Creative Knowledge

« Back to Result | List

วิชัย พูลวรลักษณ์..ประสบการณ์แบบ UX และความสำเร็จที่ไปด้วยกัน

vichai3.jpg

ภาพใหญ่ในความคิดของคนทั่วไปเกี่ยวกับนักธุรกิจตระกูล “พูลวรลักษณ์” คงหนีไม่พ้นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความบันเทิง และการเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ประสบความสำเร็จอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่การที่ วิชัย พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วรลักษณ์ พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ W Property นักพัฒนาผู้เป็นเจ้าของอาณาจักรไลฟ์สไตล์สุดยิ่งใหญ่อย่าง W District ย่านพระโขนงเป็นธงรบสำคัญ หันมาร่วมมือกับโปรเจ็กต์ที่ใส่ใจ “ผู้ใช้” รายเล็กๆ และคนรุ่นใหม่มาเป็นอันดับแรกอย่าง TCDC Commons ร่วมกับศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) เพื่อเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้และบ่มเพาะไอเดียสร้างสรรค์ที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดเรื่องการเข้าใจประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) อย่างจริงจัง อาจเป็นก้าวสำคัญก้าวใหม่ของกลุ่ม W Property ที่งานนี้ไม่ได้มีแค่คำว่า “ทางลัด”

เริ่มจากสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้อย่างเรื่องธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ W Property มองตลาดอสังหาฯ เป็นอย่างไรบ้างในช่วงนี้และอนาคตใกล้ๆ
ต้องบอกว่าธุรกิจอสังหาฯ ทำยากขึ้น ด้วยข้อจำกัดของเศรษฐกิจเอง หรือภาวะที่รายใหญ่กินรายเล็ก การเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์กับนอกตลาดหลักทรัพย์ มีความได้เปรียบ-เสียเปรียบแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน ตั้งแต่โอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร บวกกับต้นทุนที่ต่ำกว่า หรือความได้เปรียบเรื่องเครดิตอะไรแบบนี้ พอมาดูเรื่องการขาย รายใหญ่ก็ได้เปรียบอีก เพราะมีเครือข่ายและความน่าเชื่อถือจากการเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ บวกกับเศรษฐกิจสองสามปีนี้ไม่ค่อยดี ก็จะกระทบมากในกลุ่มผู้ซื้อรายเล็ก พวกราคาประมาณสองล้านลงไปก็จะเป็นปัญหา อย่างนโยบายใหม่ที่เข้มงวดในการปล่อยกู้มากขึ้นของสถาบันการเงิน ซึ่งก็จะยิ่งไปบีบกลุ่มผู้ซื้อกลุ่มนี้ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กจบใหม่ เพิ่งมีรายได้ แต่ก็มีความสามารถ ตลาดตรงนี้มันเลยค่อนข้างผกผัน เพราะฉะนั้นโดยรวมๆ เศรษฐกิจยังคงรวยกระจุกจนกระจาย แล้วก็กลายเป็นดีอยู่กลุ่มเดียวคือกลุ่มบน

