Articles

« Back to Result | List

ฝ้ายเข็น : สวมเสื้อตัวใหม่ให้ธุรกิจเดิม

เรื่อง : กัญญานันท์ สังข์หล่อ

DSC_1161.jpg

“เสน่ห์ของฝ้ายทอมือ คือ มันเป็นมากกว่าผ้า 

มันเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงวิถีชีวิตชุมชน แสดงถึงการทำงานร่วมกันของหลายๆ ฝ่าย 

เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนคนเดียวจะสามารถทอผ้าหนึ่งม้วนขึ้นมาได้” 


ศรัทธา ตังคโณบล เจ้าของและนักออกแบบแห่งแบรนด์ ฝ้ายเข็น จ.อุบลราชาธานี พูดถึงเอกลักษณ์ของผ้าฝ้ายทอมือแบบดั้งเดิม (หรือ ‘ฝ้ายเข็น’ ตามคำเรียกของคนอีสาน) โดยการ ‘เข็น’ ฝ้ายนี้จะทำให้ได้เส้นใยธรรมชาติที่หนานุ่มแต่น้ำหนักเบา และมีคุณสมบัติเด่นคือใส่สบายและดูแลง่ายมาก
“ฝ้ายเข็นบางครั้งไม่ต้องรีดด้วยซ้ำ แค่ ซัก สะบัด ตาก ก็เสร็จแล้ว แถมตอนอากาศเย็นมันก็อุ่น ตอนอากาศร้อนมันก็ระบายได้ดี” 

DSC_1165.jpg

แบรนด์ ‘ฝ้ายเข็น’ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2531 โดยไมตรีและบุศยพรรณ ตังคโณบล (คุณพ่อ-คุณแม่ของคุณศรัทธา) โดยในช่วงแรกจะผลิตแค่เสื้อผ้าจากฝ้ายเข็นของอุบลราชธานีเท่านั้น อย่างไรก็ดี ต่อมาได้มีการริเริ่มนำเส้นด้ายอื่นมาผสมผสาน ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทอมือและทำให้มีสินค้าที่ราคาย่อมเยาลงมาบ้าง (เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายขึ้น)

คุณศรัทธา ซึ่งคลุกคลีกับธุรกิจนี้มาตั้งแต่ยังเล็ก เชื่อว่าเขาได้สะสมความรู้และความสนใจในด้านกระบวนการทอ การออกแบบ และการบริหารจัดการมาแบบไม่รู้ตัว “เราเกิดมาก็เห็นมันแล้ว ตอนเด็กๆ ก็ขายของอยู่ในร้าน เห็นช่างทำนู่นทำนี่ เห็นกระบวนการผลิต ช่างเย็บ ช่างทอ หลายคนก็อยู่ที่บ้าน” 
จุดนี้เองทำให้เขามีความมุ่งมั่นอยากสานต่อธุรกิจครอบครัวตั้งแต่ครั้งวัยรุ่น และในปีค.ศ. 2550 หลังจากที่เรียนจบแฟชันดีไซน์มาสองปี คุณศรัทธาก็เข้าดูแลแบรนด์ ‘ฝ้ายเข็น’ อย่างเต็มตัว พร้อมพกความตั้งใจที่จะ “เปลี่ยนลุค” แบรนด์ใหม่มาอย่างเต็มที่

DSC_1182.jpg

จากยุคของพ่อแม่ที่ทำแต่ผลิตภัณฑ์ง่ายๆ เช่น เสื้อแขนกุด-แขนยาว กางเกงเล ฯลฯ คุณศรัทธาตั้งใจที่จะปรับไลน์สินค้าให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น “แนวคิดหลักของเราคืออยากให้ลูกค้าหยิบมาใส่ได้เรื่อยๆ ให้เขา Mix & Match กับเสื้อผ้าอื่นได้ในชีวิตประจำวัน เช่น กางเกงยีนส์ หรือ กระโปรงทำงาน คือให้คนใช้บ่อยๆ ได้ไม่มีเบื่อ”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ‘ฝ้ายเข็น’ ก็เริ่มจับงานจำพวกชุดทำงานผู้หญิง เสื้อเชิ้ตลำลอง เดรสทั้งสั้นและยาว มีไซส์เล็ก-กลาง-ใหญ่ ให้เลือก ฯลฯ ซึ่งผลิตภัณฑ์ในยุคใหม่นี้ไม่ได้แตกต่างจากยุคก่อนเพียงแค่แพทเทิร์น สีสัน หรือการจับคู่สีเท่านั้น แต่ยังลงลึกไปถึง ‘เนื้อผ้า’ ที่ผสมผสานวิธีการทอหลายๆ แบบเข้าด้วยกัน และใช้เนื้อผ้าในลักษณะต่างๆ (กับสินค้าที่ไม่เหมือนกัน) ด้วย

“เมื่อก่อนผ้าตัวเดียวเราใช้ทำทุกอย่าง ตั้งแต่หมวก เสื้อ กางเกง ผ้าพันคอ แต่สมัยนี้เราเริ่มแยกแล้วว่า ถ้าเป็นผ้าพันคอเราจะผสมเส้นใยอื่นให้เนื้อมันเบาขึ้น ถ้าผ้าหนาก็ทำเป็นกางเกง ผ้าบางก็ทำเป็นเสื้อ”

คุณศรัทธาเล่าให้เราฟังถึงการกระบวนการทำงานของเขา ซึ่งนอกจากความหินจะอยู่ที่การต้องลองผิดลองถูกเองแล้ว ยังอยู่ที่การโน้มน้าวให้ช่างทอและช่างเย็บ (ที่ทำงานแบบเดิมๆ มายี่สิบกว่าปี) ลองสร้างงานรูปแบบใหม่ๆ ด้วย 

