Articles

« Back to Result | List

คู่มือฉบับย่อสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ เมื่อคุณต้องการใช้งานมัณฑนากร (Interior Designer)

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล

d.jpg

มัณฑนากร (หรือ นักออกแบบสถาปัตยกรรมภายใน) คือ นักออกแบบที่ประยุกต์ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์องค์ประกอบทางกายภาพหรือสภาพแวดล้อมของสิ่งปลูกสร้าง โดยต้องคำนึงถึงการจัดสรรพื้นที่ใช้สอย คุณค่าทางความงาม และความปลอดภัยสำหรับผู้ที่จะต้องมีฏิสัมพันธ์กับพื้นที่นั้นๆ สิ่งปลูกสร้างหรือพื้นที่ที่กล่าวถึงนี้อาจจะเป็น บริเวณภายในอาคารที่อยู่อาศัย อาคารสาธารณะ พื้นที่ภายในยานยนต์ประเภทต่างๆ (เช่น เครื่องบิน รถโดยสาร เรือ) พื้นที่แสดงสินค้า พื้นที่นิทรรศการ รวมถึงการจัดส่วนแสดงสินค้าภายในร้านค้าด้วย

ในปัจจุบันมัณฑณากรไม่ได้ทำหน้าที่แค่เพียงให้คำปรึกษาเรื่องสี พื้นผิว วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ แสง พื้นที่ว่าง และนำเสนองานออกแบบเท่านั้น แต่ได้เข้ามามีบทบาทในรายละเอียดที่กว้างขึ้น โดยต้องทำความเข้าใจในมิติอื่นๆ ของการดำรงชีวิตด้วย เช่น การตลาด เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ประเพณี ฯลฯ เพราะทุกองค์ประกอบข้างต้นล้วนเป็นวัตถุดิบทางความคิดที่สามารถนำมาใช้อ้างอิงในการออกแบบได้ทั้งสิ้น

a.jpg

ประโยชน์ของการใช้งานมัณฑนากร
สำหรับอาชีพมัณฑนากร นอกจากความรู้ ทักษะ และความสามารถในด้านการออกแบบแล้ว นักออกแบบกลุ่มนี้จะมีความเข้าใจในรายละเอียดด้านวัสดุเป็นอย่างดี สามารถประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อการตกแต่งได้อย่างเหมาะสม รวมไปถึงมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการ ทำงานใกล้ชิดกับผู้รับเหมาก่อสร้าง รู้วิธีการประสานงาน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ทำให้ผลงานการออกแบบมีคุณภาพดีและเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนั้น มัณฑนากรที่มีประสบการณ์สูงอาจให้คำแนะนำเกี่ยวกับแหล่งวัสดุที่แปลกใหม่หายาก และเรื่องราคาวัสดุที่เหมาะสมได้อีกด้วย ซึ่งทักษะและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเหล่านี้ คือปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้

ประเภทงานของมัณฑนากร
1. งานออกแบบตกแต่งพื้นที่ใช้สอยเพื่อธุรกิจ (Commercial Space) อาทิ สำนักงาน โรงแรม รีสอร์ท สปา ร้านอาหาร โรงพยาบาล คลีนิค ศูนย์บำบัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานที่ราชการ หน่วยงานรัฐต่างๆ ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก ห้องสมุด พื้นที่ภายในเครื่องบิน ฯลฯ

นอกเหนือจากรูปร่างหน้าตาของพื้นที่ที่ดูสวยงามจากรสนิยมการออกแบบแล้ว งานสถาปัตยกรรมภายในยังช่วยให้การลงทุนในพื้นที่ใช้สอยเหล่านั้นสร้างประโยชน์และผลกำไรได้มากน้อยต่างกันด้วย มัณฑนากรที่เชี่ยวชาญในการออกแบบพื้นที่เชิงธุรกิจจะต้องมีประสบการณ์ มีการศึกษาวิจัย มีความรู้และทักษะในการแก้ปัญหาหลากหลาย เพื่อที่จะตอบสนองต่อข้อจำกัดด้านวัสดุ ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี รวมทั้งตอบสนองต่อเงื่อนไขทางการตลาด กฎหมายควบคุมอาคาร หรือแนวโน้มของการออกแบบในปัจจุบัน (Design Trend) ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ผลงานสามารถรอบรับความต้องการของอนาคตได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่า

2. งานออกแบบตกแต่งพื้นที่ใช้สอยเพื่ออยู่อาศัย (Residential Space)
มัณฑนากรทำได้มากกกว่าการช่วยตัดสินใจเลือกเฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน หรือสีห้อง แต่สามารถช่วยนำเสนอคุณค่าความงามที่ประกอบกันอย่างลงตัวกับประโยชน์ใช้สอยของพื้นที่ โดยนำเอาศาสตร์การออกแบบแขนงต่างๆ มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม อาทิ การจัดไฟ การเก็บเสียง การจัดวางและกำหนดขนาดของเครื่องใช้ที่สัมพันธ์กับการใช้ชีวิตประจำวัน รวมไปถึงความต้องการเฉพาะด้านอื่นๆ ของผู้ที่อยู่อาศัยด้วย ทำให้การพักอาศัยของมนุษย์ในพื้นที่หนึ่งๆ เป็นไปอย่างสะดวกสบาย ถูกสุขลักษณะ และปลอดภัย

c.jpg

ระบบและขั้นตอนการทำงานของมัณฑนากร
โดยภาพรวมแล้วขั้นตอนในการทำงานของมัณฑนากรสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้

