Creative Knowledge

« Back to Result | List

จากอาชีพครูสู่เจ้าของสตูดิโอออกแบบ Studio Make Sense

Makesense01.jpg

อายุเท่าไหรถึงเหมาะกับการเริ่มต้นสร้างธุรกิจ? การสร้างความแตกต่างจำเป็นหรือไม่กับการสร้างแบรนด์? เราจำเป็นต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากพอก่อนเปิดธุรกิจหรือไม่?

และอีกหลากหลายคำถามที่ทำให้ใครหลายคนหยุดความฝันแล้วเดินเข้าสมัครงานเป็นพนักงานออฟฟิศกับวงจรชีวิตมนุษย์เงินเดือน แต่นั่นไม่ได้เป็นเส้นทางที่ สุนิษา จันทรานนท์ เลือกเดิน ในทางตรงกันข้าม เธอใช้ความกล้าที่เกิดจากการวางแผนอย่างรอบครอบสร้างธุรกิจในฝันภายใต้ชื่อ Studio Make Sense วันนี้ทีมงานได้รับเกียรติพูดคุยสัมภาษณ์คุณสุนิษา ถึงจุดเริ่มต้นก่อนเปิดสตูดิโอออกแบบพร้อมแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน

Makesense02.jpg

เส้นทางสานฝัน
สุนิษา จบการศึกษาปริญญาตรีด้านศึกษาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เธอเลือกเรียนเทคโนโลยีการศึกษาเป็นวิชาเอก เนื้อหาของวิชานี้เองที่ทำให้เธอมีโอกาสใช้ความคิดสร้างสรรค์ผลิตสื่อการเรียนการสอนที่เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน หลังจากจบการศึกษาเธอเริ่มต้นสอนวิชางานออกแบบเรขศิลป์ (Graphic Design) รวมไปถึงงานมัลติมีเดีย (Multimedia) ในโรงเรียนอาชีวะเป็นระยะเวลา 2 ปี และด้วยความที่ชอบงานออกแบบ เธอจึงตัดสินใจศึกษาต่อปริญญาโท คณะศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต ในช่วงเวลานั้นเธอเริ่มรับงานในฐานะนักออกแบบอิสระ ก่อนที่จะหยิบโครงการในฝันไปปรึกษาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านงานออกแบบรวมไปถึงการบริหารจัดการ ก่อนตัดสินใจเปิดสตูดิโอออกแบบภายใต้ชื่อ Studio Make Senseในช่วงปลายปี พ.ศ. 2558 แทนการเดินสมัครงานในออฟฟิศ เธอกล่าวว่า "ไม่ว่าเราจะเริ่มต้นทำธุรกิจในช่วงอายุเท่าไหร่ หรือมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน เราต้องอาศัยความกล้าในการนับหนึ่งเสมอ" เธอตัดสินใจเปิดสตูดิโอออกแบบโดยไม่ลังเล โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือนในการวางแผนอย่างรอบครอบ เพื่อค้นหาแนวทางการทำงานที่สะท้อนตัวตนที่แท้จริงก่อนเริ่มต้นนับหนึ่งกับธุรกิจในฝัน Studio Make Sense


