Creative Knowledge

« Back to Result | List

Blue Basket ตลาดนัดออนไลน์ที่จะทำให้ความออร์แกนิกเป็นเรื่องปกติ



ลองนึกภาพการเดินผ่านทางเท้าที่มีแผงลอยขายสินค้านานาชนิดแบบไม่มีที่สิ้นสุด  นั่นอาจเทียบได้กับการเลื่อนหน้าจอเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมของเราในแต่ละวันที่มักจะมีร้านขายเสื้อผ้า อาหาร ของสะสม ฯลฯ ให้แวะกดเข้าไปเลือกชมได้แบบไม่จำกัดพื้นที่และเวลา ตลาดสินค้าออนไลน์ในบ้านเราจึงขยายตัวเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี  ล่าสุดพบว่ามีการค้นหาสินค้า หรือบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นถึง 48% 

ในเมื่อเราสามารถพบทุกอย่างได้บนโลกออนไลน์  การแข่งขันที่แท้จริงจึงไม่ใช่ความถูก เร็ว และดีเท่านั้น แต่ยังต้องการสินค้าที่ตรงใจ เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ในรูปแบบที่ง่ายต่อการใช้และให้อะไรที่มากกว่าสิ่งที่เคยมีอยู่เดิม  เช่นเดียวกับเป้าหมายของ Blue Basket แพลตฟอร์มสำหรับซื้อขายสินค้าออร์แกนิก  ที่มุ่งมั่นตั้งใจสร้างตลาดนัดอันแสนอบอุ่นให้คนซื้อและคนขายได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

วางแผนวางแผง
Blue Basket นั้นเริ่มต้นจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดในออฟฟิศเล็ก ๆ ที่แชร์ร่วมกันย่านพร้อมพงษ์  ระหว่างโจ้ - ฐิติพงษ์ เหลืองอรุณเลิศ กับรพี สุวีรานนท์ ผู้ก่อตั้งบริษัทบุญมีแล็บที่เชี่ยวชาญด้านออกแบบและเทคโนโลยี กับแตน - ดุจฤทัย คงคาเจริญกับเอ้ – ณัชชพันธุ์ พิศาลก่อสกุล เจ้าของแบรนด์น้ำผลไม้สกัดเย็น Veggiology  จนตกผลึกเป็น "ตลาดนัดธรรมชาติ จากผู้ผลิตที่ใส่ใจ เพื่อคนรักสุขภาพ"  ซึ่งเป็นการหลอมรวมเอาความถนัดของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกันอย่างลงตัว





ตอนแรกพวกเขาตั้งใจจะเป็นพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อผักผลไม้ออร์แกนิกจากแหล่งต่าง ๆ มากระจายเอง  แต่เมื่อลองหาข้อมูลแล้วพบว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงเกินไป  เพราะต้องแบกรับทั้งต้นทุนและคลังสินค้าตั้งแต่ยังไม่เปิดบริการ  อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน เราตั้งใจสร้างพื้นที่ให้คนซื้อที่ช่างเลือกกับคนขายที่ใส่ใจในการผลิตมาเจอกัน  ซึ่งน่าจะเป็นวิธีที่ง่าย  เว็บไซต์เวลาเข้ามามันเห็นข้อมูลทั้งหมดเลย  ต่างจากโซเชียลมีเดียที่ข้อมูลจะเลื่อนหายไป  หรือมีคนถามคำถามเดิม ๆ  ถ้าเรามีในเว็บไซต์ทั้งหมดแล้วก็น่าจะง่าย ถ้าคนซื้อร้านนี้แล้วก็จะมีข้อมูลบันทึกเก็บไว้อยู่แล้วไม่ต้องมาคุยกันใหม่  เราอยากให้ลองนึกภาพเหมือนเว็บไซต์นี้เป็นตลาดนัดจริงๆ  ที่มีสินค้าให้เลือกเต็มไปหมด  หันไปเห็นแผงข้างๆ ก็อยากลองซื้อมาลองใช้ลองกินดู  ซึ่งบ้านเราตอนนี้ยังไม่มีอะไรแบบนี้เลย โจ้เล่าให้ฟัง



ปลุกปั้น

แตนอธิบายถึงที่มาที่ไปของ Blue Basket ตั้งแต่เริ่ม  แล้วยังเล่าถึงแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบแบรนด์ด้วย  เราทำตลาดที่เกี่ยวกับของสุขภาพ  ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้สีเขียวในการสื่อความหมายถึงธรรมชาติ  แต่เรารู้สึกว่านอกจากสีเขียวแล้วสีฟ้าก็สำคัญ เพราะเป็นทั้งท้องฟ้า น้ำ อากาศ เราเองก็อยากเป็นเหมือนกับสิ่งเหล่านี้ที่ส่งเสริมให้ต้นไม้สีเขียวเติบโตได้ดี  เหมือน Blue Basket ที่เราไม่ได้ผลิตเองแต่เป็นทีมที่ช่วยส่งเสริมให้ตลาดเกิดขึ้น
 