แต่การที่เราเองก็เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการกลุ่มแรกๆ ที่เน้นเรื่องของการสร้างนวัตกรรม การใส่ความคิดสร้างสรรค์ และการมีวิธีคิดที่แตกต่างนอกกรอบ อย่าง W District ที่เริ่มมาเป็นโครงการแบบมิกซ์ยูสรายแรกๆ เรามีโรงแรม ก็เป็นโรงแรมที่มีความครีเอทีฟเยอะ มีความร่วมมือจากศิลปิน มีการออกแบบที่ไม่เหมือนคนอื่น ทำคอนโดที่มีเอกลักษณ์ มีความสูงใหญ่พิเศษถึง 50 ชั้น จนเป็นคอนโดที่สูงที่สุดในเส้นสุขุมวิทนี้ หรือการมีสกายวอร์กอยู่บนชั้น 46 ที่กลายเป็นร้านอาหาร เป็นเสน่ห์และจุดขายของคอนโดให้คนเขามา หรืออย่างล่าสุดที่เราทำโครงการ E88 และ U-691 ก็เป็นอะไรที่คนรุ่นใหม่กำลังถวิลหา อยากได้ อยากเจอ เพราะมันเป็นพื้นที่ออฟฟิศแบบโคเวิร์กกิ้งสเปซซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ให้พวกเขาด้วยต้นทุนที่ต่ำ รวมไปถึงการต่อยอดไปร่วมมือกับ TCDC ซึ่งในวันนี้ ที่นี่ก็ถือเป็นศูนย์รวมแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่ ที่อยากจะใช้ชีวิตให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราก็พยายามจะทำให้ตัวเราทุกคนเด็กลง เพื่อรองรับกับคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะเติบใหญ่ขึ้นมาแล้วเป็นกำลังสำคัญของธุรกิจในอนาคต อยากจะไปกับเขา ไปสัมผัสความคิด วิธีคิดของเขา แล้วเมื่อเขาทำอะไรไปแล้ว ก็หวังว่าเขาจะประสบความสำเร็จ แล้วเราก็จะสำเร็จไปกับเขาด้วย นี่เป็นที่มาเลยว่า ทำไม W Property ถึงมีความครีเอทีฟและอินโนเวทีฟอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าวิธีคิดของเรา พยายามจะไปพร้อมๆ กับคนรุ่นใหม่

vichai1.jpg

อะไรที่ทำให้เลือกว่าสิ่งที่จะสร้างความแตกต่างให้ W Property ต้องเป็นเรื่องของศิลปะหรือความครีเอทีฟ
ก็ต้องบอกว่า รายอื่นเขาก็มีจุดแข็งของเขาชัดเจน ดังนั้นถ้าจะสร้างพื้นที่ที่เหมือนเขาขึ้นมา ถ้าเราไม่มีจุดแข็งเท่าเขา เราก็ต้องใช้จุดอ่อนของเขา ก็คือจุดที่เขาไม่ทำ สิ่งนั้นก็คือการทำงานเกี่ยวกับอาร์ทหรือครีเอทีฟ ซึ่งผมก็โชคดีที่เจอพี่จารุต วงศ์คำจันทรา ผู้อำนวยการ Hof Art Space ที่มาจุดประกายวิธีคิดว่างานศิลปะมันมีตลาดของมันอยู่ แต่ว่ามันไม่มีคนส่งเสริม พอดีกับที่เราก็อยากจะได้มาทำให้ของๆ เรามีความแตกต่าง แล้วถ้าเราจะโต เราอยากจะโตในวิธีคิดที่นอกกรอบ เพราะถ้าคิดเหมือนเขา เราก็สู้เขาไม่ได้อยู่ดี เพราะเรามาทีหลัง อีกอย่างมันตรงกับจริตเราด้วย ที่เราเองก็ชอบศิลปะ บวกกับสถานที่เรามีอัตลักษณ์ชัดเจน ข้างในเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 12 ไร่ เราจึงอยากทำข้างในให้เป็นเมือง ก็เลยเป็นที่มาของ W District ที่มีสตรีทอาร์ท จนในที่สุดเราก็มีผลงานศิลปะอยู่ในพื้นที่ถึง 3,000 กว่าชิ้นให้ดูฟรี 

ตอนที่เราคุยกับ TCDC ก็เหมือนกับเนื้อคู่ที่ต่างคนต่างหากัน เราก็ได้รู้ว่าจริงๆ งานอาร์ทมันควรขยายไปให้ถึงคำว่า “ครีเอทีฟ” เพราะความคิดสร้างสรรค์มันเป็นพื้นฐานของทุกๆ อย่าง คุณโท (อาคเนย์ ภววัฒนานุสรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจพิเศษของ W Property) ก็เอาโปรเจ็กต์ TCDC COMMONS ของ TCDC มาเสนอ ในจังหวะที่ TCDC ย้ายไปเจริญกรุงพอดี มันก็เกิดสุญญากาศขึ้นมาในโซนนี้ คุณโทก็เลยเสนอตัวจะทำสิ่งที่เราฝันในหลายปีมานี้ให้มันเป็นจริงมากขึ้น โดยเลือกหัวข้อที่เป็น UX ซึ่งดูแล้วเป็นอะไรที่น่าจะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากกว่า เพื่อสร้างเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยคนรุ่นใหม่ แล้วก็เป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งผมว่ามันดีนะ

