Articles

« Back to Result | List

Designing Disneyland : เมืองสร้างสรรค์แบบดิสนีย์แลนด์

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By hyku

“คุณสามารถถอดแบบและสร้างสรรค์ รวมทั้งสร้างสถานที่ที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลกได้ เพียงแต่ว่าต้องมีคนที่จะทำให้ความฝันนั้นเป็นจริงขึ้นมา” ความสำเร็จของดิสนีย์แลนด์เป็นเครื่องยืนยันคำพูดของวอลต์ ดิสนีย์ได้เป็นอย่างดี เมื่อดิสนีย์แลนด์แห่งแรกถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางความคาดเดาของคนหลายคนว่าจะต้องปิดตัวลงภายในหนึ่งปีเพราะปัญหาการเงิน

                วอลต์ ดิสนีย์ฝันถึงอาณาจักรแห่งเวทย์มนตร์ (MagicalPark) ที่สามารถรวมเอาจินตนาการและความละเอียดละออเข้าไว้ด้วยกัน และภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาจึงได้เริ่มลงมือสร้างเมืองในฝัน ด้วยการจ้างสถาบันวิจัยสแตนฟอร์ด (Stanford Research Institute) ดำเนินการสำรวจพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 100 เอเคอร์เพื่อหาสถานที่ที่เหมาะสมในการสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันก็ต้องอยู่ในเขตเมืองเพื่อให้คนเดินทา    งได้สะดวกจากทุกสารทิศ

                การก่อสร้างเริ่มต้นขึ้นที่เมืองแอนาไฮม์ภายใต้ปรัชญาที่ว่า ดิสนีย์แลนด์ ไม่ใช่สวนสนุกแต่เป็นการแสดงบนเวทีสามมิติที่เรียกว่า “เมือง” ที่มีตัวละคร คือ พนักงานที่ทำงาน สร้างสีสันและความบันเทิงให้กับผู้ชม ซึ่งทุกขั้นตอนของการออกแบบนั้น วอลต์ ดีสนีย์ ลงมือทำเองตั้งแต่กำหนดแนวคิด จัดวางผังเมือง รวมถึงร่วมกำหนดรายละเอียดต่างๆ ตั้งแต่โครงสร้างอาคารและถนน ตลอดจนบรรยากาศที่สร้างความรู้สึกและประสบการณ์ให้กับผู้ชม เช่น เครื่องแต่งกาย เสียงประกอบ และสินค้าที่วางจำหน่าย เพื่อเนรมิตพื้นที่ทั้งหมด 160 เอเคอร์แห่งนี้ให้กลายเป็นเมืองเทพนิยายที่มีเอกลักษณ์และสมบูรณ์แบบในฉบับของดิสนีย์

จุดขายอยู่ที่ประสบการณ์
แต่ทว่าการที่จะทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้มีส่วนร่วมด้วยกันนั้น การออกแบบจะต้องคำนึงถึงการปรุงแต่งประสบการณ์ร่วมให้กับคนสองวัย ซึ่งวอลต์ ดิสนีย์ เจ้าของไอเดียสวนสนุกสำหรับทุกวัย ได้นำเอาเรื่องราวประวัติศาสตร์วัฒนธรรมผสมผสานเข้ากับจินตนาการผ่านการจัดสรรพื้นที่และแนวทางตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป

                นอกจากนี้ แนวคิดเรื่องการย่อสัดส่วนสิ่งของให้มีขนาดเล็กกว่าในชีวิตจริง (smaller-than-life scale) ยังทำให้เด็กๆ รู้สึกว่าตัวเองโตกว่าในความเป็นจริงเมื่อได้เข้ามาอยู่ที่นี่ และในทางกลับกัน สภาพแวดล้อมแบบย่อส่วนนี้จะทำให้ผู้ใหญ่ระลึกถึงความทรงจำครั้งที่ตัวเองยังอยู่ในวัยเด็กขึ้นมาอีกคราว

สยายปีกแห่งฝัน
เมื่อดิสนีย์แลนด์ได้เปิดตัวขึ้นในต่างประเทศ ทีมงานต้องทำงานหนักขึ้นเพื่ออกแบบให้ดิสนีย์แลนด์ในแต่ละห้องนั้นมีเอกลักษณ์และจุดขายที่เข้าถึงผู้ชมในแต่ละท้องถิ่นมากขึ้น อย่างปารีสดิสนีย์แลนด์ ที่ปรับเปลี่ยนชื่อเมือง รวมทั้งเครื่องเล่นให้สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของฝรั่งเศส อย่างเช่น ทูมอร์โรว์แลนด์ ได้เปลี่ยนเป็น ดิสคัพเวอรีแลนด์ เพื่อให้ธีมของเมืองให้ความรู้สึกย้อนยุคมากกว่าที่จะให้ความรู้สึกสมัยใหม่อย่างสหรัฐอเมริกา ส่วนโซนบ้านผีสิงเดิมที่เคยเรียกว่า Haunted Mansion ก็ถูกเปลี่ยนเป็น Phantom Manor ที่ดัดแปลงมาจาก The Phantom of the Opera นวนิยายเลื่องชื่อของนักประพันธ์ฝรั่งเศส Gaston Leroux

