Articles

« Back to Result | List

ต่อยอดสินค้าทำมือ สู่ตลาดทำกิน : SURASEKK โดย สุรเสกข์ ยุทธิวัฒน์ ขยายโอกาสของจานพูดขี้อาย

เรื่อง : อาศิรา พนาราม

surrasekk_before_after.jpg

ปัญหา

วิธีแก้ไข

ผลลัพธ์

ผู้ประกอบการมีสินค้าตั้งต้นที่ดี แต่ติดที่มีสินค้าเพียงรูปแบบเดียว
ขยายไลน์สินค้าเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าหลากกลุ่ม-หลายโอกาส โดยประยุกต์มุมมองจากทั้งฝ่ายลูกค้าและจากประสบการณ์ของฝ่ายขายมาช่วยในการพัฒนาสินค้าใหม่ สินค้าจานพูดได้มีภาพลักษณ์ที่ชัดเจน สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่กว้างและหลากหลายขึ้น

สุรเสกข์ ยุทธิวัฒน์ สถาปนิกมากไอเดีย ที่พกพาแนวคิดมากมายมาเป็น Portfolio เล่มหนา คอนเซ็ปท์ดีไซน์ของเขาเคยได้รับรางวัลมาไม่น้อยตั้งแต่สมัยเรียน แต่ "จานสำหรับคนขี้อาย" นี้คือ ผลิตภัณฑ์ที่เขาเลือกสร้างขึ้นจริงเป็นครั้งแรก

จานสำหรับคนขี้อายคือ จานอาหารที่ส่งข้อความให้กับผู้รับสารได้เมื่อเวลารับประทานอาหารหมดจาน (มีข้อความสลักอยู่ด้านใต้) สินค้านี้ได้รับความสนใจอย่างมากในตลาดปล่อยแสง 2 และขวัญหทัย ผู้จัดการร้าน The Shop@TCDC ก็ชื่นชอบในไอเดียนี้เช่นกัน

การผลิตงานของสุรเสกข์เริ่มจากการหาจานแก้วสำเร็จรูปที่มีก้นจานหนาพอที่จะรองรับการกัดกรดได้ ซึ่งกว่าจะได้เทคนิคการกัดกรดที่คงที่ สุรเสกข์ต้องอาศัยการลองผิดลองถูกอยู่นาน จนในที่สุดเขาก็ได้สินค้าชุดแรกเป็นจานใบใหญ่ก้นหนาที่มีข้อความเพียงชุดเดียว ขายคู่กับดินสอสีเขียนแก้ว

surrasekk1.jpg

ในการพบกันครั้งแรกเพื่อหาทิศทางต่อยอดสินค้าของสุรเสกข์นั้น ขวัญหทัยได้ให้มุมมองกับเขา 2 ด้านด้วยกัน หนึ่งคือ ด้านตัวสินค้าที่สามารถแตกไลน์ได้อีก และสองคือ ด้านบรรจุภัณฑ์ที่ต้องสื่อสารกับลูกค้าได้ด้วยตัวเอง

1. การปรับปรุงด้านตัวสินค้า
- น้ำหนักของสินค้า ขณะนี้ จานของสุรเสกข์มีขนาดใหญ่และน้ำหนักค่อนข้างมาก หากมองว่า จะขายจานเป็นของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว หรือเพื่อการส่งออกในอนาคต ขวัญหทัยแนะว่า ต้องหาจานที่มีน้ำหนักเบาลง และให้เพิ่มจานขนาดเล็กเข้ามาเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าด้วย

- ความหลากหลายของสินค้า สามารถแตกไลน์เพิ่มได้ด้วยการสร้างกลุ่มข้อความสำหรับวาระโอกาสต่างๆ จากเดิมที่สุรเสกข์คิดผลิตเป็นข้อความกลางๆ เช่น I Love You, I'm Sorry หรือ Happy Birthday นั้น ให้แยกหมวดเป็น 1) Love Set 2) Apologize Set 3) Cheer Up Set 4) Children Set 5) Office Set และ 6) Occasions Set ซึ่งขวัญหทัยเองได้ช่วยคิดข้อความสำหรับแต่ละกลุ่มให้ด้วย พร้อมแนะให้เพิ่มความพิเศษที่ Children Set คือ แทนที่ข้อความด้วยรูปภาพ เพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้มื้ออาหารของเด็กๆ