นอกจากหน้าตาเว็บไซต์จะน่ารักและเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานแล้ว  ทีมงานยังพิถีพิถันในการคัดเลือกผู้ผลิตอย่างมาก  เพื่อให้ตลาดนัดออนไลน์แห่งนี้เต็มไปด้วยสินค้าที่ดีต่อสุขภาพและสร้างคอมมูนิตี้ที่มีทั้งผู้ผลิตและผู้ซื้ออยู่ด้วยกัน  รพีอธิบายว่า เราอยากได้ตลาดซึ่งมาจากผู้ผลิตที่ใส่ใจ การจะไปถึงตรงนั้นได้ เราก็ต้องพยายามคัดเลือกจากเครือข่ายที่เรารู้จักก่อน  ใครขายสินค้าออร์แกนิกที่มีคุณภาพอยู่แล้วเราจะอาศัยวิธีการเข้าไปพูดคุย รับรู้แนวคิด  กระบวนการผลิตควบคู่กันไป

  

ในมุมมองของแตนซึ่งเป็นผู้ผลิตเหมือนกันมองว่า  นอกจากจะช่วยให้การซื้อสินค้าออร์แกนิกง่ายขึ้นแล้ว  ยังเป็นช่องทางสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นในฝั่งผู้ผลิตด้วยเช่นกัน เนื่องจากค่าฝากขายตามร้านต่างๆ ในปัจจุบันค่อนข้างสูง  และหากขายไม่ได้ก็จะเสียต้นทุนทุกอย่างไปเลย ไม่ได้เสียดายแค่เงินที่เราเสียไป  แต่ผักพวกนี้กว่าเกษตรกรจะปลูกขึ้นมา  กว่าเราจะไปหามา มันมีต้นทุนอื่น ๆ นอกจากเงินด้วย ใน Blue Basket ผู้ผลิตแต่ละรายจะเป็นคนดูแลคอยอัพเดทสินค้าใหม่ ๆ ในแผงของตัวเองว่าอาทิตย์นี้อะไรหมด หรือมีอะไรใหม่  ซึ่งระบบหลังบ้านก็ใช้ง่ายมาก  แม้ว่าปัจจุบันผู้ซื้อจะชินกับการซื้อผ่านเฟซบุ๊กหรือไลน์มากกว่า  แต่ความเป็นตลาดที่ Blue Basket ต้องการสร้างให้เกิดขึ้นก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ขาดไม่ได้

  ยากให้เป็นง่าย
จุดขายของเรา คือความเป็นตลาด ยังต้องถูกสร้างขึ้นมาให้ผู้ใช้งานได้รู้สึกถึงมันอย่างชัดเจนที่สุด สร้างอรรถรสในการซื้อขาย ขั้นตอนจ่ายเงินที่รัดกุม ผู้ผลิตแต่ละคนมีธรรมชาติที่ไม่เหมือนกัน สินค้าที่ไม่เหมือนกัน วิธีการส่งก็ต่างกันไปด้วย บางคนอยากดูแลร้านเอง บางคนอยากให้เราทำสต๊อกและดูแลการจัดส่งทั้งหมด เราจึงออกแบบระบบให้มีความยืดหยุ่นเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้ามาขายได้อย่างเท่าเทียมกัน


ปัญหาหนึ่งสำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์ในประเทศไทยก็คือ ระบบการโอนเงินที่ซ้ำซ้อนต้องใช้หลักฐานการโอนเงินส่งกลับไปมา  ซื้อสิบร้านก็มีสิบวิธี  Blue Basket จึงอาสาเป็นตัวกลางในการดูแลเรื่องการโอนเงิน ตรวจสอบหลักฐานให้ทั้งหมด  เมื่อผู้ซื้อจ่ายเงินและแสดงหลักฐานการโอนเงินมายังทีมงานเรียบร้อย  จะมีการแจ้งเตือนให้ผู้ผลิตเตรียมสินค้าผ่านอีเมลและ SMS  และทำการโอนเงินต่อให้ผู้ผลิตเพื่อใช้หมุนเวียนให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้  โดยต้องการเพิ่มช่องทางการจ่ายเงินให้ครอบคลุมเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้า  ซึ่งเป็นกลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน อายุตั้งแต่ 25-35 ปีที่มีกำลังซื้อและคุ้นเคยกับการใช้จ่ายออนไลน์อยู่ก่อนแล้ว


 
กลุ่มคนที่สนใจอยู่ตอนนี้เป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่อาจจะมีความสนใจส่วนตัว หรือมีเหตุจำเป็นที่ต้องมาสนใจเรื่องพวกนี้ คนใกล้ตัวป่วยต้องหาความรู้ด้านนี้  โจ้อธิบาย  เขาต้องผ่านการคิดมาแล้วว่าจะเลือกใช้เงินกับอะไร แทนที่จะซื้อเสื้อหนึ่งตัว ลองหันมาดูแลตัวเองจากข้างในบ้างดีกว่า แน่นอนว่ากระแสรักสุขภาพมันกำลังมา จนบางคนบอกว่าไม่กลัวมันจะเป็นแค่เทรนด์เหรอ แต่หากเป็นคนรักสุขภาพจริงๆ จะเห็นว่ามันเป็นไลฟ์สไตล์ที่ยั่งยืนแน่นอน แตนเสริม