Makesense03.jpg

ลายเซ็นต์เด่นชัดสร้างเอกลักษณ์โดนใจ
 
แนวทางการออกแบบของ Studio Make Sense จะเน้นงานช่างไม้แบบ Handcraft ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด พลิกความธรรมดาที่เราคุ้นเคยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มสีสันให้กับไลฟ์สไตล์ของตนเอง เริ่มตั้งแต่งานออกแบบ สุนิษาให้ความสำคัญกับประโยชน์ใช้สอยอย่างสูงสุดเพราะนั่นจะทำให้เกิดรูปทรงและเส้นสายที่เหมาะสมลงตัวบนผลิตภัณฑ์ (Form Follow Function) จากนั้น จะเลือกใช้ไม้คุณภาพดี ใส่ใจในทุกกระบวนการผลิต รวมไปถึงการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค Studio Make Sense จะพยายามสร้างผลงานที่เป็น Original ที่สอดแทรกความพิเศษลงไปบนผลิตภัณฑ์ ยกตัวอย่างเช่น กล่องออมเหรียญ "สอดเศษ" (Sortsage) ที่มีกลไกการแยกเหรียญอยู่ภายใน ใช้งานง่ายในแบบที่คุณคุ้นเคย เมื่อเราหอดเหรียญลงในช่อง กลไกภายในจะทำการแยกเหรียญใส่กล่องย่อย4กล่องตามขนาดเหรียญ 1 บาท, 2 บาท, 5 บาท และ 10 บาท ช่วยให้การจัดเก็บเหรียญเป็นระเบียบ ชิ้นงานมีรูปทรงที่เรียบง่ายสามารถวางไว้บนโต๊ะทำงานหรือวางไว้บนชั้นหนังสือได้อย่างกลมกลืน กล่องออมเหรียญSortsageเป็นงานทำมือ ผลิตจากไม้เมเปิ้ล ไม้เชอร์รี่ และไม้วอลนัท ผลงานชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่า Studio Make Sense สร้างงานที่เป็น Original โดยพลิกผลิตภัณฑ์เดิมที่อาจดูธรรมดา ให้มี "ความพิเศษ" เพื่อสร้างเอกลักษณ์ลงบนผลิตภัณฑ์

 


Makesense04.jpg

แนวทางการสื่อสารเพื่อมัดใจผู้บริโภค

Studio Make Sense จับกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นคนเมือง วัยทำงาน ในช่วงอายุระหว่าง 27 – 35 ปี แม้ว่าผู้บริโภคในวัยนี้จะมีชีวิตที่รีบเร่งแต่ก็ยังสนุกสนานกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง มีรสนิยมพร้อมลองของแปลกใหม่ และเลือกซื้อชิ้นงานที่ทำให้ชีวิตที่ดีๆ ของตนเองพิเศษมากขึ้น เมื่อกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มนี้ สุนิษาจึงเลือกใช้ Facebook เป็นเครื่องมือสื่อสารหลัก โดยปูทางสร้าง Facebook Fan Page ตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาโท เพื่อสร้างฐานลูกค้าที่ชื่นชอบงานออกแบบแนวนี้ นอกจากนี้สุนิษายังเลือกเวทีการประกวด เช่น Thai AIM  เพื่อผลักดันผลงานให้เป็นที่รู้จัก และท้ายที่สุดกับการส่งชิ้นงานไป Review ตามเว็บไซท์ชื่อดัง เช่น Design Milk ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้เธอพบลูกค้าชาวต่างชาติที่สนใจงานออกแบบกล่องออมเหรียญ Sortsage ของเธอ แต่ปัญหาอยู่ที่เหรียญแต่ละประเทศมีขนาดไม่เท่ากัน ดังนั้น เธอจึงเริ่มต้นศึกษาขนาดเหรียญพร้อมปรับกลไกภายในกล่องออมเหรียญ เพื่อให้ลูกค้าต่างประเทศใช้งานได้  ล่าสุดกับการเผยแพร่ผลงานผ่านนิทรรศการ DEBUT by TCDCCONNECT ครั้งที่ 7 เวทีที่ทำให้เธอได้พบปะกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่และนักออกแบบสร้างสรรค์ที่พร้อมแบ่งปันแนวคิดในการทำธุรกิจ การวิจัยและพัฒนางานออกแบบ และมุมมองในการสร้างแบรนด์

เปิดใจรับอุปสรรคพร้อมหาทางแก้ไข
ปัญหาหลักที่สุนิษาพบหลังจากการทำงานคือเรื่องเวลาและราคา เมื่อศึกษาปัญหาให้ถึงแก่น เธอพบว่าบางปัญหาสามารถแก้ไขได้ และบางปัญหาอาจต้องเปลี่ยนมุมมองในการหาคำตอบ