                วันนี้ ดิสนีย์แลนด์กระจายอยู่ตามประเทศต่างๆ รวม 4 ประเทศ 5 เมือง ได้แก่ ดิสนีย์แลนด์พาร์คในแคลิฟอร์เนีย วอลต์ดิสนีย์เวิร์ลรีสอร์ตในฟลอริดา ดิสนีย์แลนด์ปารีส โตเกียวดิสนีย์แลนด์ และฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ดินแดนแห่งนี้จึงไม่ใช่แค่ความฝันที่เป็นจริงของวอลต์ ดิสนีย์ แต่เป็นเมืองสร้างสรรค์ที่เกิดจากคนที่มีความรู้และความเข้าใจที่สามารถบริหารจัดการความคิดสร้างสรรค์และความเป็นท้องถิ่นให้สื่อออกมาในรูปแบบของความบันเทิงและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันได้

Disneylandby Numbers

• เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของ “ตัวละคร” ในดิสนีย์แลนด์เวิร์ลรีสอร์ตมีดีไซน์ที่แตกต่างกันถึง 3,500 แบบ รวมทั้งหมดกว่าล้านชิ้น
• ดิสนีย์แลนด์แห่งต่อไปตั้งอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ในประเทศจีน คาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2014 โดยจะเสร็จเป็นดิสนีย์แลนด์ลำดับที่ 4 ที่ไม่ได้สร้างในสหรัฐอเมริกา ต่อจากโตเกียว ปารีส และฮ่องกง
• โมโนเรลในดิสนีย์แลนด์ มีความยาวถึง 2.5 ไมล์ และต้องใช้เวลาทั้งหมด 9 นาที ในการนั่งไปและกลับหนึ่งรอบ
• ที่ในดิสนีย์แลนด์พบว่ามีของหายและนำมาคืนกว่า 400 ชิ้นในแต่ละวัน
• 12 เมษายน 1992 ซึ่งเป็นวันเปิดทำการวันแรกของยูโรดิสนีย์ มีผู้เข้าชมกว่า 500,000 คน และมีรถพยายามเข้าจอดกว่า 90,000 คัน ส่งผลให้การจราจรติดขัดไปทั่วเมืองปารีส

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By Joe Shlabotnik

                ทางเข้า เมนสตรีท ยูเอสเอ (Main Street USA.) “ถนนสายนี้จะนำความทรงจำแห่งความสุขกลับมา และสำหรับเด็กมันคือการผจญภัยที่ได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยคุณปู่”

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By Lunchbox

                แอดเวนเจอร์แลนด์ (Adventureland) “เพื่อสร้างดินแดนแห่งความฝันที่เสมือนจริง เราจึงวาดภาพว่าเรากำลังอยู่ในป่าห่างไกลในแถบแอฟริกาและเอเชีย”

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By Joe Shlabotnik

                ฟรอนเทียร์แลนด์ (Frontierland) “เรามีเหตุผลที่จะภูมิใจในประวัติศาสตร์ของประเทศที่ก่อร่างมาจากจิตวิญญาณของนักบุกเบิก ดินแดนแห่งนี้จึงออกแบบมา เพื่อให้เราได้รู้สึกถึงการใช้ชีวิตในยุคบุกเบิกประเทศ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม”

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By ckramer

                แฟนตาซีแลนด์ (Fantasyland) “เราทำขึ้นเพื่อให้ความฝันของเด็กๆ ที่ฟังเรื่องราวของปีเตอร์แพน สโนไวท์ และคนแคระทั้งเจ็ด หรือ อลิซในดินแดนมหัศจรรย์ กลายเป็นจริงด้วยการให้พวกเขาได้เข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องราว”

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By bredgur

                ทูมอร์โรวแลนด์ (Tomorrowland) “จุดขายของดินแดนแห่งนี้คือการเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมในการผจญภัยไปกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในอนาคตที่ยังไม่เป็นจริงในขณะนี้”

เขตปลอดหมากฝรั่ง
ในดิสนีย์แลนด์ไม่อนุญาตให้คายหมากฝรั่ง และหมากฝรั่งที่ถูกคายทิ้งบนพื้นจะถูกเก็บขึ้นทันที เพราะวอลต์ ดิสนีย์ ไม่ต้องการให้ผู้ชมต้องคอยแกะหมากฝรั่งออกจากรองเท้าทุกๆ 10 นาทีเหมือนสวนสนุกอื่นๆ

เรื่องโดย มณฑินี ยงวิกุล และ นิศากร แก่นมีผล

« Back to Result

  • Published Date: 2011-02-04
  • Resource: www.creativethailand.org