแบบแห่งแรกของประเทศ

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส
เมื่อธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวชาริณี คือการรับแปรรูปหนังสัตว์เป็นผลิตภัณฑ์กัดแทะสำหรับสุนัข (Dog Chew) ประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ (ที่เคยสั่งได้จากจีนและเวียดนาม) ส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจ OEM ที่เน้นการรับจ้างผลิตและส่งออก รัญจวน เฮงตระกูล ผู้แม่ จึงมองหาธุรกิจใหม่ที่เธอสามารถบริหารควบคุมวัตถุดิบได้เอง

ในช่วงแรกรัญจวนมุ่งไปที่การผลิตหนังสัตว์ จึงคิดริเริ่มทำฟาร์มควายเพื่อผลิตหนังเอง

เธอได้รับคำแนะนำจากอาจารย์มณีวรรณ กมลพัฒนะ นักวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เลี้ยงควายนมพันธุ์มูร์ร่าห์ (Murrah) แทนที่จะเลี้ยงควายปลักแบบที่เกษตรกรทั่วไปนิยม ทั้งนี้เพื่อเธอจะสามารถรีดนมสร้างรายได้ไปด้วยในระหว่างการขุนควายจนถึงเวลาใช้เนื้อหนัง รัญจวนได้เดินทางไปศึกษาดูงานกับอาจารย์มณีวรรณในหลายประเทศ เช่น อิตาลี อินเดีย จีน และบัลแกเรีย จนเกิดแรงบันดาลใจเบนเข็มมาเลี้ยงควายนมในที่สุด

murrah-2.jpg

ฟาร์มควายมูร์ร่าห์จึงถือเกิดขึ้นบนที่ดินปฏิรูปเพื่อการเกษตรขนาด 400 ไร่ ที่ตำบลหนองไม้แก่น จังหวัดฉะเชิงเทรา เริ่มเลี้ยงจากหลักสิบ เพิ่มเป็นหลักร้อย จนปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้มีควายอยู่กว่า 300 ตัวแล้ว

"อิตาลีคือที่ที่ทำให้คุณแม่ได้เห็นภาพใหญ่ของทั้งธุรกิจ เพราะที่นั่นมีทั้งฟาร์มควายนม โรงงานแปรรูปนมควายเป็นชีสมอสซาเรลลา (ซึ่งทำจากนมควายเท่านั้น) หน้าโรงงานก็มีร้านขายชีสเล็กๆ ขายของสดใหม่วันต่อวัน มีคนเข้าคิวซื้อทุกวัน คุณแม่จึงเกิดแรงบันดาลใจอยากที่จะทำแบบนั้นบ้าง" ชาริณีกล่าว

"ช่วงเวลา 4 ปีแรกหมดไปกับการปรับพันธุ์ควายที่ได้มาให้พร้อมต่อการรีดนม การปรับปรุงพื้นที่รกร้างให้เหมาะสมกับการทำฟาร์ม คือสามารถเลี้ยงสัตว์ และเพาะปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารสัตว์ได้ด้วย จนเมื่อเข้าปีที่ 5 ถึงได้เริ่มรีดนมกันค่ะ"

ชีสและผลิตภัณฑ์นมควาย
เมื่อทำตลาดขายน้ำนมดิบไปได้สักพักใหญ่ การทดลองแปรรูปน้ำนมก็เริ่มต้นขึ้น โดยมีชาริณีเป็นผู้ต่อยอดด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และวางแผนการตลาด เธอตัดสินใจสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมขึ้นเองภายในฟาร์ม และทดลองแปรรูปนมควายเป็นสินค้าหลายชนิด

murrah-3.jpg

"ช่วงปีแรกก็ค้นคว้าหาสูตรมาลองทำเอง แล้วส่งให้ผู้คนชิมเพื่อขอคำแนะนำ จากนั้นจึงได้ไปเรียนทำชีสที่อิตาลี ณ โรงงาน Taverna Penta ที่เมือง Pontecagnano เมื่อกลับมาก็นำสูตรของที่นั่นมาใช้ ค่อยๆ ปรับไปเรื่อยๆ เพราะคุณภาพนมที่เมืองไทยต่างจากนมที่อิตาลีค่ะ"