ผลิตภัณฑ์แบบใหม่ๆ ได้นำพา ‘ฝ้ายเข็น’ ให้ไปเจอลูกค้ากลุ่มใหม่ด้วย นั่นก็คือ กลุ่มคนทำงานหนุ่มสาว (ซึ่งคุณศรัทธาเองไม่เคยนึกถึงมาก่อน) “ตอนนี้เราก็เริ่มปรับแบบให้ถูกใจลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น เช่น เพิ่มแบบเสื้อผ้าทำงาน เสื้อผ้าลำลอง ทำสีซอฟต์หน่อย ทำให้ราคาถูกลง ก็ทำให้เด็กๆ อายุไม่ถึง 30 ซื้อได้” 

fhai khen1.jpg

แต่หากถามถึงกลุ่มลูกค้าสำคัญที่คุณศรัทธามองหาแล้ว เขาอยากได้ลูกค้าที่มีความเข้าใจในฝ้ายเข็นอย่างแท้จริง และสามารถรับราคาที่ค่อนข้างสูงได้ “คือเราไม่ได้อยากได้ออเดอร์ล้นหลาม แต่อยากได้คนที่เข้าใจจริงๆ ซื้อไปใส่แล้วรู้สึกดีกับมันมากกว่า” 

อย่างไรก็ดี แม้มุมมองด้านการออกแบบจะทำให้ ‘ฝ้ายเข็น’ เดินหน้าไปหลายก้าว แต่อีกสองความท้าทายสำคัญก็คือเรื่อง ‘วัตถุดิบ’ และ ‘แรงงานฝีมือ’ เพราะทุกวันนี้ฝ้ายทอมือถือเป็นวัตถุดิบที่หายาก เกษตรกรที่ยึดอาชีพปลูกฝ้ายก็ลดจำนวนลง แถมฟันเฟืองตัวสำคัญอย่างช่างทอก็มีเหลือไม่มากนัก “ช่างทอตอนนี้เหลือแค่ร้อยกว่าคน เมื่อก่อนมีเกือบสี่ร้อย มีทุกบ้าน แต่เดี๋ยวนี้บางบ้านมีแต่กี่ไม่มีคนทอ เพราะคนทอส่วนมากเป็นคนรุ่นเก่า เด็กสุดตอนนี้ก็สามสิบปลายๆ แล้ว”  

เมื่อมองเห็นถึงอุปสรรคที่รออยู่ข้างหน้า กลยุทธ์ที่คุณศรัทธาเลือกมาใช้ ก็คือ การสร้างความผูกพัน ทุกวันนี้เขาทำงานกับกลุ่มช่างทออย่างใกล้ชิด ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกในกรณีที่ฝ้ายขาดแคลน “เราจะบอกเขาตลอดว่าถ้ามีปัญหาอะไรให้บอก เพราะบางทีเขาไม่กล้าพูด แต่หยุดไปเฉยๆ เราก็ต้องไปดูว่าป้าเป็นอะไรรึเปล่า ป่วยหรือยังไง มีปัญหาตรงไหน หรือถ้าฝ้ายไม่มีก็ให้บอก เผื่อเราสามารถติดต่อกับกลุ่มอื่นที่เขาปลูกฝ้ายและขอแบ่งมาได้ อะไรอย่างนี้” คุณศรัทธาอธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับกลุ่มแรงงาน ซึ่งทำให้เราสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ของฝ้ายทอมือตามที่เขาบอกไว้ในตอนต้น

“เราเริ่มต้นทำงานแบบครอบครัว พอเริ่มสอนกันไปมันก็เหมือนเขาโตพร้อมเรา เราโตพร้อมเขา ต่างฝ่ายต่างช่วยกัน”  


557356_308730879192592_1310268612_n.jpg

เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากพัฒนาเกี่ยวกับแบรนด์ ‘ฝ้ายเข็น’ คุณศรัทธาก็เปรยว่า “บางทีเรามีแรงคิด แต่แรงทำไม่มี งานมันก็ไม่สำเร็จ” ทุกวันนี้สิ่งที่เขาพยายามสร้างคือบุคลากรที่มีฝีมือ เขาจัดให้พนักงานในร้านไปหัดทอผ้า ฯลฯ ซึ่งแม้จะไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้มากมาย แต่อย่างน้อยก็ถือเป็นการช่วยรักษาเทคนิคการ ‘ทอยกลาย’ ซึ่งเขาอยากจะทำให้เป็นลายเซ็นของแบรนด์นี้ในที่สุด

ท้ายสุดคุณศรัทธาแนะว่ามุมมองใหม่ๆ จากการพูดคุยกับคนในแวดวงธุรกิจเดียวกันถือเป็นอีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ “เวลาเราอยู่กับอะไรเดิมๆ นานๆ เราก็ตันนะ เราไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนได้บ้าง ความคิดคนๆ เดียวมันก็ไม่กว้างพอ บางอย่างเราคิดได้ แต่ถ้าปรับอีกนิดหนึ่ง มันก็จะกลายเป็นสิ่งใหม่ออกมาเลย”  

ใครจะรู้อีกห้าปีต่อจากนี้…แบรนด์ฝ้ายเข็นอาจจะมีอะไรใหม่ๆ ออกมาให้เราประหลาดใจเล่นก็ได้

ติดตามผลงานของฝ้ายเข็น : 
www.facebook.com/faikhain 

« Back to Result

  • Published Date: 2013-06-05
  • Resource: www.tcdcconnect.com