Articles

« Back to Result | List

KOLA โดย กฤษฎา คณิวิชาภรณ์, พิพัฒน์เจียกภาพร และปิยรัตน์ ไชยเมืองราช บรรจุภัณฑ์ใหม่ที่มีมากกว่าความสวย

เวิร์คชอป “ต่อยอดสินค้าทำมือ สู่ตลาดทำกิน” : KOLA โดย กฤษฎา คณิวิชาภรณ์, พิพัฒน์เจียกภาพร และปิยรัตน์ ไชยเมืองราช บรรจุภัณฑ์ใหม่ที่มีมากกว่าความสวย

kola-before-after.jpg

ปัญหา

วิธีแก้ไข

ผลลัพธ์

บรรจุภัณฑ์มีราคาสูง และขนาดใหญ่เกินสินค้าไปมาก ประยุกต์ประสบการณ์ด้านรีเทลเข้าช่วยแนะนำวิธีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อแก้ปัญหาด้านพื้นที่และช่วยลดต้นทุน รวมถึงเน้นย้ำการสื่อสารแบรนด์ เพื่อให้สินค้เตะตา และเป็นที่จดจำได้ง่าย ได้บรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ลดต้นทุนลงไปได้มาก ขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับการวางโชว์และสต็อคของ รวมทั้งมีฉลากและดิสเพลย์ที่สื่อสารแบรนด์ได้ดีขึ้น

Kolor of Life Accesories ฟิลเตอร์สีสำหรับแฟลช (มี code name ของตัวเองว่า Manual Color Flash) ที่กฤษฎา คณิวิชาภรณ์ และเพื่อนๆ ช่วยกันคิดค้นขึ้นมานี้ มีจุดเริ่มต้นจากสิ่งประดิษฐ์ที่ทำกันเล่นๆ เพื่อใช้เองในกลุ่ม ปรากฏว่า ต่อมาได้เสียงตอบรับดี มีคนถามหามากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาจึงพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ขายผ่านเว็บไซท์ F

Manual Color Flash คือ ผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาเพิ่มความสนุกและสร้างสีสันในภาพถ่าย โดยหากนำมาถือไว้หน้าแฟลช ก็จะย้อมสีเฉพาะสิ่งที่อยู่ใกล้กล้อง ในขณะที่พื้นหลังยังคงสีเดิม แต่ถ้านำมาบังไว้หน้าเลนส์ก็จะย้อมสีทั้งภาพเหมือนกับฟิลเตอร์สีปกติ ความพิเศษอีกอย่างก็คือ สินค้าตัวนี้มีขนาดกะทัดรัด และพกพาได้ทีเดียวถึง 8 สี

เมื่อ KOLA ได้พบกับขวัญหทัย ผู้จัดการร้าน The Shop@TCDC ในเวิร์คชอป "ต่อยอดสินค้าทำมือสู่ตลาดทำกิน" พวกเขาบอกว่าต้องการจะคงรูปแบบของสินค้าเดิมเอาไว้ เพราะเป็นสินค้าที่ถูกคิดและทดลองแล้ว โดยผู้ใช้เห็นว่า รูปแบบนี้ใช้งานสะดวกที่สุด ฉะนั้น การต่อยอดครั้งนี้จึงขอเน้นที่ตัวบรรจุภัณฑ์และดิสเพลย์สินค้า

บรรจุภัณฑ์ที่ KOLA ใช้อยู่ก่อนหน้านี้เป็นซองฟอล์ยซึ่งมีต้นทุนสูง และมีขนาดใหญ่กว่าตัวสินค้ามากเกินไป ทำให้เปลืองพื้นที่ในการดิสเพลย์หน้าร้าน และมีปัญหาในการสต๊อคและขนส่งสินค้า แต่ข้อดีของการใช้ซองฟอล์ยก็คือ ทำให้สินค้าดูดีมีราคา และความใสด้านหน้าทำให้ผู้ซื้อมองเห็นสินค้าชัดเจน ด้วยโจทย์ดังกล่าว ขวัญหทัยจึงแนะให้ทีมผู้ประกอบการไปหาบรรจุภัณฑ์ที่พวกเขาชอบมาทดลองก่อน และเน้นว่า สิ่งสำคัญที่ควรปรับปรุงก็คือ ชื่อและโลโก้ของแบรนด์ KOLA เอง ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนกว่านี้ เพื่อสร้างการรับรู้และการจดจำแบรนด์ในอนาคต

