Articles

« Back to Result | List

Walkonthewildside: หยดครามบนเสื้อยืด หยาดเหงื่อแห่งภูมิปัญญา

“ครามหยาด” หรือหยดสีที่ปรากฏบนใบคราม จะเกิดขึ้นเฉพาะเวลาเช้ามืดเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเก็บเกี่ยว เปรียบได้กับจังหวะที่ลงตัวของการกำเนิดแบรนด์เสื้อยืด “วอล์คออนเดอะไวลด์ไซด์” ที่ไม่ใช่แค่ธุรกิจอิงกระแสรักษ์โลก แต่เป็นการสืบทอดภูมิปัญญาถิ่นไทยอย่างแท้จริง นอกจากผ้าที่ทอจากฝ้ายธรรมชาติ 100% แล้ว เทคนิคย้อมครามคือจุดเด่นที่ คุณนราวุธ ไชยชมภู และคุณศศิมา อัศเวศน์ เจ้าของแบรนด์ นำมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อตามรอยกิจการผ้าฝ้ายย้อมคราม “แม่ฑีตา” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ครอบครัวของนราวุธช่วยกันทำขึ้นในปี 2535 โดยคุณน้า ประไพพันธุ์ แดงใจ ได้รับแรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าย้อมครามของคุณยาย ฑีตา จันทร์เพ็งเพ็ญ และผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านที่จ.สกลนคร ทั้งคุณยาย คุณน้า และคุณแม่ของเขาต่างก็ช่วยกันศึกษาวิธีการย้อม แต่เนื่องจากเป็นภูมิปัญญาโบราณ ซึ่งกำลังเลือนหายตายจากไปพร้อมกับคนรุ่นเก่า มีเพียงคนชราเท่านั้นที่พอทำได้ หม้อครามและอุปกรณ์ต่างๆ ถูกทิ้งร้างไว้หลังบ้าน กระทั่งต้นครามที่ใช้สำหรับย้อมยังแทบไม่หลงเหลือ

การผลิตแบบครบวงจรที่ต้องทดลองด้วยตัวเอง

จากการลองผิดลองถูกอยู่หลายปี ทั้งสามได้คิดค้นวิธีย้อมผ้าครามมากมายจนได้สูตรที่ลงตัว เพราะ “คราม” ขึ้นชื่อว่าเป็นพืชมีกระบวนการย้อมยากที่สุดในโลกและหาได้เฉพาะในเขตป่าเท่านั้น ทั้งสามจึงดำเนินขั้นตอนทั้งหมดเอง ตั้งแต่การเพาะพันธุ์ การเก็บเกี่ยว การมัด ไปจนถึงการหมักให้ได้เนื้อคราม แล้วนำฝ้ายมาย้อม ซึ่งทุกขั้นตอนต้องอาศัยความละเมียดละไม บวกกับประสบการณ์กล้าคิดกล้าลอง การย้อมครามมีความพิเศษตรงที่เปิดโอกาสให้ธรรมชาติมีส่วนร่วมในการรังสรรค์ลวดลายด้วย เช่น ผ้าย้อมทีแรกจะเป็นสีเขียว แต่เมื่อสัมผัสกับออกซิเจน จะกลาย เป็นสีฟ้ามากขึ้น นอกจากนี้ มะเกลือยังเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากพืช 2 ชนิดนี้สามารถย้อมเย็นได้ ทั้งยังทนทานมากกว่าและไม่สิ้นเปลืองพลังงานเท่ากับการย้อมร้อนหรือต้ม การกำเนิดของแบรนด์ “แม่ฑีตา” ช่วยให้วิธีการย้อมครามกลับคืนสู่ท้องถิ่นอีกครั้ง ชาวบ้านเริ่มทำผ้าย้อมครามกันมากขึ้น จนกลายเป็น “ของดีเมืองสกลนคร” อีกทั้งคุณยายฑีตายังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาเคมี จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เพื่อยกย่องความมุมานะในการสืบทอดมรดกทางความรู้

ส่งต่อคุณค่าด้วยการเชื่อมเข้าหา “ปัจจุบัน”

หัวใจของการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม ไม่ใช่แค่การเก็บรักษา แต่ต้องรู้จักหาวิธีการปรับใช้ให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้คนรุ่นหลังตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญ ตลอดจนช่วยกันส่งต่อสินทรัพย์ทางปัญญานั้นสืบไป นราวุธและศศิมา เจ้าของแบรนด์เสื้อยืด “วอลค์ออนเดอะไวลด์ไซด์” เห็นว่าผ้าย้อมคราม “แม่ฑีตา” นั้นสวยงาม แต่ยากที่จะนำมาใช้จริง จึงนำเอกลักษณ์ของผ้าย้อมครามมาต่อยอดในรูปแบบเสื้อยืด ซึ่งมีความเป็นยูนิเซ็กส์ ร่วมสมัย ปันกันใช้ได้ สำหรับทั้งคู่แล้ว การย้อมครามเปรียบได้กับศิลปะที่คาดเดาไม่ได้ แม้จะใช้เทคนิคเดียวกันก็อาจได้ผลลัพธ์ที่ต่างกัน เพราะพืชธรรมชาติจะมีมิติสีที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งต่างจากสีเคมี เสื้อยืดแต่ละตัวจึงแฝงความสนุกจากการทดลองสิ่งใหม่ๆ และมีจุดเด่นไม่เหมือนใคร เช่น เสื้อยืดลายจุดสวยแปลกตาที่เกิดจากการย้อมด้วยมะเกลือโดยที่ไม่ได้ห่อด้วยผ้าขาว หรือเสื้อย้อมที่ตากไว้แล้วโดนฝน ก็จะกลายเป็นลายเม็ดฝน บางครั้งก็ได้ลวดลายที่เป็นภาพนามธรรม ดึงดูดสายตาผู้ซื้อไปอีกแบบ “ในการย้อมสีธรรมชาตินั้น ธรรมชาติจะช่วยเราทำงานด้วย ฉะนั้นเวลาทำจึงไม่ควรไปเคร่งครัดมาก ปล่อยสบายๆ ให้มันเกิดขึ้นเอง เพราะนี่คือการทดลอง เราคิดว่ามันมีเสน่ห์...ตรงที่แต่ละตัวออกมาไม่เหมือนกันเลย” พวกเขายังตั้งใจจะทดลองใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอื่นๆ ในการย้อมสีด้วย เช่น เปลือกมังคุด โคลน ต้นกล้วย เพื่อแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อไป อีกทั้งยังจัดทำแผ่นพับ “แม่ฑีตา” ที่เสริมความรู้เกี่ยวกับการย้อมครามและการผลิต เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าใจถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมและเห็นคุณค่าในสินค้าแต่ละชิ้น ผ่านขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการสืบต่อชีวิตจากคนรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ได้อย่างสร้างสรรค์ “ภูมิปัญญาที่สั่งสมมายาวนานด้วยความยากลำบาก หากจะปล่อยให้ตายไปก็น่าเสียดาย คำว่าตายของผมนั้นหมายถึงว่า แม้ภูมิปัญญานี้จะยังคงอยู่ แต่หากมันเป็นแค่การอนุรักษ์ไว้เฉยๆ อย่างเดิม มันก็จะเป็นแค่เรื่องของคนเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้มีการนำมาใช้ในชีวิตจริงกับคนรุ่นปัจจุบัน ซึ่งสำหรับผมแล้ว นัยหนึ่งมันก็คล้ายๆ กับตายนั่นแหละ” “ถ้าเราอยากให้ครามมีชีวิตยืนยาวต่อไป ก็ต้องนำมันมาอยู่กับสิ่งที่เราชอบสิ่งที่เราใช้ ทำให้ครามได้กลมกลืนอยู่ในวิถีชีวิตปัจจุบันจริงๆ ภูมิปัญญาดีๆ ของไทยนั้นมีอยู่มากมายเหลือเกิน แต่ชะงักอยู่แค่การอนุรักษ์ ซึ่งจะทำให้มันตายไปทีละน้อย เพราะขาดการเชื่อมต่อมาสู่คนรุ่นใหม่ การนำสีครามมาเจอกับเสื้อยืด จึงเหมือนกับการนำโลกยุคเก่าและโลกยุคใหม่มาเจอกัน” จากผ้าฝ้ายย้อมครามที่สะท้อนถึงวีถีชีวิตและความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมของชาวถิ่นในอดีต กลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้คนรุ่นใหม่กลับมาหาคุณค่าของวัฒนธรรมไทย และกล้าที่จะหยิบมานำเสนอในรูปแบบของเสื้อยืดร่วมสมัยอย่าง “วอล์คออนเดอะไวลด์ไซด์” ที่เน้นการออกแบบอย่างเรียบง่ายและใช้ได้ในชีวิตจริง

เรียบเรียงจากบทความ “Walkonthewildside – แบรนด์เสื้อยืดกับการคืนชีวิตให้ภูมิปัญญาไทย”
โดย อาศิรา พนาราม www.tcdcconnect.com

« Back to Result

  • Published Date: 2011-05-11
  • Resource: www.tcdc.or.th