Articles

« Back to Result | List

“เมืองหลวงแห่งบูติกโฮเต็ล” อีกหนึ่งเส้นทางอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่า

boutique1.jpg

ถ้าพูดถึงสถาปัตยกรรมหรือสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ในกรุงเทพมหานคร นอกเหนือจากวัดวาอารามแล้วนั้น "บ้านเก่า" ถือว่า เป็น "นักเล่าเรื่อง" ชั้นดีที่สามารถเฉลยเรื่องราวในประวัติศาสตร์หลายหน้าของกรุงเทพฯ แต่เนื่องจากเหตุผลหลายประการ อาทิ ค่าใช้จ่ายในการทำนุบำรุง ค่าเสียโอกาสเมื่อเทียบกับการมูลค่าที่ดิน ฯลฯ ทำให้นักเล่าเรื่องหลายหลังไม่ได้อยู่เล่าเรื่องกับเราอีกต่อไป 

ประเด็นเรื่อง "การอนุรักษ์ของเก่า" นี้ ยังคงเป็นหัวข้อถกเถียงในปัจจุบันว่า เราควรจะเก็บของเก่านั้นไว้โดยไม่เข้าไปแตะต้องเลย เพื่อคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้มากที่สุด หรือเราควรจะเข้าไปปรับปรุงบางส่วนได้ เพื่อประโยชน์ใช้สอยที่เข้ากับยุคสมัย และเพื่อการต่อชีวิตให้กับของเก่าเหล่านั้น

บ้านเก่าส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมานั้น มักจะเป็นบ้านสไตล์โคโลเนียล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมการก้าวย่างเข้าสู่ "ยุคสมัยใหม่" ของคนเมืองหลวง เป็นช่วงเวลาที่เราได้เริ่มพัฒนาประเทศให้มีความเจริญตามแบบตะวันตก แต่ทุกวันนี้ สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าหลายๆ แห่งกลับหลงเหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น วังบูรพาภิรมย์ อันเป็นวังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพระราชทานแก่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เมื่อ พ.ศ. 2418 (โดยในหลวงรัชกาลที่ 5 เองทรงเคยเสด็จฯ มางานเต้นรำที่นี่อยู่เสมอ) ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ก็หมดโอกาสที่จะได้สัมผัสชื่นชมแล้ว เนื่องจากตัวตึกได้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นศูนย์การค้า และโรงภาพยนตร์ไปตั้งแต่ พ.ศ. 2497 ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง อีกแห่งคือ พระตำหนักลักษมีวิลาส หัวมุมถนนศรีอยุธยา ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระนางเธอลักษมีลาวัณ พระมเหสีพระองค์หนึ่งในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ก็ได้ถูกขายทอดตลาดและกลายเป็นศูนย์การค้าและโรงเรียนกวดวิชาไปแล้วในปัจจุบัน

ลองถามใจคุณดูเล่นๆ ว่า หากคุณมีบ้านหรืออาคารหลังเก่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ แต่ทรงคุณค่าทั้งทางจิตใจและประวัติศาสตร์ คุณจะเลือกทำอะไรกับสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้น ระหว่าง
ก. เก็บไว้เฉยๆ ก็สุขใจดี แต่ไม่มีเวลาไปดูแลหรอก
ข. ทุบทิ้ง ทำคอนโดสิ ไม่ควรปล่อยให้เสียโอกาส
ค. บูรณะซ่อมแซมเพื่อทำธุรกิจเล็กๆ (ดีกว่าทิ้งไว้เปล่าๆ แบบ ก. หรือแม้จะได้เงินน้อยกว่าแบบ ข. แต่ตึกมรดกเจ้าคุณปู่ก็ยังอยู่)

คงไม่มีทางเลือกใดดีกว่าทางเลือกหนึ่ง เพราะ "คุณค่าของแต่ละสิ่งย่อมขึ้นอยู่กับสายตาของผู้มองเห็น"

boutique2.jpg

อย่างไรก็ตาม มีเจ้าของที่ดินและอาคารเก่าหลายแห่งที่เลือกคำตอบข้อสุดท้าย อาทิ บ้านพระนนท์ บ้านเก่าทรงโคโลเนียลอายุเท่าคุณยายของใครบางคน (70 ปี) แต่เดิมเคยเป็นบ้านของพระนนทปัญญา อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา บนถนนเจริญราษฎร์ (เชื่อมระหว่างถ.สาทรและถ.จันทร์) บ้านหลังนี้เคยถูกทิ้งร้างไว้นานก่อนจะมีการปัดฝุ่นทาสีใหม่ ให้กลายเป็นโรงแรมบูติกสไตล์ Bed & Breakfast ขนาด 9 ห้องนอน สนนราคาอยู่ที่ 2,200-3,850 บาท/คืน (ราคาช่วงโปรโมชั่น) ซึ่งแขกชาวต่างชาติที่เคยเข้าพักถึงกับออกปากชมว่า "เป็นโอเอซิสของความสงบและรสนิยมเป็นเลิศ" เพราะนอกจากหัวใจการบริการแบบ "ไทยๆ แต่เข้าใจฝรั่ง" ของคุณทสมา คอทสไมร์ ผู้เป็นเจ้าของ และสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานโรงแรม 3 ดาวแล้ว สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวผู้รักการเสพสไตล์มาเยี่ยมเยือนบ้านพระนนท์ไม่ขาดสาย ย่อมหนีไม่พ้นเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมในอดีต ที่สะท้อนให้เห็นถึงค่านิยม วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ไทยในเชิงสถาปัตยกรรม จากครั้งหนึ่งในวันวานได้ด้วยนั่นเอง