kola1.jpg

ในส่วนของดิสเพลย์ ซึ่งทำหน้าที่โชว์และอธิบายตัวสินค้า ขวัญหทัยแนะว่าต้องคำนึงถึงการให้รายละเอียดที่ชัดเจน เช่นว่า KOLA คืออะไร ใช้อย่างไร ให้ผลลัพธ์อย่างไร เป็นต้น จากนั้นจึงเสนอให้เพิ่มคำ (wording) และตัวอย่างภาพถ่ายจากการใช้ Manual Color Flash ไว้บนตัวดิสเพลย์ด้วย เพื่อเรียกความสนใจจากกลุ่มลูกค้าที่เดินผ่านไปมา

kola2.jpg

การพบกันครั้งต่อมา กฤษฎานำตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ที่เขาและเพื่อนไปตระเวนหามาแต่ก็ยังไม่ลงตัวนัก เช่น กล่องพลาสติกหรือกล่องใส่สไลด์ ซึ่งขนาดยังไม่พอดีกับสินค้า ต้องสั่งทำจำนวนมาก (เป็นการลงทุนที่อาจไม่คุ้มค่า) เมื่อคำนึงถึงการขนส่ง วางโชว์ และสต๊อคสินค้าแล้ว ขวัญหทัยจึงเสนอให้ใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษห่อแทน ซึ่งจะทำให้ช่วยประหยัดพื้นที่บนดิสเพลย์ และประหยัดต้นทุนไปได้มาก แม้ห่อกระดาษจะทำให้ไม่เห็นตัวสินค้าโดยตรง แต่ KOLA ก็สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้ด้วยการใช้โลโก้ของแบรนด์ การนำเสนอวิธีใช้ และตัวอย่างผลลัพธ์ของสินค้ามาทดแทนได้ ขวัญหทัยได้ขอให้ KOLA ทำฉลากที่บรรจุข้อมูลดังกล่าวเพิ่มเติมลงไปบนบรรจุภัณฑ์อีกที

kola3.jpg

กลุ่ม KOLA กลับมาอีกครั้งพร้อมกับตัวอย่างดิสเพลย์และบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ทดลองห่อมา โดยบนตัวดิสเพลย์นั้นมีฟังก์ชั่นครบทั้งพื้นที่วางโชว์สินค้า ป้ายอธิบายข้อมูลของ KOLA และส่วนสต๊อคสินค้าที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง ขวัญหทัยเห็นว่า หากปรับแก้กราฟิกบางส่วน แล้วลองผลิตด้วยวัสดุจริง (เช่น อะคริลิก) ก็สามารถนำไปใช้ได้เลย

สำหรับบรรจุภัณฑ์ห่อกระดาษนั้น พวกเขายังประสบปัญหาอยู่ เช่น วิธีการห่อที่ค่อนข้างยาก สีกระดาษยังไม่ลงตัว กราฟิกบนฉลากยังไม่โดดเด่นพอ ขวัญหทัยจึงแยกคำแนะนำออกเป็นสองส่วน สำหรับสี แนะว่าหากเลือกแค่ 2 สีมาใช้ในบรรจุภัณฑ์ อาจทำให้ดูลายตาน้อยลง ซึ่งทาง KOLA ก็ต้องนำกลับไปตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง สำหรับกราฟิกบนฉลาก ขวัญหทัยเห็นว่า ควรแบ่งพื้นที่การสื่อสารแยกกัน ด้านหน้าเป็นโลโก้เต็มพื้นที่ ด้านข้างอธิบายวิธีใช้ และด้านหลังเป็นตัวอย่างภาพถ่าย เพื่อจะให้ข้อมูลแต่ละชิ้นทำงานได้เต็มที่ ไม่รบกวนกัน

หลังจากที่ทดลองออกแบบและหาวิธีห่อบรรจุภัณฑ์ใหม่อยู่หลายสัปดาห์ KOLA ก็ได้บรรจุภัณฑ์ที่ปรับเป็นห่อกระดาษสีเงิน มีฉลากชัดเจนรอบด้าน พร้อมทั้งดิสเพลย์ที่เน้นความเป็นแบรนด์ KOLA และผลลัพธ์จากการใช้สินค้าอย่างเต็มพื้นที่

อย่างไรก็ดีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เป็นงานที่ต้องใช้เวลา ซึ่งด้วยเวลาที่จำกัดของเวิรค์ชอปนี้ ทำให้ผลงานที่ได้ยังอยู่ในขั้นที่ต้องพัฒนาต่อ แต่ทางทีมผู้ประกอบการของ KOLA เองก็พอใจว่า ได้เรียนรู้ถึงปัญหาและวิธีแก้ไขสำหรับการต่อยอดต่อไปด้วยตัวเองในอนาคต



« Back to Result

  • Published Date: 2009-07-31
  • Resource: www.tcdcconnect.com