Articles

« Back to Result | List

Divine Chocolate แบรนด์ช็อคโกแลตระดับโลก โดยชุมชนท้องถิ่น

 

ช็อคโกแลตหรือเจ้าของหวานสีน้ำตาลเข้ม นอกจากจะเป็นของหวานสุดโปรดของหลายๆ คน โดยเฉพาะสาวๆ แล้ว ช็อคโกแลตยังเป็นขนมยอดนิยมที่ผู้คนมักให้กันเป็นของขวัญในโอกาสสำคัญต่างๆ หรือของฝากยามเดินทาง แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่า กว่า 90% ของเมล็ดโกโก้ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตช็อคโกแลตที่เราบริโภคกันทุกวันนี้ มาจากเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ในทวีปแอฟริกา ซึ่งส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความยากจนและระดับคุณภาพชีวิตที่มีความลำบากแร้นแค้น นอกจากนี้ปัญหาเรื่องการใช้แรงงานเด็กยังเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ในอุตสาหกรรมการปลูกโกโก้อีกด้วย

(GNP per Capita ของประเทศไอเวอรีโคสต์ซึ่งประเทศผู้ผลิตโกโก้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นั้นต่ำกว่า GDP per Capita ของประเทศไทยประมาณ 5 เท่า และต่ำกว่าประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณ 28 เท่า)


Photo by Bread for the world (www.flickr.com)

อย่างไรก็ดี ยังมีกลุ่มเกษตรผู้ปลูกโกโก้ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา พวกเขาอาศัยพลังของการรวมกลุ่มและความคิดต่อยอด ร่วมกันยกระดับตนเองจากการเป็นเพียงเป็นเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ธรรมดา มาเป็นเจ้าของแบรนด์ช็อคโกแลตระดับโลกหนึ่งแบรนด์ที่ทั้งรักและห่วงใยสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ด้วยแนวคิดการทำงานที่ยึดหลักของการค้าที่เป็นธรรมหรือ Fair Trade

Divine Chocolate เกิดจาการรวมกลุ่มของเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ในประเทศกาน่า โดยในช่วงแรกเริ่มการรวมกลุ่มมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรผ่านการรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์ภายใต้ชื่อ Kuapa Kokoo ในปี 1993 อย่างไรก็ดี ความคิดในการพัฒนาต่อยอดของสมาชิกสหกรณ์ Kuapa Kokoo ยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ทางกลุ่มเล็งเห็นว่าแทนที่จะเป็นเพียงผู้ผลิตโกโก้เพื่อขายให้กับกลุ่มลูกค้า Fair Trade ซึ่งเป็นตลาดกลุ่มเฉพาะ (Niche Market) สหกรณ์ Kuapa Kokoo นั้นควรที่จะทำการผลิตช็อคโกแลตแท่งของตัวเองที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดเดียวกันกับแบรนด์ช็อคโกแลตชั้นนำอื่นๆ และด้วยการสนับสนุนจากกลุ่ม NGO Twin Tradingและ บริษัทThe Body Shop ในปี 1997 บริษัท The Day Chocolateบริษัทผลิตช็อคโกแลตเจ้าแรกและเจ้าเดียวของโลกที่กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตโกโก้เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ (33% ในช่วงแรก และเพิ่มเป็น 45% ในปี 2006 จากการที่ The Body Shop ทำการโอนหุ้นทั้งหมดของบริษัทให้กับ Kuapa Kokoo) จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา และเปลี่ยนชื่อเป็น Divine Chocolate Limited ในปี 2007

เพียง 1 ปีหลังจากการก่อตั้ง ช็อคโกแลตของ Divine Chocolate ก็สามารถเข้าครองพื้นที่การขายในซูเปอร์มาเก็ตในประเทศอังกฤษได้สำเร็จ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาด เนื่องจากตลาดช็อคโกแลตในประเทศอังกฤษนั้น ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุด มีแบรนด์ช็อคโกแลตกว่าร้อยแบรนด์ในตลาดเป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภค และเหล่าแบรนด์ชั้นนำทั้งหลายต่างใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 10 ล้านปอนด์ หรือประมาณ10% ของผลกำไรสุทธิโดยประมาณ ในการโฆษณาและการรักษาพื้นที่ทางการตลาดของตน ถึงแม้จะดูเป็นสิ่งที่ยากลำบากและไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ Divine Chocolate ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเค้าสามารถทำในสิ่งที่หลายๆ คนมองว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันให้กลายเป็นจริงขึ้นมาได้ โดยในปัจจุบัน นอกจากประเทศอังกฤษ Divine Chocolate ยังมีวางขายอยู่ในอีก 5 ประเทศทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อต่อสู้กับปัญหาการใช้แรงงานเด็ก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ในวงการการปลูกโกโก้ในแอฟริกา Kuapa Kokoo ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักของ Divine Chocolateได้มีระบบการตรวจสอบการใช้แรงงานเด็กของกลุ่มเกษตรกรในเครือข่ายอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจว่าโกโก้ของ Kuapa Kokoo นั้นมาจากฟาร์มที่ไม่มีการใช้แรงงานเด็ก นกจากนี้ Kuapa Kokoo ยังเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มีการเคลื่อนไหวอย่างจริงจังร่วมกับองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (International Labor Organization) ในการต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก

นอกเหนือจากการเป็นบริษัทผู้ผลิตช็อคโกแลต Fair Trade แล้ว การดำเนินงานต่างๆ ของ Divine Chocolate ยังคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญอีกด้วย โดยเห็นได้จากการที่ Divine Chocolate นั้นปฎิเสธที่จะใช้การขนส่งทางอากาศใน supply chain ของตน นอกจากนี้ในเรื่องของบรรจุภัณฑ์ (Packaging) Divine Chocolate ยังมีทำการศึกษาและพัฒนาอยู่ตลอดเวลาในการลดขนาดของบรรจุภัณฑ์ และสรรหาวัตถุดิบใหม่ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการทำบรรจุภัณฑ์ โดยตัวอย่างนวัตกรรมสีเขียวของ Divine Chocolate ในการทำบรรจุภัณฑ์นั้น เช่น การทำบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช้พลาสติกสำหรับไข่วันอีสเตอร์ และการใช้ถาดแป้งข้าวโพดในกล่องช็อคโกแลต

 

ตัวอย่างของ Divine Chocolate แสดงให้เห็นแล้วว่า ถึงแม้คนเรานั้นจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่ด้วยความพยายามและการคิดนอกกรอบอย่าสร้างสรรค์ย่อมนำไปสู่หนทางใหม่ๆ ที่นำไปสู่โอกาสใหม่ๆ ในชีวิต แต่อย่างไรก็ดีสำหรับผู้เขียนแล้ว จุดสำคัญของเรื่องราวในครั้งนี้คือการที่ Divine Chocolate นั้นได้พิสูจน์ให้เห็นว่าโมเดลทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเองก็มีศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ และสามารถก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ทัดเทียมกับธุรกิจธรรมดาได้เช่นกัน

Sources :
divinechocolate.com/
unctad.org/infocomm/anglais/cocoa/market.htm
fao.org/docrep/006/y5143e/y5143e0x.htm
kuapakokoogh.com
cocoainitiative.org/en/resources/child-labour-in-cocoa-growing

« Back to Result

  • Published Date: 2012-03-22
  • Resource: www.creativethailand.org