Articles

« Back to Result | List

Copenhagen : เรื่องสนุกสนาน จักรยาน และการออกแบบ

                หากมองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์ เดนมาร์กเคยเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ถึงขั้นปกครองพื้นที่เกือบทั้งหมดของประเทศอังกฤษ  แต่ปัจจุบันเดนมาร์กเป็นประเทศเล็กๆ ที่พอใจอยู่อย่างเงียบสงบ (แต่ก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก) แถมยังมีรูปแบบเมืองที่ต่างจากเมืองในยุโรปโดยทั่วไป เพราะชาวเดนมาร์กให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและถือคติพจน์ที่ว่า “มีมากกว่า ไม่ได้แปลว่าดีกว่า” จึงไม่น่าแปลกใจว่า แม้แต่เมืองหลวงอย่างโคเปนเฮเกนก็ยังไม่ค่อยมียอดตึกสูงมาแทงตามากนัก และเราจึงเห็นชาวเดนมาร์ก ตั้งแต่เชื้อพระวงศ์ นักธุรกิจ นักศึกษา และแม่บ้าน ขี่จักรยานขนาดกระทัดรัดเพื่อจัดการธุระประจำวันของตนเอง

เล่นสนุก

                ชาวเดนมาร์ก (ที่เรียกว่า “เดนนิช”หรือ “เดนส์”) นั้นเป็นคนรักสนุก และประเทศของเขาก็เปรียบเสมือนสนามเด็กเล่นอันมีชีวิตชีวา เพราะเป็นที่ตั้งของสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในโลกถึงสองแห่ง แห่งแรกคือ Dyrehavsbakken หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า Bakken เป็นสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่นอกเมืองทางตอนเหนือของกรุงโคเปนเฮเกน เปิดโอกาสให้คนมาพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางธรรมชาติและหาความสนุกใส่ตัวได้ฟรี โดยไม่คิดค่าผ่านประตูมาตั้งแต่ปี 1583 โดยมีจุดขายสำคัญคือ รถไฟเหาะรุ่นเจ้าคุณปู่สุดคลาสสิกที่ทำจากไม้ ส่วนอีกแห่งหนึ่งนั้น เป็นที่ที่ว่ากันว่าเป็นแรงบันดาลใจให้วอลต์ ดิสนีย์ สร้างอาณาจักรแห่ง

 

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By Thomas Rockstar, Sarah Ackeman

                เวทมนตร์ในฝันของเขา เรากำลังพูดถึง Tivoli ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโคเปนเฮเกนนั่นเอง

                สวนสนุกที่เก่าแก่เป็นอันดับสองของโลกอย่าง Tivoli นี้สะท้อนถึงจิตวิญญาณรักสนุกของชาวเดนมาร์กได้เป็นอย่างดี ด้วยความที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศชวนเบิกบานสำราญใจ และกระตุ้นความซุกซนและอยากรู้ให้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ นอกจากเครื่องเล่นยุคใหม่ที่ชวนตื่นเต้นหวาดเสียว Tivoli ยังสร้างสรรค์ความบันเทิงแบบครบวงจรให้กับชาวเมืองโคเปนเฮเกน รวมถึงการแสดงละครสัตว์ ละครใบ้ คาบาเรต์ ทั้งยังนำวงดนตรีคลาสสิก มิวสิคัล บัลเล่ต์ และโอเปร่าระดับโลก มาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนแสดงให้ชมกันที่ Tivoli Concert Hall แถมยังรวบรวมนักดนตรีฝีมือดีกว่า 80 คน และตั้งวงออเคสตร้าเป็นของตัวเอง ภายใต้ชื่อ Tivoli Symphony Orchestra ด้วย

                ถึงจะมีอายุอานามกว่า 160 ปี แต่สวนสนุกคู่เมืองโคเปนเฮเกนกลับไม่ล้าสมัยไปตามกาลเวลา และด้วยแนวคิดของผู้ก่อตั้งคือ Georg Carstensen ที่เคยกล่าวไว้ว่า “สวนสนุก Tivoli จะไม่มีวันเสร็จสมบูรณ์”ตลอดเวลาเกือบสองศตวรรษ สวนสนุกแห่งนี้จึงสรรหาสิ่งใหม่ๆ มาสร้างแรงบันดาลใจให้คนมากมาย โดยสิ่งที่ชาวโคเปนเฮเกนเรียนรู้จากสวนสนุกก็คือ พวกเขาจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากรู้จักพักผ่อนและหาเวลาเติมพลังสร้างสรรค์