เหมือนว่าเรากำลังจะเปลี่ยนจากจุดขายที่เป็นงานอาร์ท มาเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่น่าจะสร้างคุณค่าบางอย่างที่สำคัญ
ผมเชื่อว่าโลกของความเป็นจริง มนุษย์ทุกคนมีความเป็นอาร์ทติสในตัวอยู่แล้ว ซึ่งมันก็มาจากความครีเอทีฟที่อยู่ในฝันลึกๆ ของแต่ละคน ถ้าเขาเป็นสถาปนิก เขาก็จะสร้างสรรค์ฝันด้วยลายเส้นออกมาเป็นอาคารรูปแบบต่างๆ ที่สวยงามได้ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไร คุณต้องมีฝันหรือมีครีเอทีฟอยู่ในใจ แล้วถ้าแปลงสิ่งนั้นออกมาให้จับต้องได้ในชีวิตจริง มันก็คือสิ่งที่มีค่ามหาศาล ประเทศเราโตเพราะอะไรล่ะ ก็เพราะเราคิด และเราพัฒนาต่อยอดจากสิ่งที่เรามี อย่าง W Property เราก็มีดีเอ็นเอในการเป็น Creative Living มาตั้งแต่ต้น

ซึ่งสิ่งที่เราคาดหวังในวันนี้ก็คือ เรามองตัวเองเป็นพื้นที่ที่ให้โอกาส ในแง่ของ UX ผมคิดว่าร้อยคนที่มีฝัน ใช่ว่าจะสำเร็จทั้งร้อยคน เพราะอย่างงั้นสิ่งที่เขาควรจะได้ก็คือ หนึ่ง เขาควรจะได้สถานที่ที่ลดความเสี่ยงให้เขา จากร้อยคนทำให้ซัคเซสซัก 10 คน ผมก็ถือว่าโอเค อีก 90 คนได้ประสบการณ์ออกไป ผมก็ถือว่าโอเคเช่นกัน จริงๆ แล้ว มันไม่จำเป็นว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ที่สำคัญที่สุดคือคุณได้ประสบการณ์อะไรไปพัฒนาต่อมากกว่า เราเลยมองตัวเองเป็นพื้นที่ เป็นสาธารณูปโภคที่ช่วยให้เขาตอบโจทย์ และได้โอกาส

แล้วคาดหวังว่า คนที่เขามาที่นี่ จะเข้ามาทำอะไรหรือได้อะไรออกไปบ้าง
อันดับแรกคือเราต้องการจุดประกายความครีเอทีฟให้เขาก่อน ที่ TCDC COMMONS นี่จะแบ่งเป็นโมเดลที่เราคิดไว้ ยิ่งพอเราได้มาทำเวิร์กช็อปกับทีม UX เราก็ได้เรียนรู้ว่ามันมีกลุ่มคนประเภทหนึ่งที่มีฝัน แต่ไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหนดี สำหรับคนกลุ่มนี้ ผมก็อยากบอกว่าคุณมาเถอะ อย่างน้อยคุณอาจจะได้คำตอบกลับไป กลุ่มที่สองคือกลุ่มคนที่เริ่มต้นได้แล้ว แต่ต้องการสถานที่ที่จะต่อยอดได้อย่างมั่นคง เราก็อาจเป็นสถานที่ที่ช่วยซัพพอร์ต แล้วก็ช่วยให้คุณได้มีโอกาสเจอกับคนอื่น เกิดเป็นคอมมูนิตี้คนทำงานสร้างสรรค์ที่แบ่งปันไอเดียกันได้ ผมว่าตรงนี้มันเป็นประโยชน์ของคนที่อยากจะทำต่อ หรือเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น แล้วเราไม่ได้มีแค่สเปซให้คุณเริ่มต้นธุรกิจ ให้คุณทำงาน แต่เรามีสเปซให้คุณจัดประชุมสัมมนา หรือเปิดตัวสินค้าอะไรสักอย่างก็ได้ แล้วอาจจะทำให้คุณหาลูกค้าได้ง่ายขึ้น หรือทดสอบอะไรได้ง่ายขึ้น