ariyasom1.jpg

ข้ามมาทางฝั่งสุขุมวิท อริยศรมวิลล่า วิลล่าขนาด 25 ห้องที่แฝงตัวอยู่ ณ มุมหนึ่งของซอยสุขุมวิท 1 เป็นอีกแห่งที่ดัดแปลงบ้านเก่าอายุ 67 ปีมาเป็นบูติกโฮเต็ล ที่นี่นอกจากจะขายความรื่นรมย์ของสถาปัตยกรรมโบราณภายใต้ร่มเงาไม้กลางใจเมืองแล้ว ทางโรงแรมยังเดินตามแนวคิด "Peace and Harmony in the Heart of Bangkok" นำเสนออาหารเมนูชีวจิตที่ห้องอาหารของโรงแรม มีกิจกรรมฝึกอบรมภาวนาใน Meditation Hall (โรงแรมนี้มีหอปฏิบัติสมาธิ!)

arun1.jpg

บ้านเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นอีกโลเกชั่นหนึ่งที่รับรองว่า "ขายได้" ห้องแถวเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีส คูหาท้ายสุดในซอยประตูนกยูง ถ.มหาราช คือที่ตั้งของ อรุณ เรสซิเดนท์ ที่ในวันนี้ทำให้วิวพระปรางค์วัดอรุณฯ กลายเป็นหนึ่งในลิสต์ "ห้ามพลาด" ของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงเทพฯ โดยนอกจากจะบริการห้องพักในบรรยากาศสงบแล้ว ยังพ่วงเอาร้านอาหาร-คาเฟ่โรแมนติกริมน้ำ และแกลเลอรี่ศิลปะขนาดเล็กเข้าไว้ในบริเวณรอบๆ ด้วย ทำให้บ้านเก่าริมน้ำหลังนี้มีเสน่ห์น่าประทับใจไม่รู้ลืม

chakrapongse1.jpg

เดินจากอรุณ เรสซิเดนท์เดินขึ้นมาทางท่าเตียน ก็จะพบกับ จักรพงษ์ วิลล่า บูติกโฮเต็ลอีกแห่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบ Royal Family ด้วยที่นี่มีดีกรีเป็นถึงวังเก่า ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณกว่า 2 ไร่ของวังจักรพงษ์ในปัจจุบัน แขกผู้เข้าพักสามารถซึมซับความงามของแม่น้ำเจ้าพระยาจากบนลานกว้างของศาลาทรงไทย พร้อมสัมผัสกับรสชาติอาหารและการบริการแบบเดียวกับเจ้าของวัง (ม.ร.ว.นริศรา จักรพงษ์) เลยทีเดียว นอกจากนั้น ด้วยบรรยากาศงดงามแปลกตาของบริเวณวัง ทางจักรพงษ์ วิลล่า จึงได้เพิ่มบริการให้เช่าสถานที่เพื่อจัดงานอีเวนต์ต่างๆ ด้วย (6 ชั่วโมง ราคา 160,000 บาท[1])แม้รากเหง้าทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ อาจได้รับการบันทึกบอกเล่าผ่านสื่อหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย หนังสือประวัติศาสตร์ หรือสมุดบันทึกต่างๆ แต่สถาปัตยกรรมเก่านั้นคือ สื่อที่เป็นหลักฐานชั้นที่หนึ่ง ที่ทำให้ผู้คนรุ่นหลังได้สัมผัสถึงความรู้สึกและบรรยากาศในแบบที่ตัวอักษรไม่สามารถให้ได้ หลายคนคงเห็นพ้องว่า เส้นทาง "การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์" ไม่จำเป็นต้องลงเอยด้วยการทุบทิ้ง-สร้างใหม่เสมอไปนักธุรกิจที่คิดแบบรอบด้านควรตระหนักได้ว่า เขาสามารถดึงเอา "คุณค่าภายใน" ของสิ่งปลูกสร้างเดิม ออกมาผสานกับแรงบันดาลใจ หรือไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้เสมอ ไม่ว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหลังจะเป็นความฝันอยากมีโรงแรมเล็กๆ สักแห่ง (อย่างคุณทสมาแห่งบ้านพระนนท์) สายตาที่เล็งเห็นคุณค่าแห่งมรดกของบรรพบุรุษ (ของบ้านอริยศรม) หรือแรงยุจากเพื่อนให้เปิดบ้านโชว์ศาลาไทยริมน้ำ (อย่างที่จักรพงษ์ วิลล่า) ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ช่วย "ต่อชีวิต" ให้กับสถาปัตยกรรมเก่าทรงคุณค่าในกรุงเทพฯ ได้ ถือเป็นทางออกแบบ "Win - Win" ที่เจ้าของเองไม่เสียโอกาสทางธุรกิจ ส่วนคนรุ่นหลังก็ไม่ต้องอ่านแต่ประโยคที่ว่า ที่ตรงนี้ เคยเป็น..." แล้วจินตนาการเอาเอง

[1]_ที่มา:_http://www.sadoodta.com/travel.php?subaction=showfull&id=1189974976&archive=&start_from=&ucat=5ข้อมูลจาก:
http://www.baanpranond.com/index.html
http://www.ariyasom.com/
http://www.arunresidence.com/main.htm
http://www.chakrabongsevillas.com/
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%8C
http://romphosai.com/forums/forum11/thread3453.html

« Back to Result

  • Published Date: 2009-08-06
  • Resource: www.tcdcconnect.com