Creative Knowledge

« Back to Result | List

More's Friday: รองเท้าผ้าใบทำมือจากช่างฝีมือชาวไทยบนแนวคิด Minimal Natural Style

แบรนด์ More’s Friday ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2014 โดยกลุ่มเพื่อนที่มีความหลงใหลและชื่นชอบรองเท้าผ้าใบ งาน handmade และงานออกแบบสไตล์ minimal เหมือนๆกัน ตอนนั้นตั้งใจแค่ว่าจะทำรองเท้าผ้าใบขายกับเพื่อนๆ เล่นๆ สนุกๆ อยากให้รองเท้านี้มาจากความสนุกและความตั้งใจของเพื่อนๆมากกว่าคำว่าธุรกิจ จากนั้นก็ต่อยอดเพิ่มความเป็น natural เข้าไปผสม จนกลายมาเป็นสไตล์ “Minimal Natural” โดยแบรนด์กลายเป็นเจ้าแรกๆที่เริ่มผลิตรองเท้าผ้าใบทำมือจากช่างฝีมือชาวไทย ด้วยความตั้งใจที่จะยกระดับรองเท้าผ้าใบทำมือของไทยให้สากลมากขึ้น แบรนด์เริ่มลองผิดลองถูกตั้งแต่การคิดค้นสูตรยางพื้นรองเท้า เชือก และผ้า โดยแบรนด์ตั้งใจออกแบบรองเท้าที่เน้นความเรียบง่าย ใช้ผ้า canvas จากเส้นใยธรรมชาติ ที่ไม่ผ่านการฟอกหรือย้อมสี แต่มีลูกเล่นที่สีของด้ายและยางต้องกลมกลืนกัน ที่ยางของรองเท้าจะวางตะเข็บให้เห็นเด่นชัด เพื่อสร้างลวดลายแต่แฝงไปด้วยความเรียบง่าย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ More’s Friday รวมถึงต้องตอบโจทย์การสวมใส่ที่สบาย เป็น everyday wear


มิตรภาพมากกว่าธุรกิจ
นิยามง่ายๆของแบรนด์ที่ใช้ในการทำงาน นั่นคือ “มิตรภาพมากกว่าธุรกิจ” แบรนด์จะใส่ใจในทุกกระบวนการผลิตและสร้างสรรค์สินค้า  ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ผลิตเองหรือผู้บริโภค เนื่องจากทีมช่างฝีมือซึ่งเป็นผู้ผลิต ยังต้องการความรู้ใหม่ๆ ผ่านการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ด้วยความจริงใจ ส่วนตัวลูกค้าเองก็ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพดี ราคาสมเหตุสมผล แบรนด์ไม่ได้มองเรื่องกำไรเป็นหลัก แต่มองถึงผลตอบรับจากผู้บริโภคมากกว่า คุณค่าของรองเท้า More’s Friday คือความตั้งใจและความใส่ใจที่แบรนด์ใส่ลงไปในรองเท้า รวมถึงแนวคิด minimal natural style ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เนื่องจากแบรนด์ได้เลือกใช้วัสดุทุกชิ้นที่ทำจากประเทศไทย กลายเป็นจุดขายที่สำคัญของแบรนด์สำหรับลูกค้าในต่างประเทศ ตามที่บอกไปแล้วว่าแบรนด์จะตั้งราคารองเท้าไม่แพงจนเกินไป เพื่อต้องการให้คนที่ซื้อไปใส่จริงๆ ไม่ใช่ซื้อไปเพื่อรีเซลหรือเกร็งกำไร จุดมุ่งหมายของแบรนด์คือ อยากให้ทุกคนได้ลองใส่รองเท้าผ้าใบที่คนไทยกลุ่มหนึ่งตั้งใจทำมันขึ้นมาด้วยใจ ทุกครั้งที่เห็นมีคนใส่รองเท้า More’s Friday มันเป็นความรู้สึกที่ภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกเลย


โอกาสเติบโตของรองเท้าผ้าใบทำมือสัญชาติไทย
เนื่องจากเป็นแบรนด์รองเท้าผ้าใบแบรนด์แรกๆของไทยที่เริ่มผลิตและทำการตลาดกับกลุ่มวัยรุ่น แม้จะมีแบรนด์อื่นๆอยู่ในตลาดอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเดียวกันกับแบรนด์ ส่งผลให้แบรนด์ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาตลอด นอกจากนี้ ยังมีข้อได้เปรียบในเรื่องของการผลิต ที่แบรนด์เข้าไปมีส่วนร่วมในขั้นตอนการผลิตเกือบทุกกระบวนการ ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและการออกแบบสินค้าได้ ด้วยแนวคิดของแบรนด์ที่แข็งแรง แบรนด์จึงเชื่อว่า ยังพอมีช่องว่างให้เติบโตและขยับขยายต่อไปได้อีก ส่วนของคุณภาพสินค้าและวัสดุที่นำมาใช้ทำรองเท้าก็เป็นวัตถุดิบที่มาจากประเทศไทยทั้งหมด ชาวต่างชาติก็ยอมรับในจุดนี้ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการทำธุรกิจสินค้า handmade ของไทยในระดับสากล

“Great things take time”
การผลิตรองเท้าแบบ handmade นั้น เป็นเรื่องใหม่สำหรับบ้านเรา ตอนแรกที่แบรนด์พยายามไปติดต่อกับผู้ผลิต ซึ่งยังไม่เห็นคุณค่าของงาน handmade เพราะคิดว่าล้าสมัย และใช้เวลาในการผลิตนาน แบรนด์ก็ต้องสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้ผลิตในเรื่องของความใหม่ของรูปแบบและการพัฒนารองเท้านี้ ในเมื่อการผลิตรองเท้าทำมือจำเป็นต้องใช้เวลานาน แบรนด์จึงต้องวางแผนเรื่อง stock ให้ดี ส่วนผู้บริโภค ตอนแรกก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่างาน handmade นั้นดียังไง แบรนด์ก็ต้อง PR ให้รู้ว่า More’s Friday นั้นแตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างไร



มุมมองต่อวงการรองเท้าผ้าใบของไทย
เมื่อมองย้อนกลับไปจะเห็นได้ว่าแบรนด์ต่างประเทศมากมายหลายต่อหลายแบรนด์ให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตสินค้า นั่นเพราะเรื่องของวัสดุและงานฝีมือของไทยเราสามารถที่จะตอบโจทย์แบรนด์ระดับโลกเหล่านั้นได้ หลายแบรนด์รองเท้าของไทยค่อนข้างตอบโจทย์ผู้สวมใส่ในเรื่องดีไซน์ได้ดี แต่ยังขาดในเรื่องของคุณภาพ ที่ยังต้องพัฒนา เพราะรองเท้าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แบรนด์มองว่ารองเท้าที่ดีควรมีคุณภาพเพียงพอที่ทำให้ชาวต่างชาติยอมรับ ซึ่งหลายแบรนด์ยังขาดการพัฒนาทางด้านนี้อย่างจริงจัง คงเป็นเพราะปกติทางโรงงานผู้ผลิตจะคุ้นชินกับการผลิตในเชิงอุตสาหกรรม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมองข้ามเรื่องคุณภาพไป ซึ่งแบรนด์มองว่าถ้าแบรนด์อื่นๆของไทยสามารถพัฒนาจุดนี้ให้กลายเป็นจุดแข็งได้ก็จะดีไม่น้อย