ชาริณีหมั่นส่งชีสที่เธอทำให้เชฟชิม เพื่อขอคำติชมไปปรับพัฒนาให้ชีสมีคุณภาพดีขึ้น จากนั้นก็ทดลองต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ จนตอนนี้ผลิตภัณฑ์นมควายของมูร์ร่าห์มีทั้งนมสด โยเกิร์ต มอสซาเรลลาชีส เนย น้ำมันเนยแบบกินเดียหรือกีห์ (Ghee) และพุดดิ้ง

จากมูร์ร่าห์ฟาร์ม ถึง มูร์ร่าห์คาเฟ่ แอนด์ บิสโทร
กิจการของมูร์ร่าห์ แดรี่ แบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือ มูร์ร่าห์ ฟาร์ม ที่มีรัญจวนเป็นผู้ดูแลการผลิตอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่วนชาริณีทำหน้าที่บริหารการตลาด และดูแลร้านมูร์ร่าห์ คาเฟ่ แอนด์ บิสโทร ที่กรุงเทพฯ

ชาริณีเริ่มนำสินค้าเข้าวางขายในซุปเปอร์มาร์เกตระดับบน เช่น วิลล่ามาร์เก็ต ที่มีฐานลูกค้าตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเธอ และเปิดร้านมูร์ร่าห์ คาเฟ่ แอนด์ บิสโทร ในหมู่บ้านสัมมากร เพื่อเป็นช่องทางการศึกษา-ทดลองตลาดเอง โดยคอนเซ็ปท์ของทางมูร์ร่าห์ คาเฟ่ฯ คือ จะมีเมนูหลักเป็นอาหารที่ปรุงด้วยชีสและผลิตภัณฑ์จากนมควาย รวมไปถึงการวางขายสินค้าต่างๆ จากมูร์ร่าห์ฟาร์มด้วย

murrah-4.jpg

ไม่นานชาริณีก็รู้ชัดว่าลูกค้าหลักของเธอคือ ชาวต่างชาติและคนไทยที่ชอบอาหารฝรั่ง ปัญหาในช่วงแรกคือการทำความเข้าใจกับลูกค้าไทยว่า "ดื่มนมควายไม่เกี่ยวกับความโง่" โดยต้องให้ข้อมูลเพื่อแก้ทัศนคติเดิมๆ ที่ติดมากับภาษา เธอจึงทำโบรชัวร์เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสารอาหาร และประโยชน์ของนมควาย รวมทั้งคอยพูดคุยทำความเข้าใจกับลูกค้าใหม่อยู่เสมอๆ

ฟาร์มเครือข่าย + แฟรนไชส์ = ทิศทางการเติบโต
แม้ว่าโอกาสการเติบโตของตลาดนมควายจะเปิดกว้างขึ้น แต่กำลังการผลิตของมูร์ร่าห์ ฟาร์ม ยังมีจำกัด ชาริณีมองว่ากลยุทธ์ที่จะช่วยสร้างฐานการผลิตในประเทศให้ใหญ่และยั่งยืนได้ ก็คือ การหาฟาร์มเครือข่าย กระจายกำลังผลิตไปสู่เกษตรกรรายย่อย แล้วตั้งเป็นสหกรณ์รับซื้อน้ำนมมาแปรรูป

เธอคาดหวังว่า หากในอนาคตมีวัตถุดิบและกำลังการผลิตมากพอ เธอจะสามารถสร้างแบรนด์มูร์ร่าห์ให้แข็งแกร่งขึ้นได้ โดยจะเพิ่มช่องทางการจำหน่ายตรงเข้าร้านอาหาร และวางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งมากขึ้น (ขณะนี้สามารถส่งได้เพียงแห่งเดียว) นอกจากนั้น ยังมองถึงการเปิดบูธขายตามห้างสรรพสินค้า และขยายเป็นระบบแฟรนไชส์ในอนาคตด้วย

เจาะประเด็นเด่นกับมูร์ร่าห์ฟาร์ม
- มองตลาดใหม่ที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน เมื่อคุณเป็นผู้บุกเบิกตลาด โอกาสที่จะเติบโตก็มีได้มาก
- หาความรู้ก่อนการตัดสินใจทำธุรกิจ ในธุรกิจที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะด้าน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและการฝึกฝนด้วยตนเองเป็นสิ่งจำเป็น

« Back to Result

  • Published Date: 2009-07-09
  • Resource: www.tcdcconnect.com