- การผลิต สุรเสกข์ชี้แจงว่า การกัดกรดจานนั้นทำยากมาก ต้องใช้เวลานาน จึงอยากลองหาวิธีใหม่ ขวัญหทัยจึงแนะว่า ให้ทดลองสกรีนลายดูแทน แม้ผลลัพธ์จะไม่ชัดและน่าสนใจเท่าการกัดกรด แต่น่าจะพอทดแทนกันได้

2. การปรับปรุงด้านบรรจุภัณฑ์
- ขวัญหทัยมองว่าโครงสร้างของบรรจุภัณฑ์เดิมที่เป็นกล่องลูกฟูกนั้นดีอยู่แล้ว แต่การสื่อสารบนตัวบรรจุภัณฑ์ยังไม่ชัดเจน ให้สุรเสกข์ลองเพิ่มข้อความอธิบายลงไป เช่น "I am a talking plate" เป็นข้อความสั้นๆ ที่อธิบายหน้าที่ของสินค้า

- ขวัญหทัยอยากให้ทดลองเปลี่ยนสีบรรจุภัณฑ์ด้วย โดยให้เปลี่ยนไปตามกลุ่มของสินค้า ไม่ควรใช้สีเดียว

surrasekk2.jpg

การพบกันครั้งต่อมา สุรเสกข์กลับมาพร้อมแบบร่างข้อความตามคำแนะนำ แบบตัวหนังสือที่เขาอยากใช้ และปัญหาด้านเทคนิคที่ว่า จานไม่สามารถรองรับการพิมพ์แบบ Heat Press ได้ จานแตกเพราะความร้อน (การพิมพ์สีบนแก้วจะทำได้กับแก้วหนาๆ เท่านั้น) เขาจึงตัดสินใจกลับมาใช้เทคนิคกัดกรดเช่นเดิม ซึ่งขวัญหทัยก็เห็นด้วย หลังจากติชมในรายละเอียดของแบบตัวอักษรและข้อความกันจนลงตัวแล้ว ทั้งคู่หันมาดูเรื่องบรรจุภัณฑ์ ในส่วนนี้สุรเสกข์ได้ลองจับคู่สีให้กับกลุ่มสินค้าต่างๆ รวมทั้งเปลี่ยนกราฟิก และข้อความใหม่ตามคำแนะนำ ซึ่งขวัญหทัยเสริมว่า ต้องไม่ลืมสื่อสารกับลูกค้าที่ด้านข้างของบรรจุภัณฑ์ด้วยว่า "เป็นจานเซ็ทไหน" ลูกค้าจะได้เลือกถูก (ในกรณีที่เวลาขายจริงร้านค้าอาจต้องเรียงสินค้าไว้เป็นชั้นๆ)

surrasekk3.jpg

การพบกันครั้งที่ 3 สุรเสกข์หอบหิ้วจานทั้งขนาดใหญ่และเล็กที่กัดกรดมาเรียบร้อย พร้อมนำ Mock Up ของบรรจุภัณฑ์ที่ปรับแก้แล้วมาให้ดู ซึ่งขวัญหทัยเห็นว่า ตัวจานนั้นดูโอเคแล้ว สามารถนำแบบไปผลิตในจำนวนที่ต้องการและวางขายได้เลย ส่วนเรื่องบรรจุภัณฑ์ มีการปรับแก้กราฟิกบนกล่องอีกเพียงเล็กน้อย แต่ขวัญหทัยได้แนะเพิ่มเติมว่า อยากให้สุรเสกข์เจาะในรายละเอียดด้านการขายมากขึ้นอีก เช่น ถ้าจะขายจานคู่กับดินสอสีเขียนแก้วนั้น ควรจะมีให้เลือกหลายๆ สีหรือไม่ และถ้าคิดว่าควรมี เขาจะจัดวางสีในบรรจุภัณฑ์อย่างไรให้ลงตัว เป็นต้น

จะเห็นว่า จากสินค้าตั้งต้นที่เป็นจานเพียงใบเดียว เมื่อถูกพัฒนาต่อยอดให้กลายเป็นสินค้าในรูปคอลเลกชั่น ก็จะเป็นตัวเลือกให้กับลูกค้าได้ในหลายวาระโอกาส เพิ่มโอกาสทางการขายได้มากขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นการขับเน้นสาระสำคัญและชูภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อีกทางหนึ่งด้วย ผลงานในขั้นนี้ของสุรเสกข์ถือว่าเข้าใกล้ความสมบูรณ์แล้ว เขาต้องการการปรับแก้อีกเพียงเล็กน้อย ก็พร้อมที่จะผลิตและวางขายได้ทันที

« Back to Result

  • Published Date: 2009-07-24
  • Resource: www.tcdcconnect.com