ตามหา More’s Friday ได้จากไหน
แบรนด์ More’s Friday เริ่มมาจาก Passion ของกลุ่มเพื่อน ดังนั้นแบรนด์จึงเน้นกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในแนวกว้าง เพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก โดยจะนำเสนอสินค้าผ่านช่องทางร้านค้าที่ขายสินค้า handmade และสร้างเครือข่ายกับผู้สร้างสรรค์สินค้า handmade ในไทยเป็นหลักก่อน เมื่อแบรนด์พร้อมกว่านี้ จะขยายสู่ตลาดสากลอย่างแน่นอน ส่วนกลุ่มลูกค้าของแบรนด์ก็มีตั้งแต่วัยรุ่นยันคนทำงานเลย ช่องทางการเข้าถึงลูกค้าหลักคือ ออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์และ FB page ของแบรนด์ เพราะเป็นช่องทางที่มีค่าใช้จ่ายน้อย แต่เนื่องด้วยแบรนด์ขายรองเท้าเป็นหลัก ก็เป็นเรื่องปกติที่ลูกค้าจะอยากลองใส่ก่อนตัดสินใจซื้อ แบรนด์เลยใช้วิธีฝากขายกับ partner ที่มีหน้าร้าน และใช้วิธีออกบูธ ตามงาน event ต่างๆ เพื่อให้แบรนด์ได้พบปะกับลูกค้าโดยตรง ซึ่งแน่นอนการที่ขายเองย่อมดีกว่าฝากขายอยู่แล้ว เพราะจะสามารถอธิบายอะไรได้ชัดเจนกว่า ตอนนี้แบรนด์กำลังจะเปิดหน้าร้านของตัวเอง เพราะมันถึงเวลาแล้ว โดยแบรนด์จะไม่ได้ขายรองเท้าเพียงอย่างเดียว แต่แบรนด์ได้ชวนผองเพื่อนที่ทำของ handmade ขายอยู่แล้วมาร่วมกันขายในร้าน


แผนการในอนาคต
ตอนนี้แบรนด์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น จะสังเกตว่าแบรนด์ไม่ค่อยออกสินค้าบ่อยเท่าไหร่นัก เนื่องจากแบรนด์ต้องการเน้นการพัฒนารองเท้าให้ได้มาตรฐานตามที่ต้องการก่อนถึงจะเริ่มจำหน่ายอย่างจริงจัง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อ ส่วนแผนการในอนาคตวางแผนไว้ว่าจะจำหน่ายรองเท้าไปทั่วประเทศ รวมถึงต่างประเทศ จริงๆที่ผ่านมาก็มีชาวต่างชาติติดต่อมาเพื่อต้องการเป็นตัวแทนจำหน่าย แต่ทางแบรนด์ก็ปฎิเสธไป ด้วยเหตุผลที่ว่าแบรนด์ยังคงต้องการพัฒนารองเท้าของแบรนด์ที่ทำจากฝีมือช่างไทยด้วยความตั้งใจให้ออกสู่ตลาดโลกแล้วได้รับการยอมรับและเป็นมาตรฐานที่ดีขึ้นเสียก่อน


การสร้างเครือข่ายธุรกิจสำคัญมาก
แบรนด์ให้ความสำคัญกับ “การสร้างเครือข่ายธุรกิจ” เป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วงเริ่มต้นของการทำรองเท้าขายนั้น การให้ความสนใจในรองเท้าผ้าใบ handmade ของไทยยังไม่เป็นที่แพร่หลายเหมือนทุกวันนี้ แบรนด์จึงมองว่าเครือข่ายธุรกิจสำคัญอย่างยิ่งในการสื่อสารแนวคิด Minimal Natural Style ไปถึงทางกลุ่มเครือข่ายเป้าหมายที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกับแนวคิดแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน นักแต่งเพลง ศิลปิน นักดนตรี นักวาดภาพ และสายงานกราฟิกดีไซน์ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าใจและเห็นภาพแนวคิดแบรนด์ได้ง่ายและชัดเจนขึ้น ช่วงแรกวางขายรองเท้าตามร้านหนังสือ ร้านกาแฟ หรือสถานที่ต่างๆตามไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้พวกเขาเข้าถึงแนวคิดแบรนด์ได้ง่าย และสามารถถ่ายทอดไปยังผู้อื่นได้