อะไรคือโอกาสที่จำเป็นที่สุดสำหรับคนกลุ่มที่เป็นสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ๆ
คือวันนี้เรามองว่า สำหรับเจนวาย เจนซี เขายังไม่มีกำลังที่จะมาเริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวเอง ถ้าเราเป็นคนที่ให้โอกาสเขาเป็นคนแรกๆ เราหวังว่า วันหนึ่งข้างหน้า เขาอาจจะโตร้อยเปอร์เซ็นต์ พันเปอร์เซ็นต์ แล้วเราก็จะเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตนั้น ซึ่งวันนี้เรากำลังครีเอทคนกลุ่มใหม่ เหมือนเป็นห้องฟักไข่ เป็นแล็บให้เขาฟักตัว แล้วแตกออกมามีชีวิตรอดได้ เขาเริ่มจากเรา เขาก็อาจไปกับเราได้ วันนี้เด็กรุ่นใหม่เองก็กล้าที่จะออกจากที่ทำงาน มาทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำมากขึ้น เราเลยคิดว่าเราเป็นคนที่สนับสนุนเรื่องพื้นฐานก่อน อย่างพื้นที่ แต่ถ้าไปอีกสเต็ป เราก็จะพัฒนาไปเป็น Mentor (ผู้แนะนำ) เข้าไปกระตุ้นให้เขากล้าคิดกล้าแสดงออก แล้วเราก็อาจเป็นนักลงทุนที่ร่วมลงทุนกับเขาก็ได้ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เราพร้อมที่จะทำ ซึ่งมันเป็นอนาคตของพวกเราที่จะไปกระทบกับภาครวมได้ มีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ คือผมไม่เชื่อว่าคนไทยสู้ต่างชาติไม่ได้ เราเก่งเยอะแยะ ชนะรางวัลที่หนึ่งในโลกเต็มไปหมด แต่เราอยากให้เริ่มเล็กๆ จากที่เราก่อน ถ้าไม่มีใครคิดอย่างนี้เลย ถ้ามันมีนักธุรกิจเน้นรวย ทำงานด้วยวิธีเดิมๆ มันก็จำเจไป แล้วเราจะสร้างอะไรให้แผ่นดินทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังใช้ต่อ มันก็ไม่มี

มองอนาคตของการทำงานในโปรเจ็กต์นี้ไว้มากขนาดไหน ถ้าไม่ใช่แค่เรื่องกำไร-ขาดทุน หรือกำลังมองหาความสำเร็จในรูปแบบอื่น
วันนี้ผมมีเพื่อนเยอะ เพื่อนที่เป็นนักธุรกิจจ๋าเลยก็มี ที่เป็นอาร์ทติสก็มี บางคนอายุ 40 กว่าๆ ก็เกษียณแล้ว บอกว่าพอแล้ว ไม่ทำอะไร แต่ไปทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ บางคนก็เดินทางทั่วโลก แบกเป้ไปจับปลา ไปเล่นกับฉลาม ดำน้ำลึก แข่งกัน ถามว่าส่วนตัวเราต้องการอะไร ผมไม่ได้ต้องการเงินนะ ผมว่าถ้าเงินมันมีเกินจุดหนึ่ง ความจำเป็นก็ไม่มี แต่เราอยากจะสร้างสังคมที่ให้โอกาสคนรุ่นใหม่ได้แสดงความสามารถ เราช่วยให้เขาได้โชว์ความสามารถของเขาออกมา แล้วเราอยากมีส่วนร่วมในความสำเร็จกับเขาด้วย ซึ่งการจะทำตรงนี้มันต้องอึดพอสมควร ต้องใช้เงิน ใช้สถานที่ ใช้เวลา วันนี้ผมไม่ได้เป็นบริษัทที่มีกำไรเยอะ ไม่ได้โตเยอะนะครับ แต่ว่าเราเป็นองค์กรที่มีคุณภาพ แล้วเราจะสร้างสิ่งที่ดีในกับสังคมเยอะๆ สร้างคนที่มีคุณภาพได้ คือเงินไม่ต้องเยอะ แต่ความสุขทางใจอาจเยอะ นี่ก็คือสุขนิยมอีกแบบ คือทำให้คนอื่นมีความสุข แล้วเราก็มีความสุขด้วย มันเป็นปรัชญาในการดำเนินการ คือเป็นเรื่องที่นักธุรกิจคนอื่นๆ อาจไม่อยากทำ เพราะมันอาจจะเท่าทุน หรือไม่มีกำไร แต่เราก็เลือกจะทำ เพราะถ้าสังคมไม่มีสิ่งเหล่านี้ มันก็แค่ทำให้ได้เงินแล้วจบไป เงินมันเกินความจำเป็น ก็ไม่ได้ใช้ เราจะไปกินวันละสิบมื้อได้ไง จะกินวันละเป็นแสนได้ยังไงทุกวัน คือเราพอเพียง เรามีความสุข แล้วเราก็แฮปปี้กับมันแล้ว

