Creative Knowledge

« Back to Result | List

ออกแบบภายในให้ทุกตารางนิ้วคือความลงตัวแบบ YL STUDIO



หมู - ศุภโชค ประกายบุญทวี และเล็ก - ณัฐกร ตั้งอยู่ภูวดล เป็นเพื่อนที่รู้จักสนิทสนมกันมาตั้งแต่ครั้งยังร่วมชั้นเรียนในมหาวิทยาลัย เมื่อออกมาทำงานด้านการออกแบบสั่งสมประสบการณ์มาเรื่อย ๆ จนมั่นใจทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจเปิดบริษัท YL Studio ขึ้นด้วยตัวเอง รวมระยะเวลาในการทำงานด้านออกแบบตกแต่งภายในแล้วก็เรียกได้ว่าราวทศวรรษ บริษัทของเราตั้งขึ้นมาประมาณสี่ปี แต่เราสองคนทำงานฟรีแลนซ์รับออกแบบภายในให้ที่ต่างๆ มาก่อนนับรวมกันก็เกือบสิบปีแล้ว โดยจะเน้นการออกแบบภายในที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าในห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก หลายคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการออกแบบอาจไม่คุ้นเชื่อสตูดิโอแห่งนี้นัก แต่หากเอ่ยถึงผลงานของพวกเขาแล้วก็รับรองว่าไม่มีใครไม่รู้จัก ร้านโดนัทคริสปี้ครีม หรือร้านอาหารเกาหลียอดฮิตอย่างบอนชอน ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของพวกเขาทั้งสิ้น 

ใส่ใจพฤติกรรมผู้ใช้ทุกระดับ

จุดเด่นของเราน่าจะเป็นเรื่องการสังเกตพฤติกรรมผู้ใช้ หน้าที่เราไปสัมผัสกับคนเยอะมาก เช่น การออกแบบ TRAINING CENTER ของ CPN บนตึกสูงย่านสีลมนั้นกินพื้นที่เกือบทั้งชั้น ผู้ใช้พื้นที่ก็มีความหลากหลายมากด้วย เราจึงต้องทำการบ้านเรื่องความต้องการของแต่ละคนอย่างจริงจังและครอบคลุม ส่วนใหญ่จะใช้การสังเกต คุยกับคนหลากหลาย ทุกโครงการเราจะพยายามมาคุยกับทุกฝ่าย เจ้าของร้าน หัวหน้าฝ่ายการจัดการ แม่บ้าน คุยไปเรื่อยๆ ปรับแก้ไปเรื่อยๆ จนทุกคนโอเค ศุภโชคเล่าต่อว่า งานออกแบบศูนย์ฝึกพนักงานนี้นอกจากท้าทายเรื่องความต้องการของผู้ใช้แล้วยังท้าทายเรื่องงบประมาณอีกด้วย เพราะเฉลี่ยตารางเมตรละ 7,000-8,000 บาทเท่านั้น ซึ่งทำให้ต้องออกแบบอย่างรัดกุม เพื่อให้ออกมาเหมือนภาพที่คิดไว้ ตามคอนเซปต์ที่คิดไว้ และไม่ต้องลดคุณภาพวัสดุลงเพื่อประหยัดงบประมาณ 



เรารู้กันอยู่แล้วว่าใช้วัสดุต่างกันก็ส่งผลต่อความรู้สึกที่แตกต่าง แต่ฟังก์ชั่นก็เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน งาน TRANING CENTER เราเลือกใช้หนังเพราะมันเป็นพื้นที่ส่วนรวมที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก จึงต้องการความทนทานมากกว่าผ้า มีคนหลากหลายที่มีวิธีใช้งานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คอนเซ็ปต์ของที่นี่คือ สนามเด็กเล่น เจ้าของก็อยากให้ผู้ใช้ที่มาอบรมวิชาการ รู้สึกสนุก วัสดุที่ใช้จึงต้องให้ความรู้สึกเป็นกันเอง ดูสบายๆ เหมือนบ้านมากขึ้น วัสดุประเภทไม้ก็ช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายด้วยเช่นกัน งานพื้น งานตกแต่งเสาจึงเป็นไม้ ที่นี่ใช้สีหลากหลายมากๆ มีการนำชิ้นส่วนตู้คอนเทนเนอร์มาตกแต่งด้วยลวดลายกราฟิก เพิ่มมิติด้านอารมณ์ความรู้สึกให้สถานที่



ความท้าทายของโจทย์ที่ไม่ซ้ำเดิม

โจทย์ที่ท้าทายที่สุดโจทย์หนึ่งที่ผ่านมาสำหรับ YL Studio ก็คือ การปรับปรุงอาคารเก่าย่านทองหล่อให้กลายเป็นร้านอาหารร่วมสมัย อย่าง ร้าน Ainu ศุภโชคเล่าว่า งานนี้ต้องรื้อตัวอาคารเก่าและทำอาคารใหม่ด้วย เป็นร้านอาหารสองชั้น ที่น่าสนใจเพราะโครงสร้างบ้านที่ทองหล่อมันนานมาแล้ว มีคานที่มีความซับซ้อนกว่าบ้านปกติทั่วไป เจ้าของโครงการอยากได้พื้นที่ขาย พื้นที่เซ็ตโต๊ะอาหาร ทำยังไงจะสวมโครงสร้างใหม่เข้าไปได้พอดีทั้งเรื่องความสวยงามและฟังก์ชัน มันจึงท้าทายเรามาก 