อยากให้ภาครัฐช่วยเหลืออะไรบ้าง
ประเทศไทยน่าจะมีศูนย์การเรียนรู้อีกหลายๆจุด ทั้งกรุงเทพและต่างจังหวัด เพราะคนไทยน่าจะมีศักยภาพด้าน Creative อยู่พอควรและอีกหลายคนก็ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ ถ้ามีที่สักที่หนึ่งให้คนเหล่านั้นสามารถมาค้นหาตัวเองได้ ประเทศไทยก็น่าจะยกระดับไปได้อีก และจากการที่เคยศึกษาเรื่องการนำเสนอสินค้าแบรนด์ต่างๆในญี่ปุ่น ทำให้รู้สึกว่าถ้าภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนให้แต่ละจังหวัด มีสินค้าหรือวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อ ก็คงจะดีไม่น้อย เหมือนช่วยเพิ่ม story heritage ให้กับสินค้าในประเทศมากขึ้น รวมถึงสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเรื่องการผลิต การออกแบบ เช่น การนำนักออกแบบหรือวิทยากรจากต่างประเทศมาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถต่อยอดความคิดได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็น่าจะเป็นการช่วยเหลือได้ทางหนึ่ง

รู้จัก TCDCCONNECT ได้อย่างไร
More’s Friday ได้ติดตาม TCDC อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นองค์กรที่สร้างแรงบันดาลใจในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ รวมทั้งให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุที่น่าสนใจ แล้วยังมีงานนิทรรศการให้สามารถไปร่วมงาน เพื่อเติมเต็มความคิดและมุมมองอยู่ตลอด และในวันที่ 5 - 7 พ.ค. 60 ที่ผ่านมา ทาง TCDC ได้ชักชวนแบรนด์ไปร่วมงาน Creative Market ที่ไปรษณีย์กลางบางรัก ซึ่งในงานก็เป็นการเปิดบ้านใหม่ของ TCDC ทำให้แบรนด์ได้พบกับทีมงาน TCDCCONNECT หลังจากนั้น ทางทีมงานก็ได้ชักชวนให้แบรนด์ไปร่วมบรรยายในงาน Debut Talk ครั้งที่ 11 ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่แบรนด์ได้บอกเล่าแนวคิดในการออกแบบและความเป็นมาของรองเท้า อีกทั้งยังได้แลกเปลี่ยนความคิดกับผู้เข้าร่วมงานและนักออกแบบที่มาร่วมบรรยายอีกหลายคน

ข้อคิดปิดท้าย
More’s Friday จากความชอบแล้วลงมือทำ พอทำแล้วสักพักจากความชอบก็เปลี่ยนเป็นความหลงใหล ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้แบรนด์มีความอยากพัฒนารองเท้าให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น เมื่อรองเท้าออกไปสู่ตลาด มีทั้งคน comment และให้กำลังใจ ยิ่งเพิ่มแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ เพราะยิ่งทำ ยิ่งรู้ ยิ่งเข้าใจในสิ่งที่ทำขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องผิดที่จะเลือกทำในสิ่งที่ชอบหรือสิ่งที่เชื่อก่อน แม้วันนี้อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้ารู้จักพัฒนา แก้ไข ปรับปรุง ด้วย passion ที่มี  แบรนด์เชื่อว่าสักวันหนึ่งแบรนด์จะไปสู่ความสำเร็จ อย่าลืมว่าคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยเฉพาะในเรื่องความคิดสร้างสรรค์และงานฝีมือที่เป็นที่ยอมรับ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อีกทั้งศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทย ที่เต็มไปด้วยความสวยงามและคุณค่า สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับโลกปัจจุบันได้ นอกจากนี้ ทรัพยากรในประเทศไทยเองก็ไม่แพ้ชาติใดในโลกเช่นกัน แบรนด์เชื่อว่าถ้ามีนักออกแบบรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประเทศไทยก็ยิ่งมีผลงานใหม่ๆ ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นตาม แล้วอย่าลืมสร้างความแข็งแรงในจุดยืนของสินค้าที่ทำ เริ่มหาจากสิ่งที่ชอบก่อนแล้วต่อยอดมันออกไป การได้ไอเดียดีๆบางทีมันก็มาหาเราแบบไม่คาดคิด

อ้างอิง
บทสัมภาษณ์คุณ ปิติคุณ เอกนิพิฐพิทยา หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ More’s Friday
https://moresfriday.com/
https://www.facebook.com/moresfriday/


« Back to Result

  • Published Date: 2017-06-17
  • Resource: www.tcdcconnect.com