เดินสนุก

                “สตรอยก์” (Strøget) แปลว่า การเดินเล่น (stroll) และถนนคนเดินที่เชื่อมถนนสายหลักห้าเส้นของโคเปนเฮเกนเข้าด้วยกันแห่งนี้ก็ถูกออกแบบมาให้เดินเล่นได้ไม่รู้เบื่อสมชื่อจริงๆ ถนนสตรอยก์ทอดยาวจากจัตุรัสหน้าศาลาว่าการเมืองโคเปนเฮเกน นำพาผู้คนย้อนวันเวลากลับไปยังอดีตด้วยอาคารเก่าที่ยังคงความงดงาม ปราสาท พระราชวัง และพิพิธภัณฑ์ที่เรียงรายบนสองข้างทาง ก่อนที่จะไปสิ้นสุดที่ย่าน Nyhavn อดีตเขตโคมแดงและถิ่นที่อยู่อาศัยของเหล่ากะลาสี ที่ในปัจจุบันคึกคักและมีสีสันด้วยคาเฟ่และร้านอาหารกลางแจ้งที่เรียงรายริมน้ำ แต่ก็ยังคงมนต์เสน่ห์ด้วยเรือไม้และบ้านเรือนสีลูกกวาดสวยหวานสมัยศตวรรษที่ 17 สีลูกกวาดสวยหวาน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นบ้านที่ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน นักเล่านิทานคนดังเคยพักอาศัยอยู่หลายปี

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By Olgite

                ถนนสตรอยก์ถูกประกาศให้เป็นเขตปลอดรถยนต์ตั้งแต่ปี 1962 ในช่วงแรกเจ้าของกิจการหลายรายไม่เห็นด้วยกับการปิดถนนเพราะเกรงจะเป็นผลเสียต่อธุรกิจ แต่จนถึงวันนี้ โคเปนเฮเกนได้พิสูจน์แล้วว่าหากให้ผู้คนได้เป็นเจ้าของถนน และมีถนนที่เดินได้อย่างสนุกและสะดวกสบาย ความรู้สึกอยากจับจ่ายก็จะตามมาเอง เพราะมีผู้มาเยือนถนนคนเดินสายนี้โดยเฉลี่ยกว่าแสนคนต่อวัน และจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงฤดูร้อน เมื่อสตรอยก์มีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ เพราะนักแสดงเร่และนักดนตรีริมทางจะมาบรรเลงเพลงให้ความบันเทิงแก่คนเดินถนนจนทำให้เดินเพลินจนลืมเหนื่อยไปสนิทใจ และในเดือนกรกฎาคมของทุกปี โคเปนเฮเกนที่ขึ้นชื่อเรื่องเทศกาลดนตรีแจ๊ซจะจัดเทศกาล Copenhagen Jazz Festival ที่โด่งดัง เพื่อร่วมสร้างสีสันและดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักดนตรีมากมายจากทั่วโลกมายังถนนสายนี้

อยู่สนุก

                ถึงจะมีสวนสาธารณะอยู่แล้วหลายแห่ง แต่โคเปนเฮเกนก็ยังวางแผนจะสร้างพี้นที่สีเขียวเพิ่มอีก และตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2015 ชาวเมืองจะต้องสามารถเดินไปถึงสวนสาธารณะหรือชายหาดได้ภายในเวลา 15 นาที เพื่อให้สิ่งที่วาดฝันไว้เป็นจริง โคเปนเฮเกนได้เริ่มบูรณะและพัฒนาสวนสาธารณะที่มีอยู่เดิม เช่น สร้างเกาะและขยายบริเวณชายหาดของ Amager Strandpark สถานที่พักผ่อนริมทะเลให้กว้างขวางขึ้น และปรับสภาพน้ำในคลองและทะเสสาบรอบเมืองให้ใสสะอาดจนลงไปว่ายน้ำเล่นได้ และเชื่อหรือไม่ว่า ชาวโคเปนเฮเกนปิกนิกกันในสุสาน เพราะสุสานหลายแห่งในเมืองนั้นกว้างขวาง เงียบสงบ และร่มรื่น จนผู้คนใช้เป็นสวนสาธารณะเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ

   

ภาพจาก Creative Commons (flickr.com/creativecommons) By JDS

                นอกจากนี้ สิ่งก่อสร้างหลายแห่งในโคเปนเฮเกนไม่ลืมที่จะนำ “ธรรมชาติ”เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ ยกตัวอย่างเช่น Mountain Dwellings อาคารทรงภูเขาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทือกเขาหิมาลัย แต่ละห้องเรียงรายลดหลั่นกันเป็นขั้นบันไดเพื่อให้ได้รับแสงแดดอย่างทั่วถึง ทั้งยังมีระเบียงส่วนตัวไว้ปลูกต้นไม้ได้ และโครงการปรับปรุงอพาร์ทเมนต์ Birkegade ในย่าน Nrrebro ที่เปลี่ยนดาดฟ้าสภาพทรุดโทรมให้กลายเป็นสวนสาธารณะขนาด 490 ตารางเมตร ให้ผู้พักอาศัยใช้เป็นที่ปิกนิก ย่างบาร์บีคิว และออกกำลังกาย

