Articles

« Back to Result | List

นครโตรอนโตตอบคำถามว่า “ทำไมต้อง Creative City – Creative City ทำยังไง”

เรื่อง : ชัชรพล เพ็ญโฉม

1.jpg

"นักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งที่มหาวิทยาลัยโตรอนโตกำลังพยายามแก้ไขปัญหาที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการวินิจฉัย เธอต้องใช้วิธีการที่ยุ่งยากและซับซ้อนที่สุดในการส่องเข้าไปในร่างกายมนุษย์ ขณะที่กำลังถกเถียงปัญหาดังกล่าวกับเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งในโถงทางเดินนั้น นักวิทยาศาสตร์ทั้งสองได้พบปะกับผู้คนจากหลายสาขา จนกระทั่งในที่สุดก็ได้ฟอร์มทีมทำงานขึ้นใหม่ อันประกอบไปด้วยนักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ศิลปินผู้เชี่ยวชาญการใช้สื่อภาพดิจิตอลขั้นสูง นายทุนที่สนใจลงทุนในเทคโนโลยี ทนายผู้ดำเนินการเรื่องสิทธิบัตร และผู้เชี่ยวชาญด้านวาณิชธนกิจและทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งหมดได้ร่วมมือกันทำงานภายในเวลาเพียง 1 ปี ผลักดันให้เกิดระบบการวินิจฉัยแบบใหม่ที่สามารถนำมาใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์"

คำบอกเล่าข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ อันหนึ่งที่เป็นดอกผลจาก "แผนการพัฒนาเมืองโตรอนโต" ประเทศแคนาดา ซึ่งปัจจุบันนี้ถือเป็นมหานครที่ผู้คนอาศัยอยู่มากที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปอเมริกาเหนือ หลายคนมองว่าเมืองๆ นี้กำลังตีคู่ขึ้นเทียบชั้นกรุงนิวยอร์คของสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว

ในรายงานแผนการพัฒนาเมืองโตรอนโตระบุไว้ว่า ทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของโลกในช่วง 150 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจ ลักษณะการบริหารรัฐ และสัดส่วนการกระจายตัวของประชากรตามพื้นที่ ดังต่อไปนี้

ค.ศ. 1867 ค.ศ. 1967 ค.ศ. 2007
ลักษณะการบริหารรัฐ จักรวรรดินิยม รัฐชาติ เมืองและภูมิภาค
ระบบเศรษฐกิจ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่พึ่งพาวัฒนธรรมและเทคโนโลยี
สัดส่วนการกระจายตัวของประชากรในชนบท/ในเมือง 80/20 40/60 20/80

ซึ่งเมื่อแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเป็นไปในลักษณะดังกล่าว ประเด็นเรื่อง "การพัฒนาเมืองใหญ่อย่างสร้างสรรค์" จึงลอยลำมาเป็นวาระสำคัญที่ทั้งผู้บริหารและชาวเมืองโตรอนโตต่างก็ให้ความสนใจ โดยมีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันก็คือ "ความเป็นอยู่ที่ดีของชาวเมืองในระยะยาว" นั่นเอง

ด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว แผนแม่บทและแผนเชิงปฏิบัติการที่ชัดเจนได้ถือกำเนิดขึ้นภายใต้กรอบแนวคิดหลัก 3 ประการ อันได้แก่ 1. ความมั่งคั่ง (Prosperity) 2. ความน่าอยู่ (Liveability) และ 3. โอกาส (Opportunity) โดยผู้บริหารเมืองได้กำหนดให้ใช้ "ความคิดสร้างสรรค์" (Creativity) เป็นหัวใจในการวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ ทั้งหมด