ส่วนที่ 1 : PRESALE PROCESS ขั้นตอนการแนะนำตัว สร้างความมั่นใจ ทำความเข้าใจ และระบุข้อตกลง
- มัณฑนากร/บริษัทออกแบบแนะนำตัวเองกับลูกค้า แสดงประวัติ ผลงานในอดีต ระบบการทำงาน วิธีคิดงาน ไปจนถึงตัวอย่างการแก้ไขปัญหาในงานออกแบบ

- มัณฑนากร/บริษัทออกแบบรับฟังขอบเขตของงาน (Brief) จากลูกค้า พร้อมตั้งคำถามของโครงงานที่จะทำอย่างละเอียด จนกว่าจะเป็นที่เข้าใจการให้ Brief เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะมัณฑนากร/บริษัทออกแบบจำเป็นต้องใช้ข้อมูลและเงื่อนไขต่างๆ จาก Brief นี้ เพื่อวางแผนและวางกลยุทธ์ในการทำงาน หาก Brief ที่ได้รับมีข้อผิดพลาดหรือขาดความชัดเจนแล้ว โอกาสที่ผลงานออกแบบจะออกมาดี เป็นไปอย่างที่คาดหวังก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดย Brief ที่ดีนั้นควรมีองค์ประกอบหลักๆ ดังต่อไปนี้
-
ประวัติ ที่มา และลักษณะการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ
- ที่มาและวัตถุประสงค์ของโครงการ
- เงื่อนไข ขอบเขต รวมถึงข้อจำกัดในการออกแบบ
- แนวคิดเบื้องต้นที่ต้องการจากงานออกแบบ
- เงื่อนไขหรือขอบเขตในลิขสิทธิ์ของงานออกแบบ
- รายละเอียดในการส่งมอบงานออกแบบ

- งบประมาณ
- มัณฑนากร/บริษัทออกแบบนำเสนอโครงงาน (Proposal) ต่อลูกค้า แสดงให้ลูกค้าเข้าใจถึงขอบเขตของงานที่ตนจะรับผิดชอบ รวมทั้งเสนอแนวคิดการออกแบบในเบื้องต้น (Initial Concept)
- มัณฑนากร/บริษัทออกแบบเสนอโครงสร้างของค่าใช้จ่าย นำเสนอราคาค่าออกแบบ พร้อมงบประมาณเบื้องต้นในการก่อสร้าง
- ลูกค้า และมัณฑนากร/บริษัทออกแบบ ทำการเจรจาต่อรองในรายละเอียดของโครงงาน รวมทั้งราคาค่าใช้จ่ายให้เป็นที่เข้าใจ ทำสัญญาว่าจ้าง ตกลงกฏเกณฑ์ต่างๆ และระบุเงื่อนไขการชำระเงินให้ชัดเจน

(ไม่ควรเริ่มขั้นตอนที่ 2 หากรายละเอียดในส่วนที่ 1 ยังไม่เป็นที่ตกลงหรือยอมรับจากทั้งสองฝ่าย)

ส่วนที่ 2 : CONCEPTUAL AND DESIGN DEVELOPMENT ขั้นตอนพัฒนางานออกแบบ ซึ่งสามารถแจกแจงออกโดยคร่าวได้เป็น 4 ขั้น ดังนี้
1. Discover : ค้นและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาแนวโน้มความเป็นไปได้
มัณฑนากรเริ่มต้นหาแรงบันดาลใจจากข้อมูลเบื้องต้นใน brief รวมทั้งศึกษาตลาดการแข่งขัน สังเกตแนวโน้มความเปลี่ยนแปลง ทำความเข้าใจกลุ่มผู้ใช้เป้าหมาย ศึกษากรณีอ้างอิงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเชิงสังคมวัฒนธรรม มนุษยวิทยา เทคโนโลยี การตลาด และการออกแบบ เพื่อหาจุดร่วมของการออกแบบกับโจทย์ของลูกค้า
2. Define :
ประมวลผลและพัฒนาแผนการทำงาน
ขั้นตอนนี้มัณฑนากรจะเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองความคิด หาคำตอบในวัตถุประสงค์ของลูกค้า รวมถึงวางแผนการทำงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และทำความเข้าใจแผนงานกับลูกค้าจนเป็นที่ยอมรับตรงกัน
3. Develop :
พัฒนางานออกแบบ
มัณฑนากรเริ่มลงมือทำงานเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาและหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับโจทย์ของลูกค้า (Design Development) ผ่านกระบวนการพัฒนาและปรับปรุงแบบ (Layout, Materials, References, Design Presentation) จนกระทั่งเข้าสู่การเตรียมความพร้อมในการก่อสร้าง (Detailing Design / Construction Drawing)
4. Delivery : ส่งมอบโครงงานออกแบบ
ในขั้นตอนนี้มัณฑนากรจะส่งมอบโครงงานออกแบบที่สมบูรณ์ (พร้อมรายละเอียดในการก่อสร้าง และแผนผังประกอบ) ให้กับผู้รับเหมาก่อสร้าง และทำการชี้แจงจนเป็นที่เข้าใจ อย่างไรก็ตาม หน้าที่ของมัณฑนากรจะยังไม่จบลงตรงนี้ เพราะในระหว่างการก่อสร้าง ผู้รับเหมาอาจต้องพบปัญหาและข้อจำกัดต่างๆ ซึ่งมัณฑนากรควรต้องทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสื่อสารทำความเข้าใจรายละเอียดเหล่านั้นกับลูกค้าเจ้าของพื้นที่ด้วย