การได้คุยถึงคอนเซ็ปต์เบื้องลึกเบื้องหลังของชื่อร้านไอนุซึ่งกับเจ้าของร้าน ทำให้ได้รู้ว่านี่เป็นชื่อชนเผ่าโบราณในฮอกไกโด ล่าสัตว์ เอาหนังสัตว์เป็นเครื่องนุ่งห่ม มีสัตว์ประจำเผ่าเป็นหมี นกฮูก ฯลฯ เมื่อคุยกันแล้วทำให้ไอเดียพัฒนาไปได้ไกล ส่วนเรื่องโครงสร้างต่างๆ ก็สนุก ท้าทายความคิดเรามากแล้วตั้งแต่แรก





การเลือกรับปรับใช้ในชีวิตจริง

ตอนที่เราเรียนในมหาวิทยาลัยมันจะมีหลักการใช้วัสดุ จัดวางพื้นที่เป็นทฤษฎีเป๊ะ ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เมื่อถึงคราวต้องใช้จริง เราก็เรียนรู้ที่จะพลิกแพลงให้มันเกิดอะไรที่น่าสนใจได้มากกว่าเดิมเยอะ เช่นสิ่งที่ควรจะเป็นในการเซตพื้นที่ร้านอาหารสักร้าน พื้นที่สำหรับนั่ง พื้นที่ทำงานควรเป็นเท่าไหร่ ช่วงหลัง ๆ มามีความเชื่อของการที่ให้ผู้ใช้งานอยู่ในพื้นที่เดียวกันเยอะขึ้น จำนวนคนต่อตารางเมตรมากขึ้น ทำให้ร้านน่าสนใจ ตัวเลขที่เคยเป็นมาตรฐาน อาจจะถูกเปลี่ยนไปก็จะอยู่ที่ความเหมาะสมของเนื้องานอีกที ณัฐกรเพิ่มเติมว่า นอกจากแนวคิดการออกแบบพื้นที่แล้ว ทั้งวัสดุ เทคโนโลยีก็พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง นักออกแบบก็ย่อมต้องปรับเปลี่ยนการทำงานไปตามความเหมาะสม นำสิ่งใหม่ ๆ มาลองใช้งานตามไปด้วย 

กล้าทดลองมองอนาคต

การเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบันนั้นนับกันเป็นหน่วยวินาที วงการออกแบบภายในเองก็ไม่อาจเป็นข้อยกเว้น ศุภโชคเชื่อว่าความสนใจจะจำเพาะเจาะจงลงมาที่มนุษย์มากขึ้น สัมพันธ์กับธรรมชาติมากขึ้น มนุษย์เราเคยออกไปให้ความสำคัญแก่เรื่องเทคโนโลยี อุตสาหกรรมกัน ถึงที่สุดแล้วในอนาคตเราก็จะกลับมาสู่ธรรมชาติมากขึ้น อาจจะเป็นในแง่วัสดุทดแทน วัสดุจากธรรมชาติ และที่สำคัญก็คือความเป็นมนุษย์ ผู้ใช้งานจะเป็นหลักสำคัญในการออกแบบมากขึ้น 

เทรนด์เก่าๆ จะกลับมาในรูปแบบที่ไม่เหมือนเดิม แต่จะคาดเดาได้ เพราะของเก่ามักจะวนกลับมาเสมอด้วยความเป็นคลาสสิกสไตล์ เคยมีคนพูดว่าจริงๆ แล้วถ้าของสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดแล้วอยู่ได้นานกว่าสามสิบปีก็ถึงว่าเป็นคลาสสิก แต่แฟชั่นก็จะประเดี๋ยวประด๋าว ที่เอากลับมาใช้ใหม่เพราะเกิดจากความเบื่อหน่าย อยากหาอะไรใหม่ๆ ที่มีรากเหง้าความคิดมาจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้น บิด ขยับให้เกิดสิ่งที่น่าสนใจมากขึ้น มันกลับมาอีกแล้วแต่ในรูปแบบใหม่ แต่ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าการที่จะพัฒนาวงการออกแบบให้พัฒนาไปได้ไกลและก้าวกระโดดกว่าในปัจจุบันก็คือการที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญต่อคุณค่าและความสำคัญของการออกแบบ การดีไซน์ การเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้าถึงความรู้ ได้เข้าใจสิ่งที่นักออกแบบทำก็จะยิ่งทำให้การทำงานของนักออกแบบได้รับการให้คุณค่ามากขึ้น 



สิบปีที่ผ่านมาทำให้พวกเขามองเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย ผ่านมาแล้วนับร้อยโครงการ วิธีคิดทั้งหลายมันแทบจะไม่มีกรอบอะไรมาครอบได้แล้ว ทั้งความรู้ฝีมือช่าง ความคิดดีไซเนอร์รุ่นใหม่ๆ มันแทบจะไม่มีกรอบเลย ผสมผสานความรู้เก่าใหม่กันจนกลายเป็นสิ่งใหม่ที่น่าสนุกเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ 

เกร็ดคิดปิดท้าย
- การเข้าใจถึงความต้องการของผู้ใช้งานนั้นเป็นพื้นฐานการสร้างสรรค์ของทุกสิ่ง ยิ่งครอบคลุมหลากหลาย ยิ่งทำให้งานออกแบบนั้นเป็นมิตรต่อทุกคน
- ก้าวตามความเปลี่ยนแปลงให้ทันผ่านการเลือกรับปรับใช้ โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวของตัวเอง
- เมื่อเกิดปัญหาควรโฟกัสที่วิธีการแก้ไขที่เป็นไปได้มากกว่าการรู้สึกแย่กับปัญหาที่เกิดขึ้น

เครดิตภาพ : http://ylstudio.com/?lens_portfolio=cpn-training-center


View_profile.jpg

คุณสามารถติดต่อกับนักออกแบบได้โดยตรง
คลิก view profile เพื่อเชื่อมต่อกับ YL Studio

« Back to Result

  • Published Date: 2016-12-26
  • Resource: www.tcdcconnect.com