เป้าหมายในการสร้างความมั่งคั่ง (Agenda for Prosperity) องค์ประกอบที่ดำเนินการเพื่อเป็น Creative City (Creative City Elements)
ยกฐานะเมืองเป็น "เมืองของโลก"
เพื่อดึงดูดการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว รวมทั้งเสริมสร้างชื่อเสียงของเมืองในด้านเอกลักษณ์เฉพาะ และความหลากหลายในเชิงเศรษฐกิจ
(Internationalization- Global Toronto)
World Cultural Capital เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมของโลกด้วยการสนับสนุนงาน เทศกาล และกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ ตลอดจนมีการสร้างระบบโครงสร้างภายในเชิงวัฒนธรรม เพื่อผลักดันให้โตรอนโตเป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของโลกให้ได้ นอกจากนั้นยังมีการสร้างพิพิธภัณฑ์ ศูนย์กลางดำเนินงานด้านศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อแสดงถึงความหลากหลายของเมือง
ขยายกลุ่มอุตสาหกรรม สร้างศูนย์ปฏิบัติงานทั่วเมือง
สนับสนุนให้เกิดการสร้างงาน และการปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างผลผลิตจากการออกแบบ
(Business Climate-Proactive Toronto)
Culture, Place and Urban Design มีการตั้งคณะกรรมการดูแลด้านการออกแบบ (Design Review Panel) ชนิดถาวร เพื่อสนับสนุนและพัฒนาเครื่องมือ/วิธีการในการวางแผนด้านวัฒนธรรมของเมือง อันได้แก่ การทำแผนที่แหล่งวัฒนธรรม การบริหารงานและการมีส่วนร่วมของชุมชน มีการจัดโซนการบูรณะเชิงวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมให้แข็งแรงนอกจากนั้นยังมีการสร้างเขตวัฒนธรรมรอบๆ เมือง เพื่อเผยแพร่ผลงานทางศิลปะ และสนับสนุนการใช้ความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย
วางแผนเชิงนโยบายและเชิงปฎิบัติการเพื่อดึงดูดการลงทุนและการสร้างงาน (Productivity and Growth-Creative Toronto) Creativity and Innovation สนับสนุนให้มีการสร้างศูนย์ความร่วมมือด้านวัฒนธรรมสร้างสรรค์หลายแห่ง และกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ ที่ทำให้อุตสาหกรรมการออกแบบและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของเมืองเข้มแข็งขึ้น นอกจากนั้น ยังมีการลงทุนเพิ่มเติมในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และระบบโครงสร้างภายในเชิงวัฒนธรรมเพื่อสร้างงานและความมั่งคั่ง รวมทั้งยังมีการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ อันจะช่วยดึงดูดและคงไว้ซึ่งทรัพย์สินทางวัฒนธรรมและพัฒนาศักยภาพเชิงพาณิชย์ของโตรอนโต
เสริมศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคล และให้คำแนะนำ-ให้โอกาสการฝึกงานแก่เยาวชน (Economic Opportunity and Inclusion-One Toronto)
Inclusion and Engagement ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรมผ่านศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของชุมชน กระตุ้นให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรม ด้วยการลดราคา/แจกฟรี บัตรชมละคร ภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ เทศกาลภาพยนตร์ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่นๆ

2.jpg

ไม่เฉพาะแต่พลังผลักดันของภาครัฐเท่านั้นที่กำลังขับเคลื่อนเมืองๆ นี้ให้เดินหน้า ในฐานะพลเมืองผู้เป็นองค์ประกอบของเมืองสร้างสรรค์ ภาคเอกชนของโตรอนโตต่างก็ช่วยกันตั้งโจทย์ใหม่ๆ เพื่อใช้ความสร้างสรรค์เป็นกลยุทธ์ "ทำงาน" กันในหลายรูปแบบ เราจะเห็นว่า ณ วันนี้ โตรอนโตมีองค์กรมากมายที่ดำเนินงานสนับสนุนนโยบายการพัฒนา Creative City นี้อยู่แบบคู่ขนาน ยกตัวอย่างเช่น วิทยาลัยศิลปะและการออกแบบออนตาริโอ (Ontario College of Art and Design) สถาบันสอนดนตรี Royal Conservatory of Music, พิพิธภัณฑ์ Royal Ontario Museum, หอศิลป์โตรอนโต (Art Gallery of Toronto) พิพิธภัณฑ์ Gardiner และโรงเรียนสอนศิลปะการแสดง The Young Centre และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต (The Toronto International Film Festival) ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก เป็นต้น

ทำไมต้อง Creative city? Creative city ทำยังไง? คิดว่าแผนพัฒนาเมืองโตรอนโตรอบนี้ คงตอบปัญหาคาใจให้เราได้บ้างไม่มากก็น้อย หรืออย่างน้อยที่สุดก็น่าจะทำให้เราตระหนักได้ว่า หากเรานึกจะสร้าง "ความสร้างสรรค์ใหม่" ให้เกิดขึ้น​ ณ ที่ใดก็ตาม กุญแจสำคัญก็คือ "มวลชน" ในที่แห่งนั้นต้อง "หันหน้าเข้าหากัน" ก่อนเป็นอันดับแรก

ข้อมูลจาก: Creative City Planning Framework. A Supporting Document to the Agenda for Prosperity: Prospectus for a Great City โดย AuthentiCity เพื่อ The City of Toronto by AuthentiCity กุมภาพันธ์ ค.ศ.2008

ภาพจาก:
http://oisa.mcmaster.ca/med/toronto-canada.jpg

http://1001arabian.net/tourist/bigimages/Birds%20Eye%20View%20of%20Toronto,%20Canada.jpg

http://freephotooftheday.clientk.com/wp02/wp-content/uploads/2008/04/roy-thomson-hall-toronto-canada.JPG


« Back to Result

  • Published Date: 2009-07-16
  • Resource: www.tcdcconnect.com