ส่วนที่ 3 : CONSTRUCTION PROCESS ขั้นตอนการคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างหลักและเริ่มงานก่อสร้าง
มัณฑนากรอาจแนะนำผู้รับเหมาก่อสร้างให้กับลูกค้าได้ แต่ทั้งนี้ไม่ได้บังคับว่าลูกค้าจะต้องตกลงตามนั้นเสมอไป และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านผลประโยชน์และสร้างความโปร่งใส ผู้รับเหมาก่อสร้าง มัณฑนากร และเจ้าของพื้นที่ ควรมีความเป็นกลางและเป็นอิสระจากกัน

ในขั้นตอนการก่อสร้างนี้ มัณฑนากรจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและผู้ตรวจสอบโครงงาน (Design Inspector) เข้าควบคุมดูแลและตรวจสอบคุณภาพของงานเป็นระยะๆ ตามข้อตกลงในสัญญาว่าจ้าง

b.jpg

การคิดค่าบริการของมัณฑนากร
มัณฑนากรหรือบริษัทออกแบบแต่ละแห่งล้วนมีคุณลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านทักษะ ความรู้ความสามารถ ความถนัดเฉพาะทาง หรือแม้แต่ชื่อเสียง ทำให้ระดับราคาค่าบริการค่อนข้างหลากหลาย ไม่สามารถกำหนดราคามาตรฐานได้เหมือนกับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป

ปัจจุบันการประเมินราคาค่าออกแบบอาจคิดเป็นเปอร์เซนต์ต่อพื้นที่หรือเป็นเปอร์เซนต์จากงบประมาณการก่อสร้าง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของโครงการด้วย โดยโครงสร้างของราคาค่าบริการนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 4 ส่วนหลัก ดังนี้

1. ค่าออกแบบ (Fix Fee หรือ แบบเหมาจ่าย) ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ประเมินได้หลายวิธี เช่น
- ประเมินจากงบประมาณของโครงการ (Percent per Total Project Cost) อยู่ในอัตราเฉลี่ยที่ 10- 20% เช่น ถ้างบประมาณก่อสร้างไม่เกิน 10 ล้านบาท จะคิดค่าออกแบบ 10% ของงบประมาณ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของโครงการและชื่อเสียงของบริษัทออกแบบแต่ละแห่งด้วย (ขอข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมได้จากสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย)
- ประเมินตามอัตราส่วนเป็นตารางเมตร (Percent per Sq.M.) ส่วนมากมัณฑนากรหรือบริษัทออกแบบมักจะอ้างอิงราคาจากสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย
- ประเมินราคาจากชั่วโมงการทำงาน (Hourly Fee) การคิดค่าบริการในลักษณะนี้เหมาะกับงานที่มีรูปแบบเฉพาะ เช่น งานที่ปรึกษาพิเศษสำหรับโครงการที่ไม่ได้เป็นไปตามขั้นตอนการออกแบบทั่วไป

2. ค่าตรวจแบบ (Design Inspection) ประเมินจากงบประมาณก่อสร้างของโครงการ อยู่ในอัตราเฉลี่ยที่ 1.5 - 3.0% ของงบก่อสร้าง หรืออ้างอิงจากสมาคมมัณฑนากรแห่งประเทศไทย

3. ค่า Loyalty Fee สำหรับงานออกแบบในลักษณะของ Chain Stores (ไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับในบ้านเราเท่าที่ควร)

4. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ค่าเดินทาง ค่าส่งเอกสาร ค่าที่พัก (ถ้ามี)

เครดิตข้อมูล : กรมส่งเสริมการส่งออกเครดิตภาพ :
http://www.trendir.com/house-design/vader-house-3.jpg
http://www.sweerisat.com/architecture/?currentPage=5
http://www.danthermfiltration.com/Files/Billeder/Filtration/Solutions%20pictures/building_material.jpg



« Back to Result

  • Published Date: 2009-07-23
  • Resource: www.tcdcconnect.com