                ในปี 2008 นิตยสาร Monocle จัดอันดับให้โคเปนเฮเกนเป็นเมืองดีไซน์อันดับหนึ่งของโลก เพราะเมืองหลวงของประเทศเดนมาร์กแห่งนี้มีการออกแบบภูมิทัศน์เมืองที่ผสมผสานอาคารดีไซน์โมเดิร์นเข้ากับสถาปัตยกรรมโบราณได้อย่างลงตัว แถมยังไม่หยุดยั้งในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะเพื่อให้ชาวเมืองได้พักผ่อนหย่อนใจ โคเปนเฮเกนจึงควบตำแหน่งเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกในปีเดียวกันด้วย แสดงให้เห็นว่าชีวิตในเมืองหลวงนั้นไม่จำเป็นต้องเครียดและเร่งรีบเสมอไป หากให้ความสำคัญกับการจัดการระบบสาธารณูปโภคและการพัฒนาเมืองแบบยั่งยืน ประชากรก็สามารถมีความสุขและสนุกกับชีวิตได้ในทุกๆ วัน

COPENHAGENIZE: BETTER BICYCLES, BETTER CITY

                ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของถนนสตรอยก์ คือสถาปนิกชื่อดังชาวเดนมาร์ก Jan Gehl ผู้เขียนหนังสือ Life Between Buildings และ Public Spaces, Public Life เขาเป็นตัวตั้งตัวตีในการวางผังเมืองที่ให้ความสำคัญกับ “คน” มากกว่ารถยนต์ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเมืองโดยออกแบบถนน เลนจักรยาน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้เป็นมิตรต่อคนเดินถนนและผู้ขับขี่จักรยาน เขาได้รับเชิญให้ไปเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ชุมชนเมืองในหลายประเทศ โดยใช้ถนนสตรอยก์และโคเปนเฮเกนเป็นต้นแบบ จนคำว่า Copenhagenize กลายเป็นคำที่ใช้เรียกกระบวนการเปลี่ยนเมืองให้เป็นเมืองแห่งจักรยาน

                นโยบายสนับสนุนให้ประชาชนหยุดพึ่งพารถยนต์และหันมาขี่จักรยานของเมืองโคเปนเฮเกนรวมถึงการจัดจักรยานสาธารณะบริการฟรีรอบเมือง พร้อมระบบยืมคืนที่สะดวกสบาย เปลี่ยนที่จอดรถให้เป็นพื้นที่สาธารณะ และวางแผนสร้างเลนจักรยานเพิ่มอีก 22 สาย ซึ่งครอบคลุมระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร ปัจจุบัน ร้อยละ 36 ของชาวเมืองโคเปนเฮเกนขี่จักรยานกันเป็นกิจวัตรประจำวัน และจำนวนถนนปลอดรถยนต์ก็เพิ่มขึ้นหลายสาย ล่าสุด สภาเมืองโคเปนเฮเกนได้ประกาศให้ถนนสายหลักใจกลางเมืองอย่าง Nørrebrogade เป็นถนนปลอดรถยนต์อีกหนึ่งสาย แต่ยังคงอนุญาตให้รถประจำทางวิ่งได้ และอำนวยความสะดวกให้ผู้ขี่จักรยานด้วยระบบสัญญาณไฟจราจร Green Wave ที่ทำให้ผู้ที่ขี่จักรยานด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขี่จักรยานเข้าเมืองได้โดยไม่ติดไฟแดง

CopenhagenX

                เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเมือง ศูนย์สถาปัตยกรรมเดนมาร์ก (Danish Architecture Centre) ได้จัดทำโครงการ Copenhagen X ที่มีการจัดทัวร์ขี่จักรยานชมสถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างในเมืองทุกๆ วันอาทิตย์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เราอยากแนะนำให้คุณลองเข้าไปชมวิดีโอโครงการนี้ (ค้นด้วยคำว่า Copenhagen X ในยูทู้บ) แล้วคุณจะเห็นว่าคนเดนส์มีความสนุกในการออกแบบเมืองและสถาปัตยกรรมแค่ไหน

เรื่องโดย ณัฐพร ศรีศิริรังสิมากุล

« Back to Result

  • Published Date: 2011-02-08
  • Resource: www.creativethailand.org