ในส่วนของเวลา เนื่องจากเธอเพิ่งเริ่มต้นสร้างธุรกิจ ความเสี่ยงในเรื่องการหารายได้จึงมีค่าสูง ดังนั้น เธอจึงรับงานฟรีแลนซ์ควบคู่ไปกับการเปิด Studio Make Sense แม้ว่าการรับงานนอกบวกงานสตูดิโอจะทำให้เธอมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ในทางตรงข้ามมันกลับทำให้เธอไม่สามารถทุ่มเทให้กับ Studio Make Sense ได้อย่างเต็มร้อย แนวทางการแก้ปัญหาของเธอคือการเริ่มต้นจ้างนักออกแบบฟรีแลนซ์มาช่วยงานพร้อมจัดระเบียบตารางการทำงานอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยให้เธอบริหารจัดการเรื่องเวลาและพร้อมที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น
 
Makesense06.jpg
ในส่วนของราคา เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์หัวใจหลักของแบรนด์ เช่น กล่องออมเหรียญ Sortsage เป็นงานช่างฝีมือแบบ Handcraft มีกลไกแยกเหรียญอยู่ภายใน ส่งผลให้ราคาต่อชิ้นค่อนข้างสูง ไม่สามารถทำขายแบบราคาส่งได้ ผิดจากการผลิตในระบบอุตสาหกรรมที่สามารถปั้มขึ้นรูปได้อย่างรวดเร็วและราคาต่ำ ถ้า Studio Make Sense ผลิตงานที่จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านงานช่างเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ผลิตภัณฑ์ขายได้น้อย เธอจึงแก้ไขปัญหานี้ โดยการแตกไลน์ผลิตชิ้นงานทั่วไปที่ผลิตง่าย ขายคล่อง ราคาถูก เช่น USB Flash Drive, Acoustic Stand สำหรับวางโทรศัพท์, ถาดไม้ใส่ของขนาดเล็ก ฯลฯ เพื่อสร้างสมดุลทางด้านรายได้ให้กับธุรกิจ

มองอนาคตแบบจับต้องได้

สุนิษาไม่ได้ตั้งเป้าว่า Studio Make Sense จะเติบโตแบบก้าวกระโดด แต่เธออยากสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นที่จดจำพร้อมสร้างลายเซ็นต์ให้เป็นที่ยอมรับ เธอมองว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เธอจะสามารถเลิกทำงานฟรีแลนซ์ด้านงานออกแบบแล้วหันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์กับ Studio Make Sense อย่างเต็มตัว พร้อมวางอนาคตที่จะมอบผลิตภัณฑ์ที่เธอพัฒนา เช่น ของเล่นไม้ สู่เด็กผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ตามชนบท เป็นการส่งมอบสิ่งดีๆคืนกลับสู่สังคม

ทิปแนวคิดในการทำธุรกิจ

สุนิษากล่าวว่า "อย่าใจร้อนคิดเพียงแค่รีบเปิดบริษัท แต่ควรวางแผนการทำงานอย่างรอบครอบ เราควรหาความแตกต่างในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ของเรา"

สรุปแนวคิดประเด็นเด็ด

- การสร้างแบรนด์คือการสร้างความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ที่ผู้ประกอบการไม่สามารถมองข้ามได้
- เราควรวางแผนอย่างรอบครอบพร้อมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทั้งในส่วนของงานออกแบบและการบริหารจัดการเพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริงก่อนปั้นแบรนด์เปิดธุรกิจสร้างสรรค์
- อย่าลดคุณภาพเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ขายได้ในราคาต่ำ เพราะนั่นอาจทำลายแบรนด์คุณทางอ้อม
- การสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่ขายง่ายสามารถสร้างรายได้เสริมความสมดุลให้กับธุรกิจ
- นอกจากสื่อออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแล้ว เราสามารถส่งผลงานไปรีวิวตามเว็บไซท์พร้อมส่งขิ้นงานเข้าประกวดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ อีกทั้งยังเป็นการการันตีคุณภาพผลิตภัณฑ์ในทางอ้อมด้วย




View_profile.jpg
  คลิก view profile เพื่อติดต่อกับ Studio Make Sense ได้โดยตรง

« Back to Result

  • Published Date: 2016-07-13
  • Resource: www.tcdcconnect.com