vichai2.jpg

ในมุมมองของคุณวิชัย คิดว่า UX มันมีความสำคัญอย่างไรกับการทำธุรกิจ ทำไมเราต้องเข้าใจ หรือต้องทำ
ผมว่าทุกวันนี้เทคโนโลยีมันไปเร็ว พฤติกรรมลูกค้าก็เปลี่ยนเร็วตามเทคโนโลยี พอข้อมูลมันมาเร็ว มาเยอะ คนก็เลือกสิ่งที่ตัวเองชอบได้ง่ายขึ้น แล้วผู้บริโภคก็ถูกย่อยลงเป็นหลายกลุ่มมาก จนเราต้องรู้จักเขาจริงๆ เราถึงจะขายได้ คือนักธุรกิจทำสินค้ามา เราไม่รู้หรอกว่าลูกค้าจะชอบแบบไหน ผมคิดว่าวันนี้การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน กับการเรียนรู้จากคนอื่น มันต่างกัน คือถ้าอยากเรียนรู้ซึ่งกันและกัน มันต้องใช้เวลาศึกษาดูใจ นิสัย ความต้องการ ใช้เวลาเยอะ แต่ถ้าเราเรียนรู้จากบุคคลอื่นมันเหมือนช่วยร่นเวลา เช่น คนอ่านหนังสือเยอะ เขาอ่านชีวประวัติของคน คนนี้ประสบความสำเร็จ คิดแบบนี้สำเร็จ คิดแบบนี้เฟล เขาก็ต้องเดินตามวิธีของคนที่สำเร็จ ผมเลยบอกว่า เทคโนโลยีมันพาเราไปลึก ไปไกล และใหญ่จนเรารู้ได้ทุกอย่าง เรามีห้องสมุดเคลื่อนที่ในปลายนิ้วสัมผัส แต่สำคัญคือวิธีคิด ที่เป็นอะไรที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้จากข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต คุณต้องไปวินิจฉัยเอาเองว่าอันนี้มันดีหรือไม่ดี แต่ UX มันจะมาร่นเวลา เพราะมันเหมือนแล็บในความคิดที่เราเอามาทดสอบความจริงว่า สิ่งที่เราคิดมันถูกหรือผิด ปุ่มกดแบบนี้ วิธีคิดแบบนี้ คนแบบนี้จะชอบไหม ถ้าไม่ชอบ ไม่ทำต่อ แปลว่ามันเฟล ดีกว่าต้องไปทำจริง ลองจริง ผลิตจริง ทำแบบสอบถาม มันร่นเวลาไปเยอะ เหมือนพอจะเริ่มเฉ ขับรถตกไหล่ทาง มันมีเครื่องเตือนไม่ให้รถคว่ำ คือสมัยก่อนไม่มี มันต้องคว่ำ ต้องเจ็บไปก่อน ถึงจะกลับมาขับรถดี แต่ UX มันชัดเจน เพียงแต่ว่าเราจะมีความฉลาดในสิ่งที่เราเรียนรู้มามากน้อยแค่ไหน และจะใช้มันเป็นอย่างไรเท่านั้นเอง