"เราทำพื้นที่ออนไลน์ก็จริง แต่สุดท้ายคนใช้ก็เป็นมนุษย์ เราจึงสร้างระบบที่ทำให้คนซื้อได้รู้จักคนขาย ซึมซับเรื่องราว ได้สัมผัสพลังดีๆ ระหว่างกัน ได้เห็นว่าการซื้อสินค้าจากผู้ผลิตบน Blue Basket นี้ก็สร้างการเปลี่ยนแปลงต่อตัวเองและต่อโลกได้นะ"

เติบโตไปด้วยกัน
เป้าหมายของเราคืออยากให้การบริโภคที่ดีต่อตัวเอง ดีต่อผู้ผลิต และดีต่อโลกกลายเป็นเรื่องปกติ เราทำตลาดด้วยความหวังว่าผู้บริโภคก็โต ผู้ผลิตก็โต เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ขายสินค้าได้แบบไม่มีต้นทุน แถมยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนที่มีความคิดอยากจะเริ่มได้อีกด้วย บางคนที่ลังเลอยู่ พอเห็น Blue Basket ก็อาจจะอยากเริ่มลองทำอะไรออกมา น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการป้อนผู้ผลิตใหม่ ๆ เข้าสู่สังคมของเราได้มากขึ้น
  
ตอนนี้พวกเขากำลังขะมักเขม้นเลือกเฟ้นผู้ผลิตที่มีความตั้งใจเข้ามาขายสินค้าในตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยแตนมองว่าผู้ผลิตแต่ละคนจะมีกลุ่มลูกค้าเดิมอยู่แล้วนั่นก็เป็นทางหนึ่งที่จะสร้างชื่อให้คนรู้จัก Blue Basket มากขึ้น และเมื่อหลาย ๆ กลุ่มเข้ามาในเว็บไซต์ก็จะยิ่งได้มาพบกันและขยายวงออกไปได้กว้างขวางมากกว่าเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสน่ห์ของสินค้าออร์แกนิกคือการเป็นไปตามธรรมชาติ เป็นไปตามฤดูกาล ทำให้ผู้บริโภคได้ลองทำขนมปังสูตรใหม่ๆ พลิกแพลงวัตถุดิบในมือไปเรื่อยๆ หรือทำให้เกษตรกรต้องพัฒนาตัวเองในด้านการวางแผนการผลิต  มีความสนุกในตัวของมันอีกมากที่คนทั่วไปยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสอีกมาก
  
แม้ว่าในช่วงแรกนี้ Blue Basket จะเน้นผู้ผลิตด้านอาหาร  แต่แผนของ Blue Basket คือ การมีสินค้าที่หลากหลายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพทุกๆ ด้าน  นอกจากนี้ยังต้อนรับผู้ผลิตที่เป็นกิจการเพื่อสังคมและแฟร์เทรดอีกด้วย



แตนกล่าวทิ้งท้ายว่า เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ให้คนรู้สึกว่าของสุขภาพไม่ได้ซื้อยาก ไม่ได้หายาก ของที่เราจะขายไม่ใช่แบรนด์ใหญ่มาก  แต่จะเป็นคนที่ตั้งใจจริง  เราจะไม่ใช่แค่ตลาดเท่านั้น  เราให้คำปรึกษาการทำแบรนด์ให้ด้วย  เพราะเราเห็นว่าสินค้าหลายอย่างคุณภาพดีมาก แต่หีบห่อยังไม่ดึงดูดใจคนซื้อมากพอ เราก็จะเข้าไปช่วยให้คำแนะนำ  บางเจ้าก็ให้เราถ่ายภาพและวีดีโอด้วย  เรายินดีและรู้สึกว่าเป็นหน้าที่  เพราะสุดท้ายประโยชน์ก็จะเป็นของเราทุกคนร่วมกัน  เราได้ซื้อของดีมีคุณภาพน่าใช้  ผู้ผลิตมีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ต่อไป  เพราะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับความตั้งใจของพวกเขา 

เกร็ดคิดปิดท้าย
- ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (User Experience) เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเรื่องการออกแบบ และระบบการทำงานที่สะดวกรวดเร็ว การคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้งานจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องเอาใจใส่
- การเลือกคู่ค้าเข้ามาในธุรกิจเปรียบเหมือนการทดสอบไอเดีย และทดสอบระบบไปด้วยในตัว ผู้ประกอบการต้องพร้อมที่จะรับฟัง ปรับเปลี่ยน ยืดหยุ่นโดยที่ยังรักษาสมดุลกับวิสัยทัศน์ของธุรกิจไว้ด้วย
- การทำสิ่งที่ถนัดเป็นต้นทุนที่สำคัญมาก การสร้างสรรค์และปรับปรุงบริการในช่วงต้นได้อย่างครบถ้วน และแก้ไขจุดต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้ทันท่วงทีเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้ก้าวต่อไปมั่นคงและแข็งแรงยิ่งขึ้น   

« Back to Result

  • Published Date: 2016-10-04
  • Resource: www.tcdcconnect.com