คือทุกอย่างเราเตรียมไว้หมดแล้ว แต่เรื่องของความคิดจะต้องพัฒนาเอง
คือทุกวันนี้เราเห็นข้อมูลเดียวกัน แต่เราตัดสินใจไม่เหมือนกัน เพราะประสบการณ์เราต่างกัน เราก็มีหน้าที่เหมือนคอยซัพพอร์ตเขาเท่านั้น ส่วนเรื่องการตัดสินใจก็ต้องเป็นเรื่องของแต่ละคน ผมว่าสถานที่แบบนี้มันต้องมีเยอะขึ้น ผมอยากเห็นมากขึ้นเยอะๆ เลย อย่างในประเทศที่พัมนาแล้ว ก็จะมีหน่วยงานแบบนี้เกิดขึ้นเยอะ เพราะประเทศเขามีชนชั้นกลางเยอะ แปลกนะครับ ประเทศพวกนี้ไม่ค่อยมีคนรวย เพราะเขาคิดว่าจะรวยไปทำไม ต้องเสียภาษีเยอะ ทำงานเยอะก็ไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว เขาก็จะกระจุกตัวอยู่ประมาณนี้ แต่ก็ไม่มีคนจนด้วย เป็นคนตรงกลาง 80% ถามว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ก็เกิดจากการเรียนรู้พวกนี้ เพราะเขามีความแข็งแรงในการให้ข้อมูลความรู้พื้นฐานพวกนี้ดี ฉะนั้นถ้าเกิดเราสามารถลดช่องว่างให้มาอยู่ตรงกลางได้ มันก็จะทำให้ประเทศแข็งแรงโดยธรรมชาติ เราก็ช่วยสังคมทางอ้อมแบบนี้

vichai4.jpg

Creative Ingredients
สไตล์การทำงานและการใช้ชีวิต
มีคนถามผมเล่นๆ ว่าทำงานสัปดาห์ละกี่วัน ผมบอกว่าทำสัปดาห์ละ 7 วัน แล้วถามว่าพักผ่อนกี่วัน ผมก็บอกว่าพักผ่อน 7 วัน เพราะผมทำงานบนความเอ็นจอยไลฟ์ เท่ากับว่าเราทำงานไปด้วย พักผ่อนไปด้วย เราสนุกกับมัน เราก็จะไม่มีความเหนื่อยหรือเบื่อ แต่ความสุขเกิดขึ้นได้ตลอดทุกวันทุกเวลา เราทำชีวิตให้เป็นปกติที่สุด อยากทำอะไรก็ทำ ออกกำลังกาย กินข้าว ไปเที่ยว เจอเพื่อนฝูง เข้าสังคม ทำงาน คุยกับผูุ้้คน ซึ่งทำให้เราได้ความรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา

ขุมพลังความสร้างสรรค์
ผมชอบดูหนัง เพราะมันทำให้เข้าสู่โลกจินตนาการได้รวดเร็วและกระชับ เป็นความบันเทิงที่เราได้ความรู้ไปด้วย เวลาดูหนัง ผมชอบเอาตัวเราเข้าไปอยู่ในหนังว่าถ้าเราเป็นตัวละครนั้น เราจะคิดยังไง ทำอะไร ก็สนุกดี อีกส่วนหนึ่งก็มาจากลูกน้อง คือเวลาทำงานด้วยกัน พอเราส่งพลังไป หรือเขาส่งพลังมา มันก็จับต้องได้ รู้สึกได้ มันมีแรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้น คือพลังพวกนี้มันจากคนรอบตัวเรา ใกล้สุดก็น่าจะมาจากลูกน้อง จากภรรยา จากครอบครัว

เจ้านายในแบบวิชัย พูลวรลักษณ์
ผมมีสเปซสำหรับการทำงานระหว่างกันระดับหนึ่ง แต่ผมก็มีใจที่ให้กับลูกน้องตลอด เพราะลูกน้องก็อยากให้เรารู้บางอย่าง และไม่อยากให้รู้บางอย่าง แต่ใจเราอยู่ข้างพวกเขาทุกคน แต่คุณต้องอยู่ในข้างที่ถูกต้องนะ ถ้าเขาคิดถูก ทำถูก เราก็ส่งเสริมเขา เราให้ใจลูกน้องเต็มที่อยู่แล้ว

เรื่อง: พัชรินทร์ พัฒนาบุญไพบูลย์  ภาพ: ชาคริต นิลศาสตร์

« Back to Result

  • Published Date: 2017-08-01
  • Resource: